รัฐ-เอกชนทุ่ม4แสนล้านดันไทย"ดิจิทัลฮับอาเซียน"

"รัฐ-เอกชน" ลงทุนระบบสื่อสารโทรคมนาคมเฉียด 4 แสนล้านใน 3 ปี ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ด้านดิจิทัล ดันไทยสู่ดิจิทัล ฮับของอาเซียนภายใน 5 ปี ยกระดับความเป็นอยู่ประชาชน หนุนแผนดึงดูดนักลงทุนของรัฐบาล
          จากนโยบายประเทศไทยจะเร่งรัดการลงทุนด้านไอที และดิจิทัล ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมมูลค่า 1.2-1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ภายใน 5 ปี โดยมีจุดหมายจะให้ไทยเป็นดิจิทัล ฮับ ของอาเซียนในอนาคต เริ่มด้วยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ในประเทศให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ก่อนขยายการเชื่อมโยงไปสู่ภูมิภาคและโลก และจากการรวบรวมแผนงานลงทุนด้านสื่อสารโทรคมนาคมของทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ระหว่างปี 2559-2561
          ทั้งนี้ พบว่า นโยบายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อการพัฒนาประเทศไปสู่ "ดิจิทัลไทยแลนด์" นั้น รัฐบาลและกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) สนับสนุนทุกกิจกรรมการติดต่อสื่อสารกับคนทั่วไปในชีวิตประจำวัน อี-เลิร์นนิ่ง อี-บุ๊คกิ้ง อี-ไลบรารี่ รวมถึงสาธารณสุข การรักษาพยาบาล
          ส่วนการค้าขายในชุมชน ที่มีปัญหาการตลาด และการผลิตสินค้า ขายสินค้าได้น้อย รัฐบาลเชื่อว่าเมื่อมีระบบไอซีที ระบบโครงสร้างพื้นฐาน เข้าในพื้นที่ ผู้ประกอบการในชุมชนเข้าใช้บริการ ใส่ข้อมูลสินค้าเพื่อให้เกิดการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์ เกิดการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้เกิดโอกาสการซื้อขายสินค้าได้มากขึ้น
          กระทรวงไอซีที มีแผนงานชัดเจนว่าปี 2559-2560 จะใช้งบ 15,000 ล้านบาท วางโครงข่ายพื้นฐานทั้งหมดครอบคลุมทั่วประเทศ โดยงบประมาณ 5,000 ล้านบาท เสริมขีดความสามารถการใช้โครงข่ายเพื่อสนับสนุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ และ 3,700 ล้านบาท เพิ่มขีดความสามารถการให้บริการด้านข้อมูล (ดาต้า) และพัฒนาบุคลากรที่จะดูแลระบบไอซีที เรียกว่าเป็นโครงการที่ชัดเจนและเกิดขึ้นแน่นอน
          อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญกับภาคประชาชน คือการวางโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 4 หมื่นแห่ง ลงไปยังชุมชนต่างๆ จะเกิดระหว่างเดือนมิ.ย.2559-มิ.ย.2560 ซึ่ง 4 หมื่นแห่ง ประกอบด้วย ที่ทำการชุมชน สถานศึกษา ศูนย์การศึกษา นอกโรงเรียน หมู่บ้านชายขอบ ในปี 2560 มั่นใจประชาชนได้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ในทุกภาคครอบคลุมทั่วประเทศ
          ลงทุนเพิ่มศักยภาพ
          นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ไทยยังมีศักยภาพการลงทุนอีกหลายด้าน ทั้งไฟเบอร์ออพติก ดาต้า การบริการรูปแบบไว-ไฟ การบริการสมาร์ทโฟน มีอนาคตแน่นอน จึงขอให้ผู้ประกอบการมั่นใจว่า รัฐบาลโดยกระทรวงไอซีที จะใช้เงินที่กล่าวมาลงทุนอย่างคุ้มค่าด้วยความโปร่งใส เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ
          นอกจากนั้น กระทรวงไอซีที จะอำนวยความสะดวกด้านการค้าการลงทุน รวมทั้งเปิดโอกาสให้ร่วมมือกันในทุกภาคส่วนภายใต้หลักการประชารัฐ
          แผนงานของไอซีทีได้มอบหมายให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม ไปดำเนินงาน โดยทีโอทีรับผิดชอบโครงการพัฒนาเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ 70,000 หมู่บ้าน ภายใต้งบ 15,000 ล้านบาท
          จากการสำรวจ ทีโอทีมีเสาสัญญาณและสายไฟเบอร์ออพติกอินเทอร์เน็ตครอบคลุม ซึ่ง 30,000 หมู่บ้านยังเข้าไม่ถึง เพราะสภาพภูมิศาสตร์ไม่เอื้อต่อการลงทุน เพื่อแก้ปัญหา ความเหลื่อมล้ำรัฐบาลจึงสนับสนุนให้กระทรวงเป็นผู้ดำเนินการ โดยจะเริ่มให้บริการได้ปีนี้ และครอบคลุมได้ทั้งประเทศปี 2560
          ส่วนบมจ.กสท โทรคมนาคม นำเสนอข้อมูลและแผนโครงการการพัฒนาไฟเบอร์ออพติก ใยแก้วนำแสงใต้น้ำ (ซับมารีน เคเบิล) ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวนั้น กสท ต้องการพัฒนาซับมารีน เคเบิลให้มีกี่เส้นทาง เชื่อมต่อกับภูมิภาคใดบ้าง และใช้เส้นทางใดเป็นเส้นทางหลัก เพื่อเชื่อมต่อไปยังต่างประเทศ เพราะรัฐบาลเห็นว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมที่ผลักดันให้เกิดดิจิทัลอีโคโนมีได้ ต้องสร้างโครงข่ายในประเทศให้แข็งแกร่ง
          ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน
          ในแผนระยะยาวไอซีทีมองว่า ไทยควรมีศูนย์กลางเชื่อมต่อซับมารีนเคเบิล ซึ่งอาจเสนอเป็นโครงการกิจการร่วมค้า หรือคอนซอร์เตียม ระหว่างรัฐและเอกชน ที่ดำเนินธุรกิจซับมารีน เคเบิลด้วยกัน เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองขอลดราคาค่าเชื่อมต่อแบนด์วิธเวลาเชื่อมอินเทอร์เน็ต ออกต่างประเทศ โดยเฉพาะจุดเชื่อมต่อที่ไทยทำกับสิงคโปร์ หรือมาเลเซีย เวลาเชื่อมออกไปยังทวีปยุโรป หรือสหรัฐ
          โดยภายใต้การดำเนินงานตามโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ส่วน กสท จะเป็นผู้รับผิดชอบโครงการขยายขีดความสามารถเครือข่ายการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในประเทศ และต่างประเทศ 5,000 ล้านบาท (อินเตอร์เนชั่นแนล อินเทอร์เกตเวย์) ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวของทั้ง 2 รัฐวิสาหกิจ เป็นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลนี้
          ไทยจำเป็นต้องปฏิรูปและปรับโครงสร้าง เพราะรัฐบาลต้องการให้ไทยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เต็มประสิทธิภาพ ไม่เฉพาะภาคการสื่อสาร แต่ต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น
          ส่วน กสท เตรียมความพร้อมทำการตลาดในรูปแบบของธุรกิจที่หลากหลาย ด้านโครงข่ายระดับภูมิภาคที่พร้อมเป็นฮับในอินโดจีน สำหรับโครงข่ายหลัก กสท มีระบบเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศเชื่อมโยงในกลุ่มประเทศอาเซียน 4 ระบบ รวมถึงการพัฒนาโครงข่ายภาคพื้นดินตามเขตแนวชายแดนกับลาว กัมพูชา พม่า และมาเลเซีย อีกทั้งการสร้างศักยภาพในกลุ่มประเทศ อินโดจีนระหว่างรัฐบาล (จีทูจี) ทั้งลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม และจีน
          ขณะนี้ กสท ได้ลงทุนระบบเคเบิลใต้น้ำระบบใหม่ คือ ระบบเอเชีย แปซิฟิกเกตเวย์ (เอพีจี) ซึ่งเดิมกำหนดเสร็จปี 2558 แต่ประสบปัญหา จุดขึ้นบกที่จีน จึงเลื่อนการเปิดบริการเป็นต้นปีนี้ ซึ่งเป็นการลงทุนที่สูงราว 1,500 ล้านบาท แต่สร้างรายได้ระยะยาว โดยรองรับความต้องการในอาเซียน และประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี ระบบนี้รองรับความจุกว่า 55 เทราบิต
          เอไอเอสทุ่มเงินลง4จี-ไฟเบอร์ออพติก
          นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า ปีนี้วางงบลงทุนการขยายโครงข่ายและลงทุนในกลุ่ม 40,000 ล้านบาท ตั้งเป้าเพิ่มยอดลูกค้า จากขณะนี้ฐานลูกค้าที่ 38.9 ล้านราย
          ส่วนสถานีฐานในทุกย่านความถี่ที่เอไอเอสถือครองคือ 1800 และ 2100 เมกะเฮิรตซ์ และล่าสุดคลื่น 900 มีสถานีฐานแล้ว 30,000 แห่ง และจะขยายโครงข่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
          เอไอเอส มุ่งให้บริการเทคโนโลยีไฟเบอร์ ออพติก 100% ทุกพื้นที่ ขณะนี้ให้บริการครอบคลุมกว่า 50% ในเขตกทม. ภายในสิ้นปีนี้ จะครอบคลุมทั้งพื้นที่ กทม. ทั้งชั้นใน และชั้นนอก รวมทั้งปริมณฑล
          ปัจจุบันให้บริการครอบคลุม 2.4 ล้านครัวเรือน หรือพื้นที่ 10% กว่าๆ ใน 2,000 อาคาร 9,700 หมู่บ้าน 12 จังหวัด เป้าหมายทำให้ได้ 24 จังหวัด หรือ 6.5 ล้านครัวเรือนภายในสิ้นปีนี้
          ส่วนแนวทางการลงทุนปีนี้ 7,000 ล้านบาท ปีต่อไปต้องครอบคลุม 40 จังหวัดเป้าหมาย ใช้เงินลงทุนอีก 1 หมื่นล้านบาท
          ทรูวางไฟเบอร์คลุม10ล้านครัวเรือน
          นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ปีนี้ทั้งคาดใช้งบลงทุน 47,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่ใช้เพื่อลงทุนขยายโครงข่ายมือถือ 31,000 ล้านบาท ลงทุนทรูออนไลน์ 13,000 ล้านบาท และทรูวิชั่นใช้เงินลงทุน 3,000 ล้านบาท โดย งบลงทุนดังกล่าวจะมาจากกระแสเงินสดทั้งหมด
          ปีนี้ทรูออนไลน์ ยังเดินหน้าขยายโครงข่ายไฟเบอร์ให้ครอบคลุมเพิ่มขึ้นอีก 4 ล้านครัวเรือนในกรุงเทพฯ ครอบคลุมทั้งพื้นที่แนวราบและในอาคารสูง และขยายต่อเนื่องไปต่างจังหวัด ทั่วประเทศ รวมครอบคลุมผ่าน 10 ล้านครัวเรือนปีนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของคนไทย และสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของภาครัฐ
          การขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ จะเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้ไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของเออีซี
          ดีแทคลงทุน70,000ล้าน
          นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมิวนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า ดีแทคจะลงทุน 70,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี จากนี้ไปเพื่อพัฒนาบริการ 4จี
          เงินลงทุนดังกล่าวจะใช้ขยายโครงข่าย และการแข่งขันการตลาด โดยดีแทคขยายและเพิ่มความเร็วจากเดิม 3 เท่า ในคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ จากแบนด์วิธ 15 เมกะเฮิรตซ์ เป็น 20 เมกะเฮิรตซ์
          เมื่อรวมกับแบนด์วิธ ในคลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิรตซ์ ที่ให้บริการอยู่แล้ว 5 เมกะเฮิรตซ์ ทำให้ดีแทคมีคลื่นความถี่บริการครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัด ภายในไตรมาส 2 ปีนี้และครอบคลุม 878 อำเภอทั่วประเทศภายในไตรมาส 3 ดีแทคจะนำเงิน 70,000 ล้านบาท สร้างเน็ตเวิร์ค