แบงก์พาณิชย์ตั้งรับรายได้"ค่าฟี"ลดแจง"พร้อมเพย์"ช่วยลดต้นทุน-โบรกฯจ่อหั่นกำไร

แบงก์พาณิชย์ตั้งรับรายได้ค่าธรรมเนียมลด หลังเปิดใช้ระบบ "พร้อมเพย์" กสิกรฯ ยอมรับกระทบรายได้ค่าฟีแต่เชื่อทุกแบงก์เตรียมแผนรับมือ  ด้าน "กรุงไทย" ชี้ค่าฟีลด-ลดต้นทุนบริหารเงินสด โบรกฯ จ่อปรับลดกำไรกลุ่มแบงก์ลงอีก 5%
          นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ขณะนี้เป็นที่ทราบดีว่าเมื่อมีระบบชำระเงินที่มีศักยภาพ จากการเปิดบริการ "พร้อมเพย์" ธนาคารพาณิชย์น่าจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน เพราะหากประชาชนหันไปทำธุรกรรมทางการเงินผ่านบริการพร้อมเพย์ การโอนเงิน แบบปกติ ทั้งผ่านตู้เอทีเอ็มและระบบอินเทอร์เน็ต มือถือระบบเดิม ๆ ก็จะลดลง ซึ่งก็เท่ากับว่ารายได้ที่ธนาคารจะได้จากค่าธรรมเนียมเหล่านี้จะหายไปด้วย
          อย่างไรก็ดี เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทุกแบงก์ทราบโจทย์นี้ดี ว่า อนาคตสิ่งที่กระทบต่อธนาคารคือรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมทางการเงินจะลดลง ซึ่งก็เชื่อว่าขณะนี้ทุกแบงก์ก็มีการเตรียมพร้อมแล้วเพื่อหาแนวทางอื่น ๆ มาชดเชย ซึ่งปัจจุบันรายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารอยู่ที่กว่า 40% และอีก 60% เป็นรายได้จากดอกเบี้ย ซึ่งการรักษาสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมให้อยู่ที่ 40% ก็คงเป็นเรื่องยากของธนาคารตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป เนื่องจากส่วนใหญ่รายได้ค่าธรรมเนียมส่วนใหญ่ของธนาคารก็มาจากการทำธุรกรรมการเงิน เช่น โอน ฝาก ถอน และการให้บริการอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ
          "ตอนนี้ธนาคารต้องประเมินภาพอีกครั้ง ว่าธนาคารจะกระทบแค่ไหน ซึ่งก็ต้องรอดู 15 ก.ค.นี้ ว่าคนมาลงทะเบียนระบบนี้มากน้อยแค่ไหน" นายปรีดีกล่าว
          ด้านนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารจัดการทางการเงินเพื่อธุรกิจ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า หากธนาคารเริ่มใช้ระบบ "พร้อมเพย์" จะทำให้ค่าฟีของธนาคารในธุรกรรมแบบเดิม ๆ ลดลง แต่เกิดค่าฟีใหม่จาก "พร้อมเพย์" ที่แม้ว่าจะมีอัตราค่าฟีถูกลง แต่ลูกค้าที่ต้องการความสะดวกก็จะหันมาใช้เพิ่มขึ้น เช่น การจองสลากที่ลูกค้ากว่า 90% จองผ่านตู้เอทีเอ็มและสมาร์ทโฟน ก็อาจสร้างค่าฟีแบบใหม่ในอนาคต
          อย่างไรก็ตาม การใช้ระบบใหม่นี้จะทำให้ต้นทุนบริหารเงินสดลดลงด้วย เช่น การขนเงิน นับเงิน และอื่น ๆ ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาหนึ่งกว่าจะถึงจุดคุ้มทุน แม้ว่าพฤติกรรมลูกค้าจะไม่เปลี่ยนในทันที
          นางอุษณีย์ ลิ่วรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการ ผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยเตรียมปรับลดกำไรสุทธิของธนาคารพาณิชย์ปีนี้เป็นรอบที่ 3 อีกราว 5% หรือประมาณ 9,400 ล้านบาท จากเดิมที่ว่าจะทำได้ 189,000 ล้านบาท หลังประเมินว่ากลุ่มธนาคารพาณิชย์มีแนวโน้มที่รายได้ในส่วนของค่าธรรมเนียมจะปรับตัวลดลง จากการพิจารณาปรับลดค่าธรรมเนียมธุรกรรมทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ในระบบ e-payment
          ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2559 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการในการศึกษาและวิจัยด้านการกำกับดูแลบริการโทรคมนาคมและบริการทางการเงินและการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้บริการที่มีความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ