ชงนายกฯเคาะ"บริหารกิจการดาวเทียม"

 "ประจิน" ลุยจัดระเบียบกิจการอวกาศใหม่ เหตุต้องดูแลภาพรวมใช้งาน- ความมั่นคงเข้าถึงข้อมูล เร่งรวบรวมข้อมูลสัญญาส่งนายกฯ พิจารณา
          พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง ความคืบหน้าสำหรับแนวทางกำกับดูแลและการบริหารงานกิจการอวกาศว่า หลังหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เรียบร้อย รวมถึงหารือร่วมกับบมจ.ไทยคม ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลนำเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในสัปดาห์นี้ วัตถุประสงค์หาแนวทางกำกับดูแลและบริหารกิจการอวกาศ รัฐบาลให้ความสำคัญภาพรวมขับเคลื่อนประเทศในอนาคต ไม่ได้มองเพียงเรื่องรายได้ที่เข้ารัฐ น้อยลง แต่มองถึงความมั่นคงปลอดภัยการใช้งาน เพราะเป็นกิจการที่เกี่ยวข้องการสื่อสาร อาจถูกใช้ในทางที่ผิด จึงต้องชัดเจนว่ากิจการดาวเทียมควรเป็นสิทธิใครดูแล เช่น รัฐบาลคุมเอง, ทำร่วมกับเอกชนหรือทำสัญญาแนบท้าย รัฐบาลต้องได้ประโยชน์ ส่วนจะยกร่างเป็นพ.ร.บ.กิจการอวกาศ และตัดเนื้อหาเกี่ยวกับดาวเทียมออกจากพรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมพ.ศ. .... ที่กำลังร่างขึ้นใหม่หรือไม่ ต้องรอให้ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีกระทรวงไอซีที และนายพิเชฐ ดุงรงคเวโรจน์ รัฐมนตรี กระทรวงวิทย์ฯกำหนดนโยบายเรื่องนี้อีกครั้ง
          ทั้งนี้ คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ เสนอทางออกให้ พล.อ.อ.ประจินเสนอนายกฯ 2 แนวทาง คือ 1.ให้ดาวเทียมไทยคม 7 ซึ่งยิงปี2555 และเปิดบริการปี 2557 และดาวเทียมไทยคม 8 ยิงปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมากลับไปอยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานเดิม คือ จ่ายค่าสัมปทาน 20.5% ต่อปีจนกว่าจะหมดอายุสัมปทานปี 2564 ซึ่งก่อนหน้ามีพ.ร.บ.กสทช.2553 ดาวเทียมในระบบสัมปทานมีอายุ 30 ปี ตั้งแต่ปี2534-2564 ไอซีทีเก็บค่าสัมปทาน 20.5% ต่อปี และจองวงโคจรให้ แต่เมื่อมีพ.ร.บ.กสทช.ผู้ประกอบการดาวเทียมจ่ายเป็นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแทน 2% ต่อปี และจ่ายเข้ากองทุนยูเอสโอ 3.75% ต่อปีทำให้รัฐบาลได้รายได้จากกิจการดาวเทียมน้อยลง
          แนวทางที่สอง ถ้าไม่อยู่ภายใต้สัมปทานเดิม ให้กระทรวงไอซีทีกำหนดเงื่อนไขใหม่โดยทำสัญญาเป็น Deed of Agreement กำหนดเงื่อนไขให้จ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มมากขึ้น รวมถึงต้องเปิดให้บริการกับภาครัฐด้วยเพื่อให้รัฐได้ผลประโยชน์ไม่น้อยกว่าค่าสัมปทานที่เคยได้รับ