อันดับคลาวด์ คอมพิวติ้งไทยดีขึ้น

"คลาวด์ คอมพิวติ้ง" เป็นเทคโนโลยีที่มีการพูดถึงอย่างกว้างขวางในไทยช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากจะช่วยให้ ภาครัฐ เอกชน องค์กร ธุรกิจขนาดย่อม ตลอดไปถึงผู้บริโภค เข้าถึงเทคโนโลยีได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพในราคาประหยัด และยังช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วย บีเอสเอ หรือกลุ่มพันธมิตรซอฟต์ แวร์ ได้เปิดเผยผลการศึกษา BSA Global Cloud Computing Scorecard ประจำปี 2559 ซึ่งจัดอันดับความพร้อมของนโยบายเพื่อสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีในรูปแบบคลาวด์ คอมพิวติ้งใน 24 ประเทศ คิดเป็นร้อยละ 80 ของตลาดไอทีทั่วโลก
          ผลการศึกษาพบว่า ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 21 ของ 24 ประเทศที่เป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจไอที เทียบกับ พ.ศ. 2556 ที่ประเทศไทยอยู่ที่ลำดับ 23 แสดง ให้เห็นความก้าวหน้าด้านความพร้อมของนโยบายคลาวด์คอมพิวติ้งในประเทศไทย ในขณะที่จีน อินเดีย และเกาหลี พบการชะลอตัวในส่วนของนโยบายดังกล่าว โดยประเทศใน 5 ลำดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี แคนาดา และฝรั่งเศส ส่วนประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ที่มีอันดับดีที่สุด คือ สิงคโปร์ รองลงมาคือ มาเลเซีย
          มร.คริส ฮอพเฟ่นสเปอเกอร์ ผู้บริหาร บีเอสเอ กล่าวว่า การที่ประเทศไทยอันดับดีขึ้นจากผลการศึกษาครั้งก่อน เนื่องจากไทยมีการปรับปรุงกฎหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญา และ กฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมไซเบอร์ รวมถึงการขยายโครงสร้างพื้นฐานของเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศมากขึ้น ส่วนภาครัฐและเอกชนก็มีความตื่นตัวให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอล
          อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายที่คุ้มครองความเป็นส่วนตัว (Privacy) ของข้อมูล ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการใช้งานอินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ รวมถึงต้องมีการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งหากทำได้จะช่วยให้อันดับปรับตัวดีขึ้นได้ เสริมการเข้าถึงและได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีคลาวด์ คอมพิวติ้ง เหมือนประเทศแอฟริกาใต้ ที่ปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัวส่งผลให้มีคะแนนสูงขึ้นมาถึง 6 อันดับ
          แต่สิ่งที่ควรให้ความสำคัญ คือ ไม่ควรจำกัด หรือออกกฎหมายให้การจัดการข้อมูลต้องอยู่ในประเทศ (Data Localization) ทั้งหมด ควรจะปล่อยให้มีการไหลและเคลื่อนย้ายข้อมูลข้ามพรมแดนได้อย่างเสรี เพราะจะเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ให้บริการเทคโนโลยี และการเข้ามาลงทุนของบริษัทไอทีต่างชาติ รวมถึงการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตอลที่เป็นนโยบายของรัฐบาลด้วย ไม่ควรไปกำหนดกฎเกณฑ์ว่า องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน จะต้องใช้เทคโนโลยี
          ประเทศไทยควรหลีกเลี่ยงหรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เช่น การจำกัดเนื้อหาทางอินเทอร์เน็ต (Internet Censorship) และการออก ข้อบังคับด้านเทคโนโลยี เป็นต้น ซึ่งประเทศรัสเซีย ได้มีการออกข้อกำหนดกฎเกณฑ์ว่าข้อมูลจะต้องอยู่ภายในประเทศ ส่งผลให้อันดับตกลงมา 3 อันดับ ขณะที่จีน ก็มีการบังคับเรื่องคัดกรอง และควบคุมข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ที่เคร่งครัด ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีคลาวด์ คอมพิวติ้ง ส่วนประเทศเวียดนาม และอินโดนีเซีย ก็มีการพิจารณาที่จะออกกฎเกณฑ์มาบังคับเรื่อง Data Localization ซึ่งแน่นอนว่าจะไม่ส่งผล ดีต่อการนำไอทีไปใช้พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
          การศึกษาปีนี้แสดงให้เห็นว่าการปรับปรุงสภาวะแวดล้อมเชิงนโยบายมีความก้าวหน้าเป็นอย่างดีในเกือบทุกประเทศ นับจากมีการเผยแพร่ผลการศึกษาของบีเอสเอในปี พ.ศ. 2556 ซึ่งทุกประเทศทั่วโลกจำเป็นต้องเข้าใจว่านโยบายของตนมีผลกระทบต่อตลาดเทคโนโลยีในรูปแบบคลาวด์ คอมพิวติ้งในระดับโลก
          อย่างไรก็ตามรายงานฉบับนี้คือ การร้องขอให้รัฐบาลของทุกประเทศทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงและได้รับประโยชน์ของเทคโนโลยีในรูปแบบคลาวด์ คอมพิวติ้งอย่างทั่วถึงกัน.