กสทช.ร้องลั่น "ทำไม่ทัน" ทีโอทียื่นขอใบอนุญาตรวดเดียว 38,000 ใบ

ทีโอทีไฟลนก้น! ทำเรื่องถึง กสทช.ยื่นขอใบอนุญาตมีอุปกรณ์โทรคมนาคมรวดเดียว 38,000 ใบ ก่อนให้เอดับบลิวเอ็นเช่าต่อมีผล 1 ก.ค. เพราะหากไม่ขอ จะผิดกฎหมายเมื่อเอาไปให้เช่า
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ตเวอร์ค จำกัด หรือ เอดับบลิวเอ็น ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล 22 ช่อง ในเครือแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ได้มารับใบอนุญาตใช้คลื่น 900 อย่างเป็นทางการ เพื่อนำไปประกอบกิจการโทรคมนาคมตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2559-30 มิ.ย.2574 มีระยะเวลาอนุญาต 15 ปี และในวันเดียวกันบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ได้มายื่นเอกสารขอใบอนุญาตมีอุปกรณ์โทรคมนาคม และใบอนุญาตใช้อุปกรณ์โทรคมนาคม 38,000 ใบ คิดเป็นเงินค่าใบอนุญาต 20 ล้านบาท ซึ่งทีโอทีจะต้องมีใบอนุญาตก่อนที่จะให้เอดับบลิวเอ็นเช่าใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมดังกล่าวเพื่อให้บริการ 2 จี หากไม่มีใบอนุญาตมีอุปกรณ์ ก็จะให้เช่าไม่ได้และยังเข้าข่ายกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม 2498
          “ทั้งนี้ การมายื่นขออนุญาตของทีโอทีดังกล่าวทีโอทีดำเนินการอย่างกระชั้นชิดยื่นภายในวันเดียว 38,000 เสา ทำให้ กสทช.ไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ทันภายในวันเดียว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องออกย้อนหลัง แต่ทีโอทีสามารถนำอุปกรณ์ดังกล่าวไปให้เอไอเอสเช่าใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้ เพื่อความต่อเนื่องในการให้บริการลูกค้า 2 จี 3 จีต่อไป”
          นายฐากรกล่าวว่า ในสัปดาห์หน้า กสทช.จะนำเงินราว 18,334 ล้านบาท นำส่งกระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้แผ่นดิน โดยเงินดังกล่าวมาจากค่าประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ งวดแรก 8,602 ล้านบาท จากเอดับบลิวเอ็นมาชำระค่าประมูล งวดที่ 3 วงเงิน 8,892 ล้านบาท, ค่าปรับบริษัท แจสโมบาย จำกัด 196 ล้านบาท และริบเงินค้ำประกัน 644 ล้านบาท กรณีแจสโมบาย ไม่ยอมมาชำระเงินหลังชนะประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์เมื่อปลายปี 2558 จนทำให้ กสทช.ต้องจัดประมูลใหม่ เมื่อเดือน พ.ค.2559
          “เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นวันดี มีทั้งรับใบอนุญาตและมาจ่ายค่าปรับ ซึ่งการจ่ายค่าปรับของแจสโมบายในครั้งนี้ ถือว่าจบคดีความกับ กสทช.แล้ว ยุติกันแล้ว หากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จะตรวจสอบเอาผิดก็ไปดำเนินการต่อ เอง เพราะในส่วนของ กสทช.ถือว่าตรวจสอบแล้ว เมื่อมาจ่ายเงินก็ถือว่าจบคดีกัน ส่วนจะขึ้นบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) แจสหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ เพราะต้องรอการร่างเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การประมูลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”.