กม.ดิจิทัลไม่เอื้อลงทุน แนะแก้พรบ.คอมพิวเตอร์ คุ้มครองส่วนบุคคล

โพสต์ทูเดย์ - ภาครัฐมั่นใจโมบายอินเทอร์เน็ตบูม เร่งสานต่อโครงการบรอดแบนด์ถึงระดับหมู่บ้าน
          นายอุตตม สาวนายน รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวในงานเสวนากฎหมายดิจิทัล ความหวังสู่การปฏิรูป จัดโดยสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ว่า การใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ตของไทยโตอย่างรวดเร็วอยู่ในอันดับที่ 7 ของเอเชียและอันดับ 2 ของอาเซียน ดังนั้นการเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานจะช่วยสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลให้มากขึ้น พร้อมเร่งพัฒนาทักษะด้านไอซีทีให้คนไทย เพื่อสอดคล้องกับแผนแม่บทหลักของรัฐที่กำลังจะทำ ซึ่งรัฐบาลหวังว่าภายใน 2 ปี จะสามารถวางรากฐานทุกด้านได้เสร็จสิ้น
          ด้าน นายอธิป อัศวานันท์ ผู้อำนวยการด้านกลยุทธ์และนโยบาย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ปัญหาที่ควรเร่งแก้ไขคือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มาตราที่ 15 ที่ระบุว่า ผู้ให้บริการผู้ใดจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา 14 ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมาตรา 14 และได้เพิ่มวรรคให้รัฐมนตรีออกประกาศกำหนดขั้นตอนการแจ้งเตือน การระงับการทำให้แพร่หลายของข้อมูลคอมพิวเตอร์และการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นออกจากระบบคอมพิวเตอร์ หากผู้ให้บริการพิสูจน์ได้ว่าตนได้ปฏิบัติตามประกาศของรัฐมนตรีที่ออกตามวรรคสอง ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ
          "ปัญหาคือหากผู้ให้บริการโซเชียล มีเดียชื่อดังเข้ามาจัดตั้งบริษัทในประเทศไทยจริงและมีผู้นำเสนอเนื้อหาที่ผิดตามมาตรา 14 ก็คงจะโดนโทษอาญาเยอะมาก ซึ่งไม่เคยมีกฎหมายประเทศใดระบุแบบนี้" นายอธิป กล่าว
          ขณะที่โครงการบรอดแบนด์ควรมีการกำหนดชัดเจนว่าจะลากไปในสถานที่ที่เอกชนไม่ได้เข้าไป และทบทวนบทบาทของรัฐวิสาหกิจด้านยุทธศาสตร์ซับมารีนเคเบิลของชาติ หากตั้งเงื่อนไขราคาค่าบริการสูงและเอกชนลงทุนเองต้นทุนถูกกว่าก็อาจจะเป็นอีกเหตุผลที่รัฐลงทุนเปล่าประโยชน์
          นายสุธรรม อยู่ในธรรม ที่ปรึกษา รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และคณบดีคณะนิติศาสตร์ กล่าวว่า การผลักดันนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีต้อง มีกฎหมายคุ้มครองส่วนบุคคล ซึ่งมีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก