ก้าวสู่สังคมดิจิทัล อย่างไรจึงก้าวหน้า

นโยบายรัฐบาลเรื่องไทยแลนด์ 4.0 เรื่องดิจิทัล อีโคโนมี เรื่องส่งเสริม สตาร์ทอัพ ดูๆ ตามตัวอักษรแล้วน่าจะไปบนทิศทางเดียวกัน นำพาประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า กระทั่งกลายเป็นฮับดิจิทัลในอนาคตอันใกล้ ไม่กี่ปีนี้ ถือเป็นการเล็งการณ์ไกลของรัฐบาลที่จะนำพาประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า หนีบ่วงเศรษฐกิจเดิมๆ ทั่วโลกที่ล้วนถดถอย ซึ่งรัฐบาลก็ตระหนักดี เห็นได้จากที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ "อนาคตไทยกับทศวรรษใหม่แห่งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน" ได้ระบุถึงเศรษฐกิจโลกยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว ซึ่งส่งผลต่อการส่งออก ของไทยที่ฟื้นตัวล่าช้าตามไปด้วย ทั้งนี้รัฐบาลพยายามผลักดัน การลงทุน โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ที่จะต้องลงทุนต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ล้านล้านบาท เงินลงทุน จำนวน ที่รองนายกรัฐมนตรีกล่าว น่าจะรวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล ดูตามรูปการณ์แล้วเศรษฐกิจดิจิทัลมีแววจะรุ่งโรจน์ ไม่เป็นรองใครในภูมิภาคนี้อย่างแน่นอน หลายๆ คน หลายๆ ฝ่าย ล้วนมีฝันคล้อยตาม
          แม้กระทั่ง แผนงานของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ที่ล่าสุดกระทรวงไอซีทีได้ลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) การรับเรื่อง ร้องเรียนปัญหาออนไลน์อย่างครบวงจร 1212 โอซีซี (online complaint center) กับ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ., สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค, สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท) เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน ของ "ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ 1212 โอซีซี" ที่กระทรวง ไอซีทีมอบหมายให้สพธอ.เป็นผู้บริหารจัดการ การรับเรื่องร้องเรียน ปัญหาออนไลน์แบบครบวงจรในจุดเดียว หรือ วันสต็อปเซอร์วิส ศูนย์ดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นใจการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การทำธุรกรรมซื้อขายสินค้า ตลอดจนกระตุ้นการเติบโตให้อุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซให้เพิ่มสูงขึ้น ตามแผนขับเคลื่อนแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
          อย่างไรก็ตาม กระแสสวนทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและสังคม ยังมีออกมาเนืองๆ จากหน่วยงานราชการ ซึ่งเป็นกลไกของรัฐ ไม่ว่าจะการต้องระงับยับยั้งบริการอูเบอร์ โมโต แกร็บไบค์ ไล่เรียงมาถึงล่าสุด 3ดี พรินเตอร์ ที่คืออนาคตของอุตสาหกรรมดิจิทัล ที่กระทรวงพาณิชย์ได้ออกกฎกระทรวงควบคุมการนำเข้า 3 ดีพรินเตอร์ โดยจะมีผลบังคับใช้ 28 มิ.ย. 2559 นี้ พร้อมเหตุผลที่ผู้เกี่ยวข้องออกมาบอกว่า เพราะเกรงจะนำวัตถุที่สร้างจาก 3 ดี พรินเตอร์ไปประกอบเป็นอาวุธ หรือวัตถุทัดเทียมอาวุธ แม้จะมีผู้ให้ความเห็นค้านหลากหลายประการว่า การจะทำเช่นนั้นได้ต้องเป็น 3ดี พรินเตอร์ขนาดใหญ่ ราคาสูง และการจะประกอบอาวุธแต่ละชิ้นขึ้นมาต้องลงทุนอื่นๆ อีกมาก ซึ่งอาจจะยากกว่าการหาซื้ออาวุธเถื่อนเสียอีก เมื่อเปรียบเทียบกับประโยชน์อื่นๆ ที่จะได้รับจาก 3ดี พรินเตอร์นั้น กฎดังกล่าวอาจเป็นการดับฝันสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัลได้ทางหนึ่งทีเดียว ซึ่งต้องติดตามต่อไปว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดิจิทัล และไทยแลนด์ 4.0 จะมีกระบวนท่าเช่นไรต่อ