ปิดฉากศึกชิงคลื่น4Gกสทช. ''ทรูมูฟ''เขย่าบัลลังก์''ดีแทค''

ในที่สุด บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือเอดับบลิวเอ็น (ในเครือบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส) ก็คว้าประมูลใบอนุญาต(ไลเซ่นส์) ใช้คลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) หรือ 4G แบบ "ม้วนเดียวจบ"

          โดย สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หรือใช้เวลาประมูลแค่ 35 นาทีเท่านั้น หลังเข้าร่วมประมูลเพียง รายเดียว

          สมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวหลังการประมูลว่า  สาเหตุที่เอไอเอสเข้าประมูลครั้งนี้ เนื่องจากได้ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบทุกด้าน และผ่านการอนุมัติของคณะกรรมการบริหารบริษัทแล้ว ดังนั้นจึงเชื่อว่าคลื่น 900 MHzจะช่วยยุติความวุ่นวายทางโทร คมนาคมของลูกค้า 40 ล้านเลขหมายได้ และคลื่นที่ได้มาเพิ่มช่วยให้การพัฒนาโครงข่ายดิจิทัลในทุกพื้นที่

          คราวนี้มาดูว่า หลังสิ้นสุดการประมูลแล้ว ปัจจุบัน 3 ค่ายใครมีคลื่นอยู่ในมือเท่าใด

          เอไอเอส มีคลื่น 4G ทั้ง 1800 MHz คลื่น 900 แถมยังมีคลื่น 2100 MHz (3G)ที่ได้ประมูลก่อนหน้านี้ ทำให้ AIS มีคลื่นความถี่รวมกันอยู่ที่ 40 MHz

          บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค  ถือครองคลื่นความถี่ 850 MHz, 1800 MHz, 2100 MHz รวม  50 MHz

          ส่วนทรูมูฟ เอช  ถือครองคลื่น 850 MHz  900 MHz, 1800 MHz, 2100 MHz รวม 55 MHz

          ในมุมมองนักวิชาการ สืบศักดิ์สืบภักดี นักวิจัยโทรคมนาคม ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ประเมินว่า ภายหลัง เอดับบลิวเอ็น ชนะการประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ แล้วภาพการแข่งขันในธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมจะมีความเปลี่ยนแปลงไป โดยภาพของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จะแตกต่างจากที่เคยประเมินไว้เมื่อตอนต้นปี โดยผู้ให้บริการทุกราย จะมีคลื่นพร้อมในการแข่งขันอยู่ในมือที่ชัดเจน จะเห็นได้ว่าคลื่นความถี่ที่อยู่ ในมือผู้ให้บริการจะมีความแตกต่างกันไม่เกิน 10 เมกะเฮิรตซ์  การแข่งขัน จึงยังคงเป็นการแข่งขันของผู้ให้บริการ 3 รายเดิม โดยจุดชี้ขาดการแข่งขันจะอยู่ที่คุณภาพเครือข่ายและความครอบคลุม ในการให้บริการ

          ในแง่ความเปลี่ยนแปลง เชื่อว่าส่วนแบ่งตลาดจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาก โดย เอไอเอส ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งจะยังคงรักษาส่วนแบ่งไว้ได้ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ขณะที่อันดับ 2 และ 3 มีแนวโน้มที่จะ มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อทรูมีคลื่นความถี่อยู่ในมือเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับ การมีพันธมิตรจากจีน (China mobile ) ทั้งนี้ช่วงผ่านมา  ทรู เริ่มมีการอัพเกรดและติดตั้งอุปกรณ์เครือข่ายเพิ่มเติมในช่วงที่ผ่านมาจำนวนมาก จึงน่าจะใช้กลยุทธ์ทางการตลาดและความได้เปรียบในการถือครองคลื่นความถี่นำ เทคโนโลยีใหม่ๆ มาให้บริการ เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดเพิ่มากขึ้น ขณที่ ดีแทค เองได้พยายามพัฒนาคุณภาพบริการ และขยายโครงข่ายเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้จะมีการปรับกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดอันดับสอง ให้ได้ต่อไป แม้ความร่วมมือที่ดีแทคจะร่วมกับพันธมิตร บริษัท กสท โทรคมนาคม แต่ความร่วมมือระดับหลักการ ยังไม่มีความชัดเจนในบริการที่จะออกมา

          "เชื่อว่าภายใน 1-2 ปี ต่อจากนี้การแข่งขันน่าจะมีความรุนแรง อันดับหนึ่ง คงไม่เปลี่ยนแปลง ยิ่งเมื่อได้คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ไปในวันนี้เท่ากับทำให้เอไอเอส มีอยู่ในมือไว้ครบ สำหรับ ดีแทคต้องดูระยะยาวว่าในอีก 3 ปี ดีแทคจะได้คลื่นผืนเดิมที่จะสิ้นสุดการถือครองในปี 2561 กลับมาหรือไม่ และต้องดูด้วยว่าถึงวันนั้นกสทช.จะเอาคลื่นออกมาให้ประมูลอย่างไร คลื่นใดบ้าง แต่ละคลื่นมีการแบ่งซอยเป็นกี่ใบอนุญาต ผู้เข้าประมูลแต่ละรายจะสามารถประมูลได้กี่ใบ" คุณสืบศักดิ์ กล่าว

          อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้  ลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค มั่นใจว่าจะรักษาส่วนแบ่งตลาดอันดับสองในช่วง 3 ปีนี้ โดยสิ้นไตรมาส 1/59 ดีแทคมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 28%  โดย ณ สิ้นเดือนมี.ค.2559 มีจำนวนลูกค้า 25.5 ล้านเลขหมาย

          ขณะที่ ศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มทรู กล่าวว่า ในไตรมาสแรกของปีนี้ กลุ่มทรู ประสบความสำเร็จในการเพิ่มรายได้อย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีส่วนแบ่งตลาดรายได้จากการให้บริการเพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 22 ในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ การได้รับใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900MHz มาเพิ่มเติม นับเป็นบันไดขั้นสำคัญที่ช่วยเสริมศักยภาพการเติบโตของกลุ่มให้แข็งแกร่งและรวดเร็วยิ่งขึ้น

          "จุดแข็งสำคัญของทรูมูฟ เอช ในเรื่องเครือข่ายประสิทธิภาพสูง และความครอบคลุมทั่วประเทศ ในไตรมาส 1 ปี 2559 ในขณะที่รายได้จากการให้บริการของผู้ประกอบการใหญ่รายอื่นมีจำนวนลดลงทำให้ทรูมูฟ เอช มีส่วนแบ่งตลาดรายได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 22 ในไตรมาส 1 ปี 2559 เมื่อเทียบกับอัตราเฉลี่ย ร้อยละ 19 ในปี 2558 ทั้งนี้ ทรูมูฟ เอช ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการขยายฐานลูกค้าทั้งในระบบเติมเงินและรายเดือน ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2559 มีฐานผู้ใช้บริการรวมทั้งสิ้น 20.4 ล้านราย" คุณศุภชัย กล่าว

          ฉะนั้นต้องจับตาสงครามมือถือ ปีนี้ ณ สิ้นปี ทรูฯจะไล่ตามสูสีดีแทค หรือไม่