AISจ่ายค่าคลื่น900เร็ว ประหยัดงบ4พันล้าน รองรับลูกค้า 2G ทันกำหนด-หนุนกำไรมากขึ้น

ประหยัดงบ4พันล้าน
          รองรับลูกค้า 2G ทันกำหนด-หนุนกำไรมากขึ้น
          “ADVANC” จ่ายค่าประมูลคลื่น 900 MHz งวดแรก 8.6 พันล้าน พร้อมวางแบงก์การันตี 7.23 หมื่นล้านแล้ว มั่นใจรองรับบริการลูกค้า 2G ก่อนหมดมาตรการเยียวยา ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายดูแลลูกค้ากว่า 4 พันล้าน จากที่ตั้งไว้ 8 พันล้าน เชื่อหนุนมีกำไรมากขึ้น-มีเงินพอจ่ายค่าไลเซนส์ 4G
          นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC (เอไอเอส) เปิดเผยว่า วานนี้ (28 มิ.ย.) บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ADVANC ได้ชำระค่าประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz (895-905 MHz คู่กับ 940-950 Mhz) งวดแรก จำนวน 8,040 ล้านบาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 562.8 ล้านบาท รวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 8,602.80 ล้านบาท ให้แก่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
          อีกทั้งยังได้วางหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงิน (แบงก์การันตี) เพื่อค้ำประกันการชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ในส่วนที่เหลือวงเงิน 72,346.98 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) ตามเงื่อนไขของการชำระเงินประมูล ก่อนที่จะครบกำหนดระยะเวลา 90 วัน เพื่อให้กสทช.ออกใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ดังกล่าวได้ก่อนที่มาตรการเยียวยาผู้บริโภคลูกค้า 2G จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ซึ่งจะทำให้ลูกค้า 2G สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
          โดยปัจจุบันเอไอเอสมีลูกค้า 2G ที่ค้างอยู่ในระบบที่ยังไม่มีการยืนยันตัวตนอีกประมาณ 3.7 แสนราย จากจำนวนลูกค้า 2G และลูกค้า 3G ที่ใช้เครื่องมือถือ 2G รวม 6 ล้านราย รวมทั้งยังทำให้ กสทช.สามารถนำเงินดังกล่าวส่งมอบให้แก่กระทรวงการคลังได้เร็วขึ้น เพื่อให้รัฐบาลนำเงินไปใช้ในกิจการต่างๆ ที่สำคัญได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการลงทุนในเรื่องของ Digital Economy
          ทั้งนี้ จากการที่บริษัทได้รับคลื่นความถี่ดังกล่าวมา จะทำให้มีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนเครื่องมือถือให้แก่ผู้ใช้บริการ 2G ไปเป็นเครื่องที่สามารถรองรับ 3G หรือ 4G ได้ฟรี ก่อนที่หมดมาตรการเยียวยาลดลง จากที่ตั้งงบไว้จำนวน 8,000 ล้านบาท โดยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันใช้งบดังกล่าวไปประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท และเมื่อค่าใช้จ่ายลดลงก็จะทำให้บริษัทมีกำไรมากขึ้น มีเงินพอจ่ายค่าใบอนุญาตฯ
          สำหรับแผนการดำเนินงานหลังจากได้รับใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 MHz บริษัทจะนำไปให้บริการ 2G ที่จะใช้โครงข่ายของทีโอทีเดิม และส่วนหนึ่งจะนำไปให้บริการ 3G และ 4G ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ที่ต้องการใช้งาน โดยจำนวนคลื่นที่มีอยู่ในมือขณะนี้ ถือว่ามีจำนวนที่เพียงพอต่อการให้บริการ ซึ่งจะสามารถรองรับการให้บริการลูกค้าได้มากกว่า 50 ล้านเลขหมาย จากไตรมาส 1/59 เอไอเอสมีจำนวนลูกค้าทั้งสิ้น 38.5 ล้านเลขหมาย
          ส่วนงบลงทุนรวมทั้งปี 2559 บริษัทยังคงไว้ที่ 40,000 ล้านบาท แต่จะมีการปรับเปลี่ยนแผนจากเดิมที่ใช้งบลงทุน 10,000 ล้านบาท ในการขยาย blind spot เพื่อรองรับลูกค้า 2G มาใช้ขยายโครงข่าย 4G คลื่น 1800 MHz แทนเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ได้ถึง 80% ภายในสิ้นปี 2559 จากแผนเดิมขยายครอบคลุมเพียง 50% และจะช่วยเปลี่ยนให้เอไอเอสมีส่วนแบ่งการตลาดเชิงรายได้ (Revenue Market Share) เกินกว่า 50% หลังจากก่อนหน้าที่ไม่ได้คลื่น 900 MHz เอไอเอสมี Revenue Market Share ต่ำกว่า 50% หรือประมาณ 48-49%
          "ลูกค้า 2G จำนวนกว่า 3.7 แสนราย ส่วนใหญ่จะเป็นซิมที่ไม่มีการใช้งาน ซึ่งมองว่าจากการปิดระบบการใช้งาน
          ของกสทช. จะไม่กระทบกับลูกค้าดังกล่าวมากนัก เนื่องจากมีลูกค้าอยู่ไม่มากที่มีการใช้งานจริง ขณะที่ทุกค่ายก็มีความพร้อมกับกลุ่มคนเหล่านี้ เพื่อสามารถรองรับการใช้งานได้อยู่ ในส่วนของ AWN เราก็ยังมีลูกค้าจำนวนหนึ่งที่ใช้เครื่องมือถือ 2G โดยการที่เรามีคลื่น 900 MHz เราก็จะสามารถดูแลลูกค้าให้มีการใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง"
          นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT เพื่อเช่าใช้อุปกรณ์และเสาโทรคมฯ คลื่น 900 MHz โดยล่าสุดอยู่ระหว่างกระบวนการทำข้อเสนอต่างๆ เพื่อยื่นเสนอให้กับทีโอที ซึ่งทางบอร์ดบริษัทก็มีการอนุมัติในหลักการ เรื่องของค่าใช้จ่ายในการเช่าใช้โครงข่าย 2G ยืนยันว่าจะสามารถทันต่อการให้บริการต่างๆ ได้
          อย่างไรก็ตาม บริษัทจะมีการทบทวนเป้าหมายการดำเนินงานในปีนี้อีกครั้งหลังจากที่ได้รับคลื่น 900 MHz พร้อมปรับแผนธุรกิจระยะยาว โดยจะประกาศในเดือนส.ค.นี้ หลังประกาศผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/59 ส่วนนโยบายการจ่ายเงินปันผลในปี 2559 บริษัทจะยังคงจ่ายในอัตรา 100% ของกำไรสุทธิ แต่ในปีถัดไปไม่แน่ใจ
          :กสทช.เตรียมส่งเงินเข้ารัฐ
          ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยภายหลังที่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) ผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 900 MHz (895-905 MHz คู่กับ 940-950 MHz) ได้นำเงินค่าประมูลงวดแรกพร้อมวางแบงก์การันตีในส่วนที่เหลือ
          โดยขั้นตอนจากนี้ สำนักงาน กสทช. จะนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เพื่อออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมประเภทที่สาม และใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรคมนาคมย่าน 900 MHz ให้กับ AWN ต่อไป ส่วนเงินค่าประมูลงวดแรกที่ได้รับจำนวนทั้งสิ้น 8,602.80 ล้านบาท สำนักงานฯ จะรีบนำส่งกระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้ของแผ่นดินต่อไป
          สำหรับการชำระเงินประมูลงวดที่ 2 และ 3 งวดละ 4,020 ล้านบาท พร้อมภาษีมูลค่าเพิ่ม 281.40 ล้านบาท และงวดสุดท้ายจะชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ส่วนที่เหลือทั้งหมดจำนวน 59,574 ล้านบาท พร้อมภาษีมูลค่าเพิ่ม 4,170.18 ล้านบาท ภายใน 15 วัน เมื่อครบกำหนดระยะเวลา 4 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต
          “กสทช. จะเดินหน้าดูแลมาตรการเพื่อสังคมและคุ้มครองผู้บริโภคตามที่ได้สัญญาไว้กับประชาชน ทั้งการกำกับคุณภาพการให้บริการในเรื่องอัตราค่าบริการ การขยายโครงข่าย และคุณภาพของสัญญาณให้เป็นไปตามเงื่อนไขการประมูลอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ประชาชนได้ใช้บริการโทรคมนาคมที่มีคุณภาพในราคาที่ถูกลง ทั่วถึง และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม อีกทั้งเป็นการขานรับนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล เพื่อความก้าวหน้าของประเทศไทย เพื่อคนไทยทุกคน” นายฐากร กล่าว
          *คาด Q2 กำไร 9.7 พันล้าน
          นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด ประเมินว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 2/59 ของ ADVANC จะรายงานกำไรสุทธิอยู่ที่ 9.7 พันล้านบาท ปรับลดลง 1% จากช่วงปีก่อนที่ได้กำไรสุทธิ 9,848 ล้านบาท แต่จะปรับเพิ่มขึ้น 20% จากงวดไตรมาสแรกที่มีกำไรสุทธิ 8,072 ล้านบาท
          โดยงบไตรมาส 2/59 ที่มีกำไรสุทธิ 9.7 พันล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการอุดหนุนค่าเครื่องมือถือและต้นทุนค่าธรรมเนียมที่น่าจะลดลงหลังจาก ADVANC ได้รับใบอนุญาตมาใหม่แล้ว และกำไรที่ดีขึ้นหากเทียบรายไตรมาสอาจมาจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่ลดลง หลังจากที่ชนะการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 MHz
          ดังนั้น บริษัทจึงไม่จำเป็นต้องเร่งโอนย้ายลูกค้าที่ใช้โครงข่าย 2G คลื่นความถี่ 900 MHz มายังโครงข่าย 3G เนื่องจากบริษัทสามารถรักษาลูกค้าเหล่านี้ได้จากคลื่นความถี่ใหม่และสามารถยืดเวลาโอนย้ายลูกค้าออกไป จึงคาดว่าค่าใช้จ่ายทางการตลาดจะอยู่ที่ 2.7 พันล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าในไตรมาส 1/59 เป็นอย่างมาก ที่บริษัทได้อุดหนุนค่าเครื่องมือถือเป็นจำนวนมาก เนื่องจากในเวลานั้นบริษัทยังไม่มีคลื่นความถี่ 900 MHz
          ทั้งนี้ ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" และให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 195 บาท ถึงแม้ว่าค่าใช้จ่ายในการอุดหนุนค่าเครื่องมือถือคาดจะลดลงในครึ่งหลังปี 2559 แต่เชื่อว่าการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะยังคงรุนแรงต่อไป อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทอยู่ระหว่างทบทวนเป้าหมายปี 2559 แต่ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าจะเป็นการปรับเพิ่มขึ้น
          นอกจากนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงเชื่อว่าแนวโน้มของ ADVANC สดใสกว่าคู่แข่งรายอื่นเนื่องจากสถานะที่โดดเด่นในอุตสาหกรรมนี้ โดยได้ปัจจัยหนุนจากการก้าวเข้าสู่ 4G ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และต้นทุนส่วนแบ่งรายได้ลดลงจากใบอนุญาตคลื่นความถี่ จึงคงคำแนะนำ "ซื้อ" และให้ราคาเป้าหมายปี 2559 อยู่ที่ 195 บาท ซึ่งราคาตลาดในปัจจุบันให้อัพไซด์ 24% จากราคาเป้าหมาย และคาดจะจ่ายอัตราเงินปันผลตอบแทนปี 2559 อยู่ที่ 7.4%