"มนต์ชัย หนูสง"รับชะตาทีโอทีหมดทางฟื้น

 ปัจจัยที่จะทำให้บมจ.ทีโอทีพลิกฟื้นมีกำไรได้ในปี 2559 คือการลงนามเซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรกับบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ที่จะสร้างรายได้สุทธิให้ทีโอทีกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี ใน 5 ปีแรกจากอายุสัญญา 10 ปี ที่คาดว่าจะได้รับรายได้ตลอดอายุสัญญาจำนวนกว่า 1 แสนล้านบาท
          ประมาณการรายได้ดังกล่าว คงเป็นเพียงคาดการณ์ของคณะกรรมการ (บอร์ด) ทีโอทีชุดนี้ เป็นที่แน่นอนแล้ว เพราะการปรับตัวเลขล่าสุด ของฝ่ายบริหาร หลังจากสัญญาร่วมกับเอไอเอส ยังคาราคาซังอยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการกฤษฎีกา รายงานว่า ปีนี้ทีโอทีจะประสบ ภาวะขาดทุนไม่น้อยกว่า 4,000 ล้านบาท
          ขาดทุนแน่กว่า 4,000 ล้าน
          นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า ผลดำเนินงาน 5 เดือน ที่ผ่านมา ทีโอทีมีรายได้ 10,800 ล้านบาท รายจ่าย 11,200 ล้านบาท ขาดทุน 400 ล้านบาท  ปัจจัยสำคัญคือกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ให้แก่ทีโอทีราว 40% คือกลุ่มธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ประสบปัญหาขยายฐานผู้ใช้งานไม่ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ เพราะมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาในตลาด ประกอบกับกลไก ด้านการแข่งขันที่รุนแรงเรื่องการทำโปรโมชั่นทำให้ทีโอทีมีรายได้ลดลง โดยที่ผ่านมามีอัตราลูกค้าไหลออก (Churn rate)ราว 6-7% ต่อเดือน
          สำหรับการคาดการณ์ทั้งปี พบว่ายังมี รายจ่ายก้อนใหญ่ที่จะเข้ามาในช่วงไตรมาส 3 และ 4 อีก ทำให้ปีนี้น่าจะขาดทุนราว 4,500 ล้านบาท โดยทีโอทีคาดว่าจะมีรายได้ราว 8,000 ล้านบาท มีรายจ่าย 12,500 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.ค่าอุปกรณ์โทรคมนาคม 3,600 ล้านบาท 2.ค่าอุปกรณ์ 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ 3,900 ล้านบาท 3.ค่าโครงข่าย 2จี 2,000 ล้านบาท และ 4.ค่าใช้จ่าย ในโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด 1,300 คน จำนวนเงิน 3,000 ล้านบาท กลับกันรายได้ ที่เข้ามากลับมาจากธุรกิจอินเทอร์เน็ต ความเร็วสูงเพียงอย่างเดียว และในงวด 5 เดือน ก็ประสบปัญหาหนักในการทำตลาดด้วย
          "เป้าหมายรายได้ปี 2559 คาดว่า ประมาณ 50,000 กว่าล้านบาท แต่จะยังคงมีรายจ่ายประมาณ 60,000 ล้านบาท โดยต้นทุนส่วนใหญ่ของทีโอที มาจากเงินเดือนพนักงาน ค่าเสื่อมโครงข่าย การซ่อมบำรุงอุปกรณ์ทั่วไป ซึ่งบางตัวไม่มีอะไหล่ ทำให้ค่าซ่อมบำรุงสูงมาก ดังนั้น จึงทำให้ทีโอที น่าจะขาดทุนประมาณ 10,000 ล้านบาท แต่ปี 2559  EBITDA ของทีโอทีจะพลิกมาเป็นบวกที่ 4,000 ล้านบาท แต่ตอนนี้กลับกันน่าจะมีสถานะติดลบแล้ว ซึ่งเป้าหมายที่ทำให้สถานะทางการเงิน ทางบัญชีดีขึ้นในปี 2561 ทีโอทีจะพลิก ผลประกอบการมีกำไรได้ก็น่าจะหมดโอกาสแล้ว"
          แฉมือมืดเตะถ่วงสัญญาใหม่
          นายมนต์ชัย ระบุว่า ตามเดิมกำหนดการลงนามในสัญญากับเอไอเอสนั้นน่าจะทำได้ในไตรมาสแรกที่ผ่านมา หลังสำนักงานอัยการสูงสุด คณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักงาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับนโยบาย รัฐวิสาหกิจ (สคร.) ต่างตอบกลับว่า ทำได้ ไม่ขัดกฎหมาย
          บอร์ดทีโอที จึงมีมติวันที่ 9 มิ.ย. ให้ลงนามสัญญากับเอไอเอสทดลองระบบทางเทคนิค เป็นเวลา 6 เดือน โดยเอไอเอส ต้องจ่ายค่าทดลองเดือนละ 300 ล้านบาท
          แต่ล่าสุดวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา บอร์ดกลับนัดประชุมวาระพิเศษเพื่อระงับ การเซ็นสัญญาข้างต้นไว้ก่อน และให้ส่งเรื่องสอบถามไปยังกฤษฎีกาว่าเข้าข่าย พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมทุนในกิจการของรัฐหรือไม่
          "ปีนี้ทีโอทีจะขาดทุนสุทธิไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาท เพราะสัญญากับเอไอเอสที่เราเคยคิดว่าจะเซ็นร่วมกันและสร้างรายได้เข้ามา ตอนนี้ก็ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง เพราะมีคนบางกลุ่มที่พยายามสกัด ถึงตรงนี้อย่าให้ผมพูดเลยว่าเป็นใคร เพราะเขามักจะเอาเรื่องปัญหาความขัดแย้งเรื่องข้อพิพาทที่เรามีกับเอไอเอส เรื่องเสา สถานีฐานไปรวมกัน ทั้งๆ ที่จริงมันต่างกรรมต่างวาระ หากมองแบบอคติ"
          "ปีนี้ทีโอทีจะขาดทุนสุทธิ ไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้าน สัญญากับเอไอเอสยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง เพราะมีบางกลุ่มพยายามสกัด"