จัดโครงสร้างรับกระทรวงดิจิทัลเกลี่ยคน-เพิ่มทักษะเทคโนโลยี

"ไอซีที" ขีดเส้นมีเวลา 3 เดือนปรับโครงสร้างการทำงาน และเกลี่ยอัตรากำลังรอรับกระทรวง "ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม" พร้อมจับข้าราชการเข้าโปรแกรมเพิ่มทักษะด้านเทคโนโลยี คาดภายใน ก.ย.นี้พร้อมกดปุ่มเริ่มทำงาน
          นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า มีเวลาอีก 3 เดือนเพื่อปรับโครงสร้างการทำงานของทุกหน่วยงานในกระทรวงไอซีทีเพื่อเปลี่ยนเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หลังร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ...ผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาได้ในปลายเดือน ส.ค.-ต้น ก.ย.นี้
          โดยตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้หน่วยงานภายในกระทรวงไอซีทีจะยังอยู่เหมือนเดิม ยกเว้นศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติจะย้ายไปสังกัดกระทรวงมหาดไทย และจะมีหน่วยงานระดับกรมตั้งขึ้นใหม่เข้ามาสังกัดเพิ่ม ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะเข้ามาทำหน้าที่รองรับการทำงานของคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งจะจัดตั้งขึ้นตามร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. ...ซึ่งอยู่ในกระบวนการพิจารณาของ สนช.
          ภายใต้กระทรวงใหม่จะมีหน่วยงานใต้สังกัดระดับกรม ได้แก่ สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานสถิติแห่งชาติ และสำนักงานบอร์ดดีอี
          ขณะที่ 3 รัฐวิสาหกิจอย่าง บมจ.ทีโอที บมจ.กสท โทรคมนาคม (แคท) และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด รวมถึง 3 องค์การมหาชนอย่างสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (ซิป้า) สำนักงานพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (สรอ.) และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ก็โอนย้ายมาสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯด้วย
          "3 เดือนนี้ต้องปรับโครงสร้างภายในทั้งหมด และวางภารกิจงานของแต่ละหน่วยงานให้สอดรับกับแผนพัฒนาดิจิทัล ซึ่งเป็นแผนแม่บทกรอบการพัฒนาประเทศใน 20 ปีนี้ โดยได้ตั้งคณะทำงานที่มีปลัดกระทรวงเป็นประธาน เพื่อให้ทุกหน่วยงานไปทบทวนภารกิจใหม่"
          ด้านนางทรงพร โกมลสุรเดช ปลัดกระทรวงไอซีทีเสริมว่า จะต้องมีการเกลี่ยอัตรากำลังของแต่ละหน่วยงานของไอซีทีเดิม โดยเฉพาะสำนักปลัดกระทรวงที่เดิมมีราว 200 อัตรา เข้าไปอยู่ในสำนักงานบอร์ดดีอี ซึ่งปกติหน่วยงานระดับกรมจะมีอัตรากำลังไม่ต่ำกว่า 100 คน แต่เนื่องจากกระทรวงใหม่เป็นด้านเทคโนโลยีต้องการความคล่องตัว จึงน่าจะมีกำลังอัตราไม่มากนัก เน้นใช้คนเก่งและมีความเชี่ยวชาญ ขณะที่บุคลากรเดิมของกระทรวงไอซีทีกว่า 300 คน ต้องเตรียมเข้าสู่กระบวนการเชนจ์แมเนจเมนต์ เพื่อเพิ่มทักษะด้านเทคโนโลยี และปรับกระทรวงการทำงานให้สอดคล้องกับภารกิจของกระทรวงใหม่
          "คาดว่าจะเปิดรับคนใหม่อย่างน้อย 50 ตำแหน่งที่จะมาทำงานคู่กับพี่เลี้ยงที่เป็นข้าราชการเดิมที่แม่นเรื่องกฎระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง แนวทางปฏิบัติต่าง ๆ"
          นอกจากนี้ ยังต้องเตรียมออกแบบโครงสร้างและการบริหารงานของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลที่จะตั้งขึ้นใหม่พร้อมกันด้วย
          "เดิมไอเดียในการตั้งหน่วยงานนี้จะดึงคนของ สวทช. เนคเทค กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มาช่วยงาน สมัยรัฐมนตรีไอซีทีคนก่อน (นายพรชัย รุจิประภา) มีการขอยืมตัวมาช่วยราชการที่กระทรวงไอซีที ไว้ก่อนแล้ว มีผลสิ้นสุด 30 ก.ย.นี้ จากนี้คงต้องให้รัฐมนตรีทั้ง 2 กระทรวงหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ ในส่วนของไอซีทีมีหน้าที่ต้องออกแบบสวัสดิการและโครงสร้างการทำงานที่จูงใจให้คนที่มีความสามารถเข้ามาทำงานในหน่วยงานนี้ เช่น อาจจะเพิ่มเงินเดือนมากกว่าราชการราว 30% หรือมีการเพิ่มสวัสดิการที่ดีกว่าราชการทั่วไป"