"ไฟเบอร์วัน"แต่งตัวรอเข้าตลาดฯ ระดมทุนขยายธุรกิจไฟเบอร์ออพติก

 "ไฟเบอร์วัน" เร่งเดินเครื่องขยายธุรกิจโครงข่ายไฟเบอร์ออพติก ทดแทนโครงข่ายทองแดงรุ่นเก่าที่ล้าสมัย มุ่งรองรับตลาดอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง หวังเป็นทางเลือกให้ผู้ใช้ได้มีอิสรภาพในการใช้บริการ พร้อมเตรียมหาทีมที่ปรึกษาทางการเงิน ช่วยแต่งตัวเตรียมเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
          นายกิตติ โกสินสกุล ประธานกรรมการ บริษัท ไฟเบอร์วัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนในการขยายการดำเนินธุรกิจ โดยเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อคัดเลือกที่ปรึกษาทางการเงิน คาดว่าจะสามารถ ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ และยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน (Filing) ต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ภายในต้นปีหน้า และคาดว่าจะสามารถเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯได้ในปลายปีหน้าหรือต้นปี 2561
          ทั้งนี้ บริษัทดำเนินธุรกิจเป็นผู้พัฒนาโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกเพื่อใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง โดยได้พัฒนาและเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ที่ทันสมัยสุดในภูมิภาค คือการติดตั้งโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกแบบรวมศูนย์ หรือ DSP ที่เป็นเอกสิทธิเฉพาะของบริษัท สำหรับโครงข่ายดังกล่าวจะสามารถรองรับการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (Supper Speed Internet) ของผู้ให้บริการ (ISP) ได้หลากหลาย ในระดับความเร็วมากกว่า 50 MBPS ไปจนถึงระดับ 1,000 MBPS รวมถึงบริการดิจิตอลอื่นๆ อีกมากมายที่จะช่วยให้ผู้อยู่อาศัยได้ประโยชน์และมีอิสรภาพในการเลือกใช้บริการ โดยระบบโครงข่าย DSP นี้จะเข้าไปทดแทนโครงข่ายทองแดงรุ่นเก่าที่ล้าสมัยที่มีจำนวนมากกว่า 6 ล้านครัวเรือนในประเทศ เป็นการรองรับตลาดอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง SMART BUILDING และ SMART VILLAGE
          "ปัจจุบันแนวโน้มการใช้บริการดิจิตอลและอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงด้วยโครงข่ายใยแก้วนำแสงขยายตัวมากขึ้น ดังนั้น การวางโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกเพื่อรองรับอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับที่พักอาศัย รวมไปถึงผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากในอนาคตอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ จะถูกพัฒนาให้สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้หมด" นายกิตติ กล่าว
          ด้าน นายอภิชาติ พริ้งพวงแก้ว รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไฟเบอร์วัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมีแผนติดตั้งโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกแบบ DSP ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของบริษัทแก่ชุมชนที่ผ่านการคัดเลือกให้ ฟรี รวมถึงดูแลระบบให้อีก 15 ปี โดยปัจจุบันมีโครงการที่อยู่อาศัย ให้ความสนใจขอเข้ารับการติดตั้งโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกแบบ DSP นี้กว่า 3,000 อาคารต่อหมู่บ้าน ซึ่งคิดเป็นจำนวนผู้ใช้งานเกือบ 1,000,000 ราย คาดว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จ 200,000 ครัวเรือนในปี 2559 นี้ ซึ่งจะทำให้บริษัทเป็นผู้นำตลาดด้าน Sharing Fiber Network ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ รวมถึงคาดว่าจะสามารถติดตั้งได้มากกว่า 1,000,000 ครัวเรือนภายใน 3 ปี ซึ่งจะส่งผลให้ในปี 2561 บริษัทมีรายได้ 2,000 ล้านบาท จากปีนี้ที่คาดว่าจะมีรายได้ระดับ 100 ล้านบาท โดยรายได้ของบริษัทจะมาจากส่วนแบ่งจาก ISP ในการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง
          "จากการพัฒนาโครงข่ายที่ถูกออกแบบมาภายใต้แนวคิดแบบ Sharing Economy อันเป็นปรัชญาหลักของบริษัทในการแบ่งปันการใช้โครงข่ายไฟเบอร์ออพติกโดยไม่เกิดความซ้ำซ้อนในการลงทุนนี้ จะช่วยปรับโฉมสภาพภูมิทัศน์บ้านเมืองให้สวยงามและเพิ่มความปลอดภัยให้ชีวิตประชาชนที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางสายตาดังที่ประจักษ์ในปัจจุบัน รวมถึงสร้างการแข่งขันของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้บริโภคในระยะยาว และเป็นการตอบรับกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลของไทยอีกด้วย" นายอภิชาติ กล่าว