นายกฯเร่งนโยบายดิจิทัล "หัวเว่ย-ทรู"ขยายลงทุน

 "ประยุทธ์"ลั่นเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล หวังขับเคลื่อนประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 ด้านเอกชนหวังช่วยสร้างความมั่นใจการลงทุน ขณะ"หัวเว่ย-ทรู"ขยายลงทุนเพิ่ม พร้อมหนุนนโยบายรัฐบาล
          พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศเร่งผลักดันนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลอีกครั้ง หวังช่วยให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจที่ ทันสมัยและแข่งขันได้
          ที่ผ่านมา นโยบายดังกล่าวประกาศ มานาน แต่ออกมาเป็นรูปธรรมไม่มากนัก เนื่องจากอยู่ระหว่างการจัดทำกฎหมายใหม่ รวมถึงเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ทำให้การขับเคลื่อนล่าช้า
          แต่วานนี้ (26 พ.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้ำ ในปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "การขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล" ในงาน"ดิจิทัล ไทยแลนด์ 2016" ว่าไทยมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพ ของประเทศพร้อมขับเคลื่อนสู่การเป็นไทยแลนด์ 4.0 โดยใช้ดิจิทัลเป็นเครื่องมือสนับสนุน
          "รัฐบาลนี้จะขับเคลื่อนงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็วที่สุด เพื่อเตรียมความพร้อมประเทศไทยให้มีศักยภาพพร้อมทุกอย่าง ในฐานะศูนย์กลางทุกเรื่อง ขอยืนยันด้วยว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง"
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า งานสำคัญเช่นพัฒนา ให้เกิดความร่วมมือ เชื่อมโยงกันในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตรียมความพร้อมด้านอินฟราสตรักเจอร์ พัฒนาเศรษฐกิจเชิงมูลค่า สร้างการตระหนักรู้ เรียนรู้ให้ประชาชน ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
          ที่ผ่านมา รัฐบาลโดยเฉพาะภาคเศรษฐกิจได้เริ่มวางรากฐาน พร้อมดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งขณะนี้ดีขึ้นตามลำดับ อย่างไรก็ตาม การทำงานจะต้องมีจุดมุ่งหมาย แก้ปัญหาอุปสรรคให้ถึงเป้าหมาย ขณะเดียวกัน ได้ส่งเสริมการลงทุนการผลิตให้สอดคล้อง บางงานต้องทำให้ได้ภายในปีนี้
          จี้ทุกหน่วยงานต้องปรับบทบาทใหม่
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกหน่วยงานจะต้องปรับปรุงการทำงานใหม่ กำหนดจุดมุ่งหมายการบูรณาการ กำหนดบทบาทให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก เพราะถ้าทำงานแบบเดิมๆ ไม่ปฏิรูปตัวเอง ไม่ปฏิรูปหน่วยงาน หรือภาคธุรกิจก็คงจะเป็นปัญหา ด้วยทั้งหมดมีการเชื่อมโยงกันทั้งสิ้น
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าเมื่อปรับปรุงบทบาทแล้วก็ต้องมาดูเรื่องกฎหมาย รัฐบาลนี้ได้เสริมกฎหมาย 7 ฉบับเกี่ยวกับเรื่องของดิจิทัล ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภา คาดว่าจะแล้วเสร็จในเร็ววันนี้ มากกว่านั้น ได้จัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อขับเคลื่อนงานไปแบบคู่ขนาน และส่วนหนึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากต่างประเทศด้วย
          "เราต้องปรับตัว รวมกลุ่มกันทางเศรษฐกิจ เพราะถ้าก้าวไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ถ้าตามไม่ทันโอกาสจะกลายเป็นวิกฤติ ทั้งหมดนี้สิ่งที่จะสร้างความเป็นไปได้คือดิจิทัล หวังว่าประเทศไทยจะเติบโตตั้งแต่ภายใน พร้อมเกิดการเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นทางไป ถึงปลาย"
          "หัวเว่ย"มั่นใจนโยบายรัฐ-พร้อมขยายลงทุน
          นางเฉิน ลี่ฟาง รองประธานอาวุโส บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัท ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมขนาดใหญ่ของโลก กล่าวว่าบริษัทฯ มีความตั้งใจที่จะใช้ไทยเป็นศูนย์กลางการดำเนินงาน ในภูมิภาคอาเซียนทั้งการวางแผน การวิจัยและพัฒนา และ ร่วมส่งเสริมและพัฒนาระบบบรอดแบรนด์ และดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย
          ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 5 ปี ของการดำเนินงาน บริษัท ได้มีขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง จากบุคลากร 1.2 พันคน ปัจจุบันมีพนักงาน 1.9 พันคน และใช้งบประมาณจัดซื้อจัดจ้างภายในประเทศไปแล้วกว่า 650 ล้านดอลลาร์
          ในปีหน้า บริษัทฯ ได้จัดสรรงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างปีหน้าสูงถึง 180 ล้านดอลลาร์
          "จากการเข้าพบหารือกับนายกรัฐมนตรี ยิ่งเชื่อมั่นในนโยบายและมาตรการของรัฐบาล ในการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และพร้อมที่สนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ Startup ของไทยอย่างเต็มที่ด้วย"
          คาดบรอดแบรนด์ทั่วไทยเสร็จกลางปี60
          นายทวีศักดิ์ กออนันตกูลผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) และกรรมการในคณะกรรมการเตรียมการเศรษฐกิจดิจิทัลและสังคม (DE) ของรัฐบาลกล่าวว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่รัฐบาลมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ตบรอดแบรนด์ทั่วประเทศวงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาทซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้ดำเนินการแล้วคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนมิ.ย.2560
          "การลงทุนครั้งนี้ไม่ได้มองแค่การแข่งขันกับสิงคโปร์ในการเป็นผู้นำเรื่องดิจิทัลในอาเซียน แต่การลงทุนเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อสร้างจุดแข็งเพิ่มเติมให้กับอุตสาหกรรมหลายด้านที่เราเป็นผู้นำอยู่. เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์เราเป็นฐานผลิตที่สำคัญของญี่ปุ่น. ตอนนี้เทคโนโลยีการผลิต มีความทันสมัยขึ้นเรื่อยๆสามารถเร่งระยะเวลาการผลิตได้รวดเร็ว อย่างไรก็ตามการเชื่อมโยงการผลิตในซัพพลายเชนขั้นตอนต่างๆต้องเชื่อมโยงด้วยระบบดิจิทัล และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เช่น การส่งการออกแบบรถยนต์ไปสู่โรงงานการผลิต และการควบคุมการผลิตต้องใช้ระบบดิจิทัลในการควบคุมทุกขั้นตอน ซึ่งการลงทุนด้านนี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญหากรัฐไม่ลงทุนเอกชนก็อาจจะลังเลที่จะลงทุนซึ่งอาจทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจลดลง"
          ปีนี้นำร่องใช้บัตรประชาชนใหม่
          นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า การอำนวยความสะดวก ด้านบริการประชาชนในด้านต่างๆ ที่ต้องติดต่อกับภาครัฐ ขณะนี้คณะกรรมการเตรียมการเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัล (DE) ได้ผลักดันการเปลี่ยนบทบาท ภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล โดยจะส่งเสริมให้มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการปรับปรุงประสิทธิภาพ การบริหารจัดงานของหน่วยงานรัฐ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เน้นการบริการภาครัฐในรูปแบบดิจิทัลให้ประชาชนเข้าถึงบริการภาครัฐได้อย่างสะดวก รวดเร็ว
          อย่างไรก็ตจาม การเชื่อมโยงการผลิตในซัพพลายขั้นตอนต่างๆ ต้องเชื่อมโยงด้วยระบบดิจิทัล และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เช่น การส่งออกแบบรถบยนต์ ไปสู่โรงงานการผลิต และกาควบคุมทุกขั้นตอน ซึ่งการลงทุนด้านนี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญหากรัฐไม่ลงทุนซึ่งอาจทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจลดลง
          ปีนี้นำร่องใช้บัตรประชาชนใหม่
          นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า การอำนวยความสะดวกด้านบริการประชาชนในด้านต่างๆ ที่ต้องติดตามกับภาครัฐ ขณะนี้คณะกรรมการเตรียมการเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัล ได้ผลักดันการเปลี่ยนบทบาทภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาล โดยจะส่งเสริมให้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลปรับปปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดงานของหน่วยงานรัฐ ทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค เน้นการบริการภาครัฐในรูปแบบดิจิทัลให้ประชาชนเข้าถึงบริการภาครัฐได้อย่างสะดวก รวดเร็ว
          การดำเนินการที่จะเห็นเป็นรูปธรรมเป็นลำดับแรกคือการใช้บัตรประชาชนในการติดต่อราชการใบเดียวโดยไม่ต้องมีการถ่ายสำเนา โดยขณะนี้สำนักงานอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติได้รับนโยบายไปดำเนินการร่วมกับกระทรวงมหาดไทยที่ดูระบบฐานข้อมูลประชาชน คาดว่าจะเห็นหน่วยงานต่างๆของรัฐทยอยนำนโยบายนี้ไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมได้ภายในปีนี้
          เอกชนชี้ช่วยสร้างความมั่นใจลงทุน
          นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่าภาคเอกชนเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีของนโยบายรัฐเกี่ยวกับการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล โดยขณะนี้การดำเนินงานในเรื่องต่างๆเกี่ยวกับการจัดตั้งธุรกิจมีการใช้เทคโนโลยีและระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยมากขึ้น ทำให้อันดับในการจดทะเบียนธุรกิจ (doing business) ของประเทศไทยในปีที่ผ่านมามีอันดับดีขึ้น
          อย่างไรก็ตามมีข้อมูลของรัฐหลายอย่างที่ภาคเอกชนต้องการใช้แต่มีขั้นตอนในการขออนุญาต และมีขั้นตอนในการขออนุมัตินาน เช่น ข้อมูลเรื่องที่ดิน ซึ่งหากภาครัฐมีระบบการรวบรวมข้อมูลกลางในลักษณะของ "Big Data" มีการจัดเก็บและบริหารข้อมูลที่บูรณาการไม่ซ้ำซ้อน
          "การแก้ไขอุปสรรคการดำเนินธุรกิจ ทำได้รวดเร็วมากขึ้น น่าจะช่วยสร้างความมั่นใจในการลงทุนของธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้มากขึ้น"
          ทรูผนึกไอบีเอ็มเปิดศูนย์อินโนเวชั่น
          นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหารบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทรู ร่วมมือกับ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด สร้าง ทรู ไอบีเอ็ม อินโนเวชั่น สตูดิโอแอท บางกอกเพื่อเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลในอาเซียน ซึ่งนับเป็นศูนย์การพัฒนานวัตกรรมบนดิจิทัลแพลตฟอร์มแห่งแรกในเอเชีย โดยจะสร้างขึ้นที่สยามสแควร์ซอย 2 บนพื้นที่ 1,500 ตารางเมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2559
          ศูนย์ดังกล่าวจะอยู่ในสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่เอื้อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ พร้อม รองรับการคิดค้น พัฒนา และทดลองนวัตกรรมในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนท์,อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงค์ (โอไอที),พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (บิ๊ก ดาต้า)โดยทุกความคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลจะผ่านการบ่มเพาะและพัฒนาตามคอนเซปต์สากลของไอบีเอ็ม สตูดิโอจึงมั่นใจได้ว่า ทุกผลงานนวัตกรรมจะสามารถออกสู่ตลาดได้ ใช้งานได้จริง เป็นประโยชน์ และสร้างคุณค่าสูงสุดแก่ผู้บริโภคชาวไทย
          นายศุภชัย ระบุว่า ทรู และไอบีเอ็ม จะร่วมกันพัฒนาดิจิทัล คอนเวอร์เจนซ์ แพลตฟอร์ม โดยนำศักยภาพความเป็นผู้นำคอนเวอร์เจนซ์ของกลุ่มทรูที่ให้บริการหลากหลาย บนโครงข่ายอินเทอร์เน็ตทั้งแบบมีสายและไร้สายที่ครอบคลุมมากที่สุดในไทย
          ทรูจะส่งบุคลากรมาประจำที่ศูนย์ดังกล่าว100คน ขณะที่ไอบีเอ็มจะส่งบุคลากรมาประจำศูนย์50คน
          หนุนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล
          นายศุภชัย กล่าวว่าทรู ไอบีเอ็ม อินโนเวชั่น สตูดิโอ แอท บางกอก ออกแบบมาเพื่อรองรับการวิจัยพัฒนานวัตกรรมบนดิจิทัลแพลตฟอร์มที่เปิดกว้างสำหรับทุกประเภทธุรกิจ ทุกอุตสาหกรรม ไม่จำกัดเฉพาะบริการด้านสื่อสารโทรคมนาคมเท่านั้น จึงเป็นการสนับสนุนให้เกิดการลงทุนและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในทุกภาคส่วน สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลของรัฐบาล
          ทั้งยังเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศศูนย์กลางดิจิทัลในระดับภูมิภาค
          ด้านนายแรนดี้ วอล์คเกอร์ กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ ไอบีเอ็ม เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า ไอบีเอ็มพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะผสานความร่วมมือสำคัญๆ เพื่อเร่งให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ อย่างรวดเร็ว
          ดังเช่นในครั้งนี้ที่ไอบีเอ็มจะนำเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญเฉพาะในด้านค็อกนิทิฟคอมพิวติ้ง คลาวด์ โมบายล์ และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงแนวคิดการออกแบบโซลูชั่นโดยยึดประสบการณ์ผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง เข้าร่วมเสริมสร้างพื้นฐานธุรกิจดิจิทัลที่แข็งแกร่งพร้อมยกระดับการส่งมอบสุดยอดประสบการณ์แก่ลูกค้าและ ผู้บริโภคชาวไทยและในภูมิภาคต่อไป