ESRI จัดทัพองค์กรลุยขยายตลาดแผนที่ดิจิทัลลูกค้าเอกชน

"อีเอสอาร์ไอ" ปักหลักยึดส่วนแบ่งตลาด "จีไอเอส" พร้อมเกาะกระแสดิจิทัลอีโคโนมี หนุนรายได้โต 15% ภายใน 2 ปี ชูจุดเด่น ฐานข้อมูลครบ-ระบบวิเคราะห์แผนที่ ขั้นสูงเจาะตลาด เดินหน้าขยายฐานลูกค้าภาคเอกชนเพิ่ม
          นางสาวธนพร ฐิติสวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ เปิดเผยว่า หลังรัฐบาลประกาศนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ทำให้การลงทุนของหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชนมีมากขึ้น สวนทางกับภาพรวมเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงชะลอตัว ซึ่งเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเป็นส่วนหนึ่งที่จะมีการลงทุนเพิ่มขึ้น เพราะช่วยประหยัด ค่าใช้จ่าย และสร้างโอกาสทางธุรกิจเพิ่มเติม จากการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้แผนที่และฐานข้อมูลต่าง ๆ เช่น ความหนาแน่นของประชากรในแต่ละพื้นที่ เป็นต้น
          สำหรับบริษัทอยู่ในธุรกิจนี้มาเกือบ 20 ปี โดยช่วงแรกทำการเก็บข้อมูลทั้งแผนที่ฐาน และข้อมูลด้านอื่น ๆ จากภาครัฐ เพื่อพัฒนาเป็นระบบ Geographic Information System (GIS) หรือภูมิสารสนเทศ ซึ่งขณะนี้ ข้อมูลต่าง ๆ เริ่มครบ และสามารถนำไปใช้วิเคราะห์ในระดับสูงได้ โดยเมื่อต้นปีบริษัทแม่ในต่างประเทศ และกลุ่มซีดีจีได้ปรับโครงสร้างการบริหารงานใหม่ ด้วยการให้บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบเรื่องการทำตลาด แล้วแยกส่วนที่ดูแลเรื่องการติดตั้งระบบไปอยู่ที่บริษัท จีไอเอส จำกัด จากเดิมอีเอสอาร์ไอต้องทำทั้งหมด
          การแยกงานที่ชัดเจน และนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลทำให้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ไว้ที่ 15% ภายใน 2 ปีข้างหน้า โดยใช้ 4 กลยุทธ์หลัก คือ 1.ทำตลาดภาครัฐผ่านโซลูชั่น Smart Local Government (SLG) ที่มีแอปพลิเคชั่น เกี่ยวกับภูมิสารสนเทศไทย พร้อมใช้งาน 2.เพิ่มความหลากหลายในการตลาดเอกชนด้วยโซลูชั่น Location Analysis 3.สร้างการรับรู้เกี่ยวกับ GIS และเพิ่มผู้เชี่ยวชาญในตลาด เช่น ร่วมกับสถาบันการศึกษา 10 แห่ง เพื่อสร้างบุคลากรคุณภาพ 50-100 คน และ 4.เพิ่มพาร์ตเนอร์เป็น 5 รายจากเดิมมีรายเดียว
          สำหรับรายได้ปัจจุบันมาจากหน่วยงานภาครัฐที่นำระบบไปใช้งาน 80% เช่น การไฟฟ้าฯ ใช้บันทึกหม้อแปลง และมิเตอร์วัดไฟ เพื่อแจ้งตำแหน่งเมื่อไฟดับ ขณะที่เอกชนมีสัดส่วน 20% เท่านั้นจึงต้องการขยายตลาดส่วนนี้มากขึ้น โดยเข้าไปทำตลาดในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มค้าปลีกที่มีสาขาจำนวนมาก รวมถึงกลุ่มธนาคารที่นำโซลูชั่นภูมิสารสนเทศไปใช้งานในการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่ ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคนำไปใช้บริหารระบบขนส่ง เป็นต้น
          "การทำตลาดกับลูกค้า เป็นโซลูชั่นชื่อ ArcGIS ที่มีฐานข้อมูลจำนวนมาก พร้อมแอปพลิเคชั่นบนมือถือพร้อมใช้กว่า 300 ตัว เช่น แอปพลิเคชั่นเพื่อสื่อสารข้อมูลกับประชากรในประเทศเกี่ยวกับการแจ้งเหตุ ต่าง ๆ และมีแอปที่วิเคราะห์พื้นที่เกษตร และสาธารณูปโภคที่เหมาะสมกับประเทศไทย ซึ่งอีเอสอาร์ไอมีส่วนแบ่งตลาด GIS อันดับหนึ่งของโลก ทั้งยังตอบโจทย์ 4 เทรนด์ของตลาดได้ คือ โอเพ่นดาต้า, บิ๊กดาต้า, ระบบวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ และเป็นโซลูชั่นพร้อมใช้งาน"
          อย่างไรก็ตาม ตลาดโซลูชั่น GIS ยังเปิดกว้างจากการมีผู้เล่นรายหลักเพียง 3 ราย บริษัทมีผู้ใช้ 400 หน่วยงาน คิดเป็น 80% ของลูกค้าทั้งหมดในประเทศไทยที่มีราว 500 ราย ราคาเริ่มต้นที่ 1 แสนบาท/ไอดี ล่าสุดมีโซลูชั่นสำหรับสถาบันการศึกษา เริ่มต้นที่ 100 บาท/ไอดี และยังดูแลตลาดในกลุ่ม CLMV เช่น เวียดนาม และเมียนมา
          "เทียบไทยกับประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน เราเป็นกลุ่มผู้นำในการที่หน่วยงานต่าง ๆ นำ GIS ไปใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เป็นรองแค่สิงคโปร์และมาเลเซีย เพราะทั้งสองประเทศนั้นที่มีการผลักดันโดยรัฐบาลอย่างชัดเจนให้นำ GIS ไปใช้งาน ไม่ใช่แค่เรื่องแผนที่ฐาน แต่ต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย เช่น รัฐบาลสิงคโปร์ทำแอปพลิเคชั่น One Map ให้ประชากรใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้นหาอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ด้วย ซึ่งคิดว่า ไทยน่าจะตามทัน"