ปิดฉากกระทรวง"ไอซีที"ตั้ง"ดิจิทัล"แปลงร่างแทน

 รัฐสภา * เหล้าเก่าในขวดใหม่ ปิดฉากไอซีที สนช.ลงมติเอกฉันท์ผ่านกฎหมายตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมขึ้น มาแทน แนะราชการต้องปรับตัวให้ทันสถาน การณ์ "บิ๊กไอซีที" คุยฟุ้งลอกการบ้านฝรั่ง เศส
          ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่...) เพื่อตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยให้ยกเลิกกระทรวงเทคโน โลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในวาระที่ 3 ซึ่งที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ 122 เสียง ผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้แล้ว
          กฎหมายฉบับนี้ระบุให้โอนอำนาจหน้า ที่และข้าราชการ ลูกจ้าง ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ของกระทรวงไอซีที ไปเป็นของสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
          กำหนดให้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการวางแผน ส่งเสริม พัฒนา และดำเนินกิจการเกี่ยวกับดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรมอุตุนิยมวิทยา การสถิติ และราชการอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจ หน้าที่ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยให้กระ ทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมีส่วน ราชการประกอบด้วย สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐ กิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานสถิติแห่งชาติ
          ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ที่มีนายสมบูรณ์ งามลักษณ์ สมาชิก สนช. เป็นประธาน ได้มีข้อสังเกตไปยังคณะรัฐ มนตรีให้ดำเนินการ ดังนี้ 1.หลักการและ เหตุผลของการร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ควรครอบ คลุมไปถึงการรองรับการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันที่มีการขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นหลัก ซึ่งจำเป็นต้องมีหน่วยงานภาครัฐทำหน้าที่บูรณาการกลไกต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้มีการดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน อันจะเป็นประโยชน์ต่อภาพรวมของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยเน้นให้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปมีบทบาทในทุกภาคส่วน
          2.การออกกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการภายในกระทรวง มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการออกกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ เพื่อให้มีการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลเรื่องการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นไปอย่างรวดเร็ว เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล
          3.เพื่อให้มีการขับเคลื่อนนโยบายรัฐ บาลเรื่องการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ คณะรัฐมนตรีควรเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการจัดโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ อำนาจหน้าที่ในการบริหารงาน การบริหารงานบุคคล และการจัดสรรทรัพยากรของส่วนราชการให้สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
          นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที กล่าว ภายในงานเสวนา "กฎหมายดิจิทัล ความหวังสู่การปฏิรูป" ซึ่งจัดโดยสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับกระทรวงไอซีที และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทร ทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่า กรณีที่มีความกังวลว่า พ.ร.บ. ฉบับใหม่ที่จะเกิดขึ้นนี้จะมีการให้อำนาจของเจ้าหน้าที่เกินไป ซึ่งกรณีที่เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถอนรหัส SSL (Secure Sockets Layer) บนอินเทอร์เน็ตของบริษัทต่างๆ ได้ โดยไม่ต้องรอคำสั่งศาลนั้น มองว่าในส่วนนี้จะต้องมีการตรวจสอบและให้อำนาจเจ้าหน้าที่เป็นกรณีไป มีลำดับขั้นตอนในการตรวจสอบ
          นายสุธรรม อยู่ในธรรม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที กล่าวว่า กฎหมายใหม่ที่ใส่เข้าไปมีส่วนที่นำมาจากกฎหมายจากประเทศฝรั่งเศส เพราะตอนนี้ฝรั่งเศสเองก็ประกาศตัวที่จะเป็นประเทศดิจิทัลเช่นกัน มีกฎหมายด้านดิจิทัลชัดเจน ซึ่งในกฎหมายได้ระบุโครงสร้างให้เน้นไปที่วัฒนธรรมดิจิทัล ส่วนอีกประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจกันคือเงินในการนำมาพัฒนาดิจิทัลของประเทศ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ( กทปส.) นั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ที่กฎหมายต้องกำหนดให้ชัดเจนในการนำเงินมาใช้พัฒนาดิจิทัลในอนาคตของประเทศ
          ด้าน พล.อ.ต.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ รองเลขาธิการสายงานบริหารคลื่นความถี่และภูมิภาค สำนักงาน กสทช. กล่าวว่า หากการดำเนินการด้านกฎหมายเป็นรูปธรรมและเห็นผล จะทำให้การวางแผนบริหารจัดสรรคลื่นมีความชัดเจน และเอกชนเองสามารถวางแผนในการนำคลื่นไปใช้งานได้อย่างมีทิศทาง ส่งผลให้การพัฒนาของประเทศเดินหน้าได้เร็วขึ้น และทำให้การพัฒนาด้านดิจิทัลมีประสิทธิภาพที่สุด
          นายประสงค์ เรืองศิริกูลชัย อุปนายกสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า อยากให้กฎหมายที่จะออกมาเป็นตัวปลดล็อก มากกว่าจะมาบล็อกให้การพัฒนาดิจิทัลของประเทศเป็นไปได้ช้า เพราะถ้ากฎหมายออกมามีความชัดเจน และช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ที่เคยเป็นอุปสรรคในการพัฒนา ก็จะเป็นผลดีอย่างมากสำหรับประเทศ เพราะยุคสมัยเปลี่ยนไวด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ กฎหมายก็ต้องตามให้ทันกับยุคที่เปลี่ยนไป.