SME 4.0 เปลี่ยนไทยสู่ยุคใหม่ เพียงปลายนิ้วคลิก

สตาร์ตอัพหลบไป นาทีนี้ต้องเอสเอ็มอี 4.0
          ถือเป็นยุคทองของเอสเอ็มอีไทย เพราะรัฐบาลนี้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือเอสเอ็มอี ไม่ทิ้งแม้แต่กลุ่มเดียว เป็นความพยายามผลักดันให้เอสเอ็มอีมีความมั่นคง แข็งแรง และเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยเน้นเรื่องการนำนวัตกรรมมาปรับปรุงสินค้าและบริการ รวมทั้งนำเทคโนโลยีมาช่วยในการบริหาร เพื่อให้ทุกอย่างสำเร็จได้เพียงปลายนิ้วคลิก คือง่ายขึ้นและเร็วขึ้น
          จึงเป็นที่มาของความร่วมมือครั้งสำคัญในการจัดงาน "สมาร์ท เอสเอ็มอี เอ็กซ์โป 2016"(Smart SME Expo 2016) ภายใต้ คอนเซ็ปต์ "ทางด่วนสู่ความสำเร็จ" โดยรวมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเอสเอ็มอีไทย ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมทั้งธนาคารทั้งรัฐและเอกชน มหาวิทยาลัยต่างๆ และภาคเอกชนทุกขนาด เพื่อตอบโจทย์การสร้างเอสเอ็มอี 4.0 โดยเฉพาะ 3 โซนสำคัญในงานไม่ว่าจะเป็น Digital, Innovation & Creativity และ International
          เพราะยุคนี้เป็นยุคอินเตอร์เน็ตออฟธิงค์ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเล็ก หรือใหญ่ถ้าไม่ปรับตัว ย่อมมีความเสี่ยงสูงที่จะตกยุค
          ณรินทร์ทิพ วิริยะบัณฑิตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเพิลมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (พีเอ็มจี) หนึ่งในผู้บุกเบิกและก่อตั้งในวงการเอมเอ็มอีไทย บอกว่า 15 ปีที่ผ่านมาเห็นเลยว่าเอสเอ็มอีเยอะมาก จนกระทั่งมีการพูดกันว่าเรามีประมาณ  2.7 ล้านกิจการในประเทศไทย ซึ่งมีที่จดทะเบียน 6 แสนราย ที่เหลือเป็นรายย่อย
          "เอสเอ็มอีเกิดขึ้นมากมายทุกเซ็กเตอร์ จากการส่งเสริม จากการตื่นตัว จากการเรียนรู้ ในบริบทสังคมตอนนั้น แค่มีฝันก็เริ่มต้นได้ ซึ่งถ้าทำสำเร็จก็จะกลายเป็นเอสเอ็มอีที่เข้มแข็ง สามารถต่อยอดได้ แต่ก็จะมีเอสเอ็มอีอีกกลุ่มที่ไปไม่ได้ เพราะติดปัญหาตั้งแต่เรื่อง การเงิน ทุน การจัดการ ทุกอย่างที่ทำให้ติดค้างอยู่ในระบบ"
          ขณะเดียวกัน ด้วยการค้าในโลกยุคใหม่ซื้อขายกันในดิจิตอล หรือเรียกยุค 4.0 ซึ่งเป็นเรื่องของดิจิตอล, คอนเน็กทิวิตี้ เอสเอ็มอีจึงต้องมาดูว่าจะเชื่อมโยงอย่างไรจึงจะขายของได้ ถึงจะมีความสัมพันธ์แต่จะดึงเขามาเกี่ยวกับเราอย่างไร เราจึงคิดว่าทำอย่างไรเอสเอ็มอีจะมีแฟลตฟอร์มที่ดีในการค้าขายกันเอง และออกต่างประเทศ เป็นที่มาของการเริ่มคิดโซลูชั่นเรื่องของ อี-คอมเมิร์ซ เรื่องของแพลตฟอร์มในโลกออนไลน์
          เราตั้ง Thailand Mall เว็บไซต์ตลาดกลางสินค้าออนไลน์ ขึ้นมา ซึ่งจะเปิดตัวในงานสมาร์ท เอสเอ็มอี เอ็กซ์โป 2016 ครั้งนี้ เพื่อที่จะช่วยเอสเอ็มอีกลุ่มนี้เรียกว่าเป็นกลุ่มที่แข็ง แต่ว่าจะไปเปิดตลาดต่างประเทศ หรือขายปริมาณมากๆ แบบอาลีบาบา (Alibaba.com)
          เราอยากทำ thailand.com ให้กลายเป็นเอ็นจิ้นสำหรับการค้าขายของเอสเอ็มอีที่เข้มแข็ง เราอยากเป็นคนช่วยเอสเอ็มอี จากนี้ไปเรามองบทบาทของเราเป็น "เอสเอ็มอี โซลูชั่น" บางทีเอสเอ็มอีเก่งผลิต แต่หน้าตาไม่ดี เราก็ปรับโฉมให้ หรือขาดประสบการณ์ในเชิงประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จัก หรือขาดช่องทางในการขาย ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ หรือขายในต่างประเทศ อาจจะไม่รู้ว่าจะไปคอนเน็กใคร
          ณรินทร์ทิพบอกอีกว่า หลังจากเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป จะมีการวางโครงข่ายทั้งประเทศให้มีอินเตอร์เน็ต เมื่อโครงสร้างพื้นฐานกำลังลงไป กฎหมายดีอี คือกฎหมายส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลกำลังจะผ่านสภา จะมีการตั้ง ดีอี โปรโมชั่นเซ็นเตอร์ จะมีหน่วยงานที่กำกับเรื่องนี้ จะมีคนทำเรื่องการเรียนรู้ดิจิตอล มีอินเตอร์เน็ตชุมชน และอีกหลายๆ โครงการ
          "เราจะเห็นอย่างหนึ่งว่าทุกอย่างจะถูกเปลี่ยนไปอยู่ในรูปของออนไลน์ เช่น เอกสารที่เราต้องทำอะไรเป็นปึกๆ ต่อไปเราจะเห็นอยู่ในโลกของออนไลน์ ฉะนั้นจากนี้ไปประเทศไทยมีงานต้องทำ เยอะ ทุกคนต้องมาคิดใหม่ รัฐบาลไทย แบงก์ไทย ธุรกิจขนาดใหญ่ เอสเอ็มอี สื่อ ทุกคนต้องปรับตัว
          "เอสเอ็มอีต้องกลับไปทบทวนตัวเองเรื่องการจัดการว่าผลิตภัณฑ์นั้นตอบโจทย์ลูกค้าหรือไม่ ถ้าไม่ตอบโจทย์จะต้องทำอะไรใหม่ใน ห่วงโซ่ตัวนี้ อาจจะใช้บิซิเนสโมเดลกับลูกค้าในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ เอาทฤษฎีมาจับ หรือถ้าคิดว่าไม่ชำนาญแต่อยากทำ ให้เดินเข้าไปหาผู้ที่ให้คำปรึกษา เช่น สวทช. มหาวิทยาลัย
          ซึ่งในงานนี้มีผู้ให้คำปรึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 100 คน/วัน และจาก สสว. จะเป็นกลุ่มที่เพิ่งเริ่มต้น กลุ่มที่อยากต่อยอด หรือกลุ่มที่กำลังมีปัญหาต้องการปรับเปลี่ยนธุรกิจ จะเป็นกลุ่มไหนมาได้หมด มีทั้ง 3 โครงสร้างที่ไป ทั้งกลุ่มที่เพิ่งเริ่มต้น กลุ่มปกติ ไม่มีปัญหาอะไรแค่อยากจะต่อยอดการขาย และกลุ่มเทิร์น อะราวนด์ จะเป็นเอสเอ็มอีกลุ่มไหนก็มาได้ ในงานนี้มีตัวช่วยเต็มไปหมด
          ทางด้าน ดร.สมชาย หาญหิรัญ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม บอกว่า "เอสเอ็มอียุคใหม่ต้องมีแนวคิดในการปรับตัวเพื่อให้ทันต่อการแข่งขัน แม้จะเป็นเอสเอ็มอีที่ทำธุรกิจในประเทศ ก็ต้องปรับปรุงรูปแบบการดำเนินธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป กระทรวงอุตสาหกรรมเองก็มีแนวคิดอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นในเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) ใช้ระบบการจัดการที่ทันสมัย การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพสินค้า ซึ่งนำมาปรับใช้กับเอสเอ็มอีกลายเป็นเอสเอ็มอีในยุค 4.0 ได้"
          สาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เล่าว่า  สสว.มีโครงการพัฒนาและ ส่งเสริมเอสเอ็มอีในทุกบิซิเนส ไลฟ์ไซเคิล รวมทั้งการสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน และ สมาร์ท ฟาร์เมอร์ส ให้พัฒนาขึ้นเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยการพัฒนาของ สสว. เป็นไปตามหลักการของ ไทยแลนด์ 4.0 คือ พยายามให้เอสเอ็มอีมีความมั่นคง แข็งแรง และเติบโตได้ โดยเน้นในเรื่อง 1.การนำนวัตกรรมมาปรับปรุงสินค้าและบริการ ให้เป็นที่ต้องการของตลาดอยู่เสมอ 2.ผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐาน เช่น อย. เพื่อจะขยายตลาดได้โดยไม่มีข้อจำกัด 3.นำเทคโนโลยีมาช่วยในการบริหารจัดการและจำหน่าย
          ผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถติดต่อเข้าโครงการต่างๆ ของ สสว.ได้ที่คอลเซ็นเตอร์ 1301  นอกจากนั้น สสว.ยังมีศูนย์ให้บริการเอสเอ็มอีครบวงจร เพื่อให้บริการและให้คำปรึกษาแก่เอสเอ็มอีในเขตภูมิภาคอีกด้วย
          สำหรับงานสมาร์ท เอสเอ็มอี เอ็กซ์โป 2016 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่าง 30 มิถุนายน ถึง 3 กรกฎาคม 2559 นี้ ที่ชาเลนเจอร์ 3 อิมแพค เมืองทองธานี ณรินทร์ทิพบอกว่า จึงถือเป็นเวทีใหญ่ประจำปีที่รวบรวมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ SME ไทย ในการจับคู่ธุรกิจ เกิดการสร้างแรงบันดาลใจ สร้างเครือข่ายและเพิ่มศักยภาพให้กับ SME ไทย โดยรวบรวมบูธ  ธุรกิจแฟรนไชส์ ธนาคาร สถาบันการเงินกว่า 1,000 บูธ แบ่งเป็นโซนธุรกิจไว้คับคั่ง 7 โซน
          ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ทั้งในและต่างประเทศ ตัวแทนรับผลิตสินค้า ขายส่งโรงงาน ผู้ให้บริการตลาดออนไลน์หรืออี-คอมเมิร์ซ พาณิชย์ หอการค้า และสมาคมแฟรนไชส์ต่างประเทศที่ต้องการ เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย เพลิดเพลินกับร้านค้าจากเหล่าศิลปินดารา คลินิกให้คำปรึกษา เวทีจับคู่เจรจาธุรกิจ พร้อมกิจกรรมเวิร์กช็อปสัมมนาให้ความรู้ในงาน
          ทั้งหมดในงานนี้ เสมือนเราสร้างทางด่วนให้ธุรกิจอย่างครบวงจร และเพื่อไปสู่การเป็น "เอสเอ็มอี ยุค 4.0"