4Gดันตลาดสื่อสารสู้กำลังซื้อหด โมบายดาต้าโต42%วอยซ์ตกฮวบ

 4G-ดิจิทัลอีโคโนมี ดันตลาดสื่อสารปี'59 เฉียด 6 แสนล้านบาท ค่ายมือถือ ระดมปูพรมลงโครงข่ายบูมอุปกรณ์เน็ตเวิร์กโต 42% เช่นเดียวกับ "โมบายดาต้า" ที่โตเกิน 1.5 แสนล้านบาท ขณะที่บริการด้านเสียงถึงยุคขาลง หลัง สมาร์ทโฟนยึดตลาดเบ็ดเสร็จแล้ว ระบุแม้มูลค่าจะเติบโตชะลอตัวแต่จำนวนเครื่องเพิ่มมหาศาล
          นายศุภชัย สัจไพบูลย์กิจ เลขาธิการ สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย และที่ปรึกษาโครงการสำรวจผลการสำรวจมูลค่าตลาดสื่อสาร เปิดเผยว่า การสำรวจมูลค่าตลาดสื่อสารโดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงาน กสทช.พบว่า มูลค่าตลาดสื่อสารในปี 2558 อยู่ที่ 535,989 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 7.3% จากการขยายตัวของบริการ 3G แต่ยัง น้อยกว่าที่คาดว่าจะโต 12.3% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้ภาคครัวเรือนมีการระมัดระวังการใช้
          ขณะที่การลงทุนของภาครัฐยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน แต่คาดว่าในปี 2559 นี้มูลค่าตลาดจะอยู่ที่ 597,584 ล้านบาท โตขึ้น 11.5% จากการขยายโครงข่าย 4G และการลงทุนภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลที่เริ่มเดินหน้า ซึ่งกระตุ้นให้เอกชนลงทุนเพื่อปรับโมเดลธุรกิจรองรับการแข่งขันในยุคดิจิทัลด้วย
          โดย 42.3% ของมูลค่าตลาดรวมเป็น กลุ่มอุปกรณ์สื่อสารที่ได้รับอานิสงส์จากการขยายโครงข่าย 3G และ 4G ทำให้ตลาดอุปกรณ์ไร้สายโต 31.0% มีมูลค่า 35,809 ล้านบาท ทั้งคาดว่าปีนี้จะโตอีก 42% จากการแข่งขันขยายโครงข่าย 4G จนมูลค่าตลาดกระโดดไปอยู่ที่ 50,860 ล้านบาท โดยในส่วนตลาดอุปกรณ์โครงข่ายน่าจะโตถึง 13.1% หรือมีมูลค่า 78,780 ล้านบาท
          ทั้งมีนโยบายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน บรอดแบนด์ของรัฐบาลถึงระดับหมู่บ้าน รวมถึงการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ภาครัฐ อาทิ รถไฟฟ้าที่ต้องติดตั้งไฟเบอร์ออปติกเพื่อให้บริการขนส่งมวลชนและโทรคมนาคม การพัฒนาระบบเนชั่นแนล อีเพย์เมนต์ ที่ช่วยให้ตลาดอุปกรณ์แบบมีสายโตขึ้นอีก 12.2% หรือมีมูลค่า 17,980 ล้านบาท
          ขณะที่ตลาดเครื่องโทรศัพท์มือถือ ถึงเวลาประกาศว่าสมาร์ทโฟนได้ครองตลาดทั้งหมดแล้ว เนื่องจากฟีเจอร์โฟนในปี 2558 เหลือมูลค่า 675 ล้านบาท
          และคาดว่าในปีนี้จะเหลือเพียง 260 ล้านบาท ขณะที่สมาร์ทโฟน แม้จะเติบโตชะลอตัว คือเพิ่มขึ้นราว 12.9% หรือมีมูลค่า 103,050 ล้านบาท และคาดว่าในปี 2559 โตแค่ 3.5% หรือมีมูลค่า 106,700 ล้านบาท
          "แต่จำนวนเครื่องในตลาดเพิ่มขึ้นมหาศาลด้วยราคาต่อเครื่องที่ลดลงเหลือระดับพันกว่าบาท และยังมีแนวโน้มลดลงอีก จากการส่งเสริมการขายของค่ายมือถือ และแบรนด์ต่าง ๆ แต่ด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจอาจทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องยากขึ้น จึงเป็นการเติบโตแบบชะลอตัว"
          ขณะที่เครื่องโทรศัพท์แบบประจำที่ยังคงหดตัวอย่างต่อเนื่อง จากที่ติดลบ 14.1% ในปี 2558 คาดว่าปีนี้จะติดลบอีก 10.9%
          ด้านมูลค่าตลาดบริการสื่อสารที่มีสัดส่วนถึง 57.7% ของตลาดรวม มีสิ่งที่น่าสนใจคือ บริการโมบายดาต้า เติบโตกว่า 21.5% หรือมีมูลค่า 107,540 ล้านบาท
          และปีนี้ยังน่าจะโตได้อีก 41.2% หรือมีมูลค่าถึง 151,847 ล้านบาท สวนทางกับบริการด้านเสียง (Voice) ที่หดตัว ต่อเนื่อง โดยจากนี้จะลดลงในระดับ 2 ดิจิตทุกปี โดยในปี 2558 ลดลง 10.2% คาดว่าปีนี้จะลดลงอีก 13% เหลือมูลค่าราว 94,712 ล้านบาท
          "ผู้บริโภคหันไปใช้บริการ Voice ผ่านแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ซึ่งกลายเป็นการใช้งานโมบายดาต้าแทนแล้ว ทำให้บริการด้าน Voice รวมถึงโทร.ทางไกลระหว่างประเทศทุกประเภทหดตัวลงอย่างมากปีนี้น่าจะติดลบอีก 24.6% จากปี 2558 ที่ติดลบไปแล้ว 16.6%"
          แต่สำหรับบริการอินเทอร์เน็ตแบบประจำที่ทั้งแบบมีสายและไม่มีสายในปี 2558 เติบโตขึ้น 10.1% คาดว่าปีนี้จะโต 10.9% หรือมีมูลค่า 59,396 ล้านบาท
          สำหรับสัดส่วนการใช้จ่ายในตลาดสื่อสารภาพรวมปี 2558 พบว่า 55.7% เป็นภาคครัวเรือน เป็นสัดส่วนที่ลดลงจากปีก่อน ที่เหลือมาจากการใช้จ่ายภาครัฐและเอกชน
          ผลสำรวจนี้ทำให้พบว่า ปัจจัยเสี่ยงของตลาดสื่อสาร ยังอยู่ที่ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ขณะที่เทรนด์การใช้ดิจิทัลมีส่วนสำคัญอย่างมากในการช่วยผลักดัน ทำให้เกิดการแข่งขันราคาอุปกรณ์และค่าบริการลดลง
          "ที่น่ากังวลคือ อัตราการใช้โซเชียลมีเดียที่มีเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังเน้นเพื่อความบันเทิงเป็นหลัก อาจกระทบความสามารถด้านโปรดักทิวิตี้ของประเทศหรือไม่ จึงควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนนำดิจิทัลไปใช้ประโยชน์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มผลผลิตมากกว่าใช้เวลาเสพเพื่อความบันเทิงอย่างเดียว"