AISปิดจ็อบคลื่น900ยันราคาเดิมทุ่ม4หมื่นล.เร่งขยายเครือข่าย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา  บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ เอดับบลิวเอ็น นำโดยนายสมชัย  เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ เอไอเอส หรือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ ทีมผู้บริหารได้เดินทางเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ชุดที่ 1 ช่วงความถี่วิทยุ 895-905 เมกะเฮิรตซ์ คู่กับ 940-950 เมกะเฮิรตซ์ โดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้กำหนดราคาเริ่มต้นที่ 75,654 ล้านบาท โดยการประมูลครั้งนี้มีผู้ประมูลเพียง 1 ราย คือ เอดับบลิวเอ็น

          เวลา 09.30 น. ซึ่งเป็นเวลาที่สำนักงาน กสทช.กำหนดให้เริ่มเคาะราคาเพื่อยืนยัน และ เอดับบลิวเอ็นได้เคาะราคายืนยันที่ 75,654 ล้านบาท และหากเคาะราคาครั้งที่ 2 ราคาจะเพิ่มขึ้นครั้งละ 152 ล้านบาท หรือประมาณ 75,806 ล้านบาท ปรากฏว่าไม่มีการเคาะเพิ่มแต่อย่างใด จึงสิ้นสุดการประมูลที่เวลา 10.05 น.

          ขณะที่นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (บอร์ด กทค.) มีการประชุมเพื่อรับรองผลการประมูล เมื่อเวลา 11.45 น. ได้รายงานผลของคณะธรรมาภิบาลทั้งก่อนและหลังการประมูลว่า เป็นไปด้วยบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่มีทางไหนส่อไปในทางทุจริต  หลังจากนี้จะเสนอผลประมูล เอดับบลิวเอ็น ขึ้นเว็บไซต์สำนักงาน กสทช. พร้อมมีหนังสือแจ้งเอดับบลิวเอ็น นำเงินมาชำระภายใน 90 วัน ครบกำหนดตั้งแต่วันนี้- 24 สิงหาคม 2559 ยอดเงินชำระงวดที่หนึ่ง 8,040 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่ที่ 8,602 ล้านบาท)  ส่วนที่เหลือเป็นแบงก์การันตี ยอดเงินจำนวนทั้งสิ้น 72,346 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)

          "เชื่อว่าไม่น่าเกิน วันที่ 30 มิถุนายน เอไอเอส น่าจะนำเงินมาชำระงวดแรก เพราะเป็นประกาศหัวหน้า คสช. ที่ได้กำหนดวันสิ้นสุดมาตรการเยียวยาลูกค้า 2 จี และถ้านำเงินมาชำระหลัง 30 มิถุนายนสิทธิ์ในการคุ้มครองก็จะหมดลง ส่วนใบอนุญาตของ ทรูมูฟ เอช และ เอดับบลิวเอ็น สิ้นสุดใบอนุญาตเหมือนกันตามประกาศของหัวหน้า คสช.ที่ได้ประกาศเอาไว้"

          ขณะที่ผลสอบของ บริษัท แจสโมบาย บรอดแบนด์ จำกัด  เชื่อว่าทั้งหมดจะได้ข้อยุติในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ ดังนั้นที่มีข่าวออกไปเรื่องการเรียกค่าเสียหายจำนวนเท่าใดนั้น  ที่ผ่านมาทาง กสทช.ได้ริบเงินมัดจำการประมูลคลื่นความถี่ไปแล้วจำนวน 644 ล้านบาท ส่วนเรื่องค่าเสียหายและค่าเสียโอกาสต่างๆ จำเป็นต้องรอมติที่ประชุมของ กทค.อย่างเป็นทางการ

          นอกจากนี้ นายฐากร กล่าวต่ออีกว่า คณะกรรมการ กสทช.จะหมดวาระในวันที่ 7 ตุลาคม 2560 ดังนั้นคณะกรรมการชุดนี้คงไม่ทันการประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่น 2600 เมกะเฮิรตซ์ แต่คลื่นความถี่ 1800 ซึ่งเป็นสัญญาสัมปทานของ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) จะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 30 กันยายน  2561 ดังนั้นควรจะนำคลื่นความถี่ออกมาประมูลล่วงหน้า 4-5 เดือนก่อนสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน

          "สิ่งสำคัญราคาเริ่มต้นของการประมูลคลื่นความถี่ในปี 2558-2559 ที่เปิดประมูลไปแล้วทั้งคลื่น 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ โดยคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ เปิดประมูลไปแล้วจำนวน 30 เมกะเฮิรตซ์ มีผู้ชนะประมูล 2 ราย ใบอนุญาตละ 15 เมกะเฮิรตซ์ (บริษัท ทรูมูฟเอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ราคาสุดท้ายที่เสนอ 39,792 ล้านบาท และ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ราคาสุดท้ายที่เสนอ 40,986 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 80,778 ล้านบาท) นำมารวมกัน 2 ใบอนุญาตแล้วหารด้วย 30 เมกะเฮิรตซ์ ได้มูลค่าเท่าไหร่คิดราคาต่อ 1 เมกะเฮิรตซ์ หรือ ประมาณ 2,692.6 ล้านบาทต่อหนึ่งเมกะเฮิรตซ์ และ บวกอัตราเงินเฟ้อและดัชนีผู้บริโภค"

          ปัจจุบันเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่มีผู้ใช้จำนวนทั้งสิ้น 102 ล้านเลขหมาย ซึ่งย่านความถี่ 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์อัตราค่าบริการต้องถูกกว่าคลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิรตซ์ โดยอัตราเสียงถูกกว่า 96 สตางค์ต่อนาที และอัตราค่าบริการอินเตอร์เน็ต อยู่ที่ 26 สตางค์ต่อ 1 เมกะไบต์ และค่าบริการคิดตามจริงเป็นวินาที ทั้งต้องกำหนดอัตราพิเศษให้กับคนพิการด้วย

          ด้านนายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ เอไอเอส เปิดเผยว่า เอไอเอส จะนำเงินไปชำระงวดแรกภายในเดือนมิถุนายนนี้ ก่อนสิ้นสุดมาตรการคุ้มครองเยียวยาลูกค้า 2 จี ปัจจุบันมีลูกค้าที่ใช้บริการระบบ 2 จีจำนวน 2.5 แสนราย และลูกค้าที่โรมมิ่งสัญญาณ กับ ดีแทค อีกจำนวน 6-7 ล้านราย ดังนั้นเมื่อ เอดับบลิวเอ็น ได้คลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์แล้วไม่จำเป็นต้องโรมมิ่ง กับ ดีแทค อีกต่อไป

          ขณะที่งบประมาณการลงทุนขยายเครือข่ายใช้จำนวนทั้งสิ้น 4 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันเครือข่าย 3 จีครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ 98% เมื่อได้คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์มา จากเดิม 4 จีที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ 50% จะปรับแผนให้ครอบคลุมพื้นที่ 80% ของประเทศ

          "การได้คลื่น 900 มาในครั้งนี้ถือว่าเป็นอาวุธ และ ติดปีก สิ่งที่เราทำได้วันนี้จะทำให้การส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงสุด 1 กิกะบิตเร็วขึ้นและมากขึ้น"

          ปัจจุบัน เอไอเอส มีคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์ คลื่น 2100 อีกจำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์ และ คลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์อีกจำนวน 10 เมกะเฮิรตซ์ รวมเป็นทั้งสิ้น 45 เมกะเฮิรตซ์