"คปภ."ผนึก"กสทช."อุดช่องก.ม.คุ้มครองผู้บริโภค

ภายใต้บริบทของเศรษฐกิจโลก ที่มีการเชื่อมโยงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารเข้าด้วยกันอย่างก้าวกระโดด โดยมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทยมากยิ่งขึ้น และ ที่กำลังกล่าวขานกันอยู่ในเวลานี้ คือ "ฟินเทค" หรือ ไฟแนนเชียล เทคโนโลยี ที่จะเข้ามามี บทบาทต่อการทางธุรกรรม ต่างๆ ในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น การชำระเงิน การทำประกันภัย การฝาก ถอนเงิน กู้ยืมเงิน การซื้อขายสินค้า ซื้อขายหลักทรัพย์ การระดมทุน
          โดยสิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัย ที่ท้าทาย ศักยภาพของภาคธุรกิจและ หน่วยงานภาครัฐที่ทำหน้าที่กำกับดูแล และส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งจะต้องเร่งเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และคุ้มครองสิทธิประโยชน์ ให้กับประชาชนผู้ใช้บริการเพื่อไม่ให้ ถูกเอารัดเอาเปรียบด้วย หรือตกเป็นเหยื่อจากการซื้อขายประกันภัยผ่านช่องทาง ดิจิทัล ทั้งวิทยุกระจายเสียง วิทยุชุมชน โทรทัศน์ภาคพื้นดิน ทีวีดิจิทัล เคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียมท้องถิ่น โทรศัพท์มือถือ เว็บไซต์ อินเทอร์เน็ต โซเชียลมีเดีย รวมถึงแอพพิเคชั่นต่างๆ ซึ่งนับวัน ยิ่งมีความซับซ้อนและเข้าถึงประชาชน ได้ง่ายขึ้น
          แต่ในขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจ ประกันภัย (คปภ.) พบปัญหาว่า ธุรกิจต่างๆ ในยุคดิจิทัลและ ฟินเทคกำลัง หลอมรวมและเชื่อมเข้าหากัน อีกทั้ง มีรูปแบบประกันภัยที่ซับซ้อนเช่น การขายประกันชีวิตพ่วงกับแพ็คเกจ โทรศัพท์มือถือแบบเติมเงิน แต่ในทาง กลับกัน หน่วยงานการกำกับดูแลของ แต่ละแห่ง ยังใช้กติกาและกฎหมาย ต่างฉบับกัน ทาง คปภ. มองว่า อาจทำให้ก้าวไม่ทันปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นจาก การทำธุรกิจประกันภัยในยุคดิจิทัล
          รายงานข่าวกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมา ได้เกิดปัญหาร้องเรียนเกี่ยวกับการทำ ประกันภัยผ่านช่องทางดิจิทัลจำนวนมาก เช่น มีการทำเว็บไซต์ปลอมหลอกขายประกัน โดยสมัครและเสียเงินแล้วแต่ ไม่ได้รับกรมธรรม์
          รวมถึงมีแก๊งขายประกันผ่าน โทรศัพท์มือ สื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ค โปรแกรมสนทนาไลน์ ซึ่งเมื่อซื้อประกันแล้วแต่ไม่ให้ความคุ้มครองที่ตกลงไว้ หรือบอกว่าเป็นโครงการพิเศษ หรือ บอกว่าเป็นการฝากเงิน โดยไม่บอกให้ ผู้เอาประกันรู้ว่าเป็นการทำประกันชีวิต รวมถึงกรณีถูกรบกวนโดยการเสนอขายประกันภัยทางโทรศัพท์หรือยังไม่ได้ ตกลงทำประกัน แต่บริษัทส่งกรมธรรม์ มาให้ผู้เอาประกันและมีการหักเงินจาก บัตรเครดิต ซึ่งเรื่องเหล่านี้จัดเป็น 1 ใน 5 ของปัญหาประกันภัยที่มีการร้องเรียน เข้ามาสูงสุดเมื่อปี 2558 อีกด้วย
          ล่าสุด คปภ. ทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อเป็น การประสานความร่วมมือระหว่าง สองหน่วยงานผ่านโครงการหรือ กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
          เช่น มีการศึกษาและวิจัยด้านการ กำกับดูแลการประกอบกิจการโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ประกันภัย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาแนวทางในการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมและกิจการ ประกันภัยให้ครอบคลุม ประเด็นที่สำคัญต่างๆ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้บริการดังกล่าวข้างต้นมีประสิทธิภาพ มีการ คุ้มครอง ผู้บริโภคอย่างเพียงพอ
          อีกทั้งยังมีการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และข้อมูลทางวิชาการ เพื่อการกำกับดูแลการให้บริการในกิจการโทรคมนาคม และบริการประกันภัย ที่ใช้เทคโนโลยีโทรคมนาคมและเทคโนโลยีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งความร่วมมือ ในการดำเนินโครงการอันเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย ที่มีประโยชน์ต่อประชาชน สังคม และประเทศชาติ
          นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า วิธีแก้ไขปัญหาระยะยาว คือ การพัฒนากฎหมายเพื่อเชื่อม การกำกับดูแลในระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง แต่พัฒนาการดังกล่าว จะต้องใช้เวลาพอสมควร ซึ่งหากมัวแต่รอก็อาจไม่ทันการณ์ที่จะป้องกันมิให้ผู้บริโภคถูกเอารัดเอาเปรียบได้
          หลังลงนาม MOU แล้ว ทั้ง คปภ. และ กสทช.จะมีการยกร่างประกาศ การกำกับดูแลการขายประกันภัย ผ่านช่องทางดิจิทัล ขึ้นมาภายใน 6 เดือน เพื่อกำหนดรูปแบบผลิตภัณฑ์ วิธีการขายประกันภัยของแต่ละช่องทาง อย่างเป็นรูปธรรม และมีบทลงโทษ ที่ชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางสากลที่เกิดขึ้นในหลาย ประเทศ