จุฬาฯ โชว์เคสหนุนเศรษฐกิจดิจิตอล ตั้งศูนย์บ่มเพาะ"สตาร์ตอัพ-นวัตกรรม"

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จุฬาฯ ได้กำหนดทิศทางในการพัฒนาด้านนวัตกรรมดิจิตอล สตาร์ตอัพ และนวัตกรรมเพื่อสังคมเพื่อให้สามารถสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการสร้างนวัตกรรมและส่งเสริมสตาร์ตอัพให้เกิดขึ้นได้จริง โดยส่งเสริมและสนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้มีโอกาสแสดงความคิดสร้างสรรค์เพื่อนำไปสู่รากฐานของการก่อเกิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ยั่งยืน
          ทั้งนี้ จุฬาฯได้จัดสร้างศูนย์ Innovation Hub ขึ้นที่บริเวณอาคาร "จามจุรี สแควร์" และที่ศูนย์การเรียนรู้ของจุฬาฯจ.น่าน ขณะเดียวกันในอีก 3 ปีข้างหน้าได้วางแผนที่จะเปิดเมืองนวัตกรรมแห่งจุฬาฯ (CU Innovation District) ในพื้นที่ใกล้กับอุทยานจามจุรี ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีแนวคิดของการสร้างสวนสาธารณะแห่งใหม่ใจกลางเมือง  สำหรับงบประมาณที่ใช้เป็นการร่วมกันระดมทุนระหว่างมหาลัยฯกับทางศิษย์เก่า และชมรม Intania Open Innovation Club (IOIC) ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อมุ่งทำให้เกิดผลจริงเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศโดยภาพรวม ซึ่งในส่วนของนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิตอลจะเป็นแกนหลักสำหรับการขับเคลื่อน
          สำหรับการสร้าง "ศูนย์บ่มเพาะนวัตกรรม" ในพื้นที่ชนบทในลักษณะบูรณาการให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจฐานรากเดิมที่เป็นเกษตรกรรม ด้วยการดัดแปลงและเพิ่มมูลค่าในกับผลผลิตและกระบวนการ ใช้วิธีการทางนวัตกรรม ซึ่งส่วนนี้จะไปดำเนินการที่ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้ของจุฬาฯที่จังหวัดน่าน
          อย่างไรก็ตาม นอกจากการจัดตั้งศูนย์บ่มเพาะบุคลากรแล้ว จุฬาฯยังได้พัฒนาผลงาน นวัตกรรมทางดิจิตอลอาทิแอพพลิเคชั่นด้านประกันภัย Claim di เมื่อเกิดรถอุบัติเหตุไม่ต้องเสียเวลารอ ซึ่งได้รับทุน 2 ล้านเหรียญสหรัฐ (71.6 ล้านบาท) นวัตกรรมถังขยะแยกขยะของนักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬา โปรแกรมธนาคารขยะออนไลน์ แอพพลิเคชั่นเวียร์บัส ติดตามและนำทางรถเมล์แบบเรียลไทม์ ระบบ Drone ตรวจวัดสภาพอากาศขนาดเล็กที่ราคาถูกใช้ และเกมที่สามารถฝึกฝนสัญญาณคลื่นสมองสำหรับผู สูง อายุ ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางสมองชิ้นแรกของโลกอีกด้วย