"นายกฯ"ปลุกคนไทยก้าวสู่โมเดลเศรษฐกิจดิจิทัล

หมายเหตุ : เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวปาฐกถาพิเศษแสดงวิสัยทัศน์ในงาน "การขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล" ในงาน "ดิจิทัลไทยแลนด์2016" เพื่อเปิดตัวส่งเสริมและสร้างความตระหนักเรื่องดิจิทัลไทยแลนด์
          "วันนี้ผมมาแสดงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการพัฒนาศักยภาพของประเทศ เพื่อขีดความทันสมัยก้าวสู่การเป็นไทยแลนด์ 4.0 โดยใช้ดิจิตอลมาเป็นเครื่องมือสนับสนุนการพัฒนาประเทศซึ่งทั่วโลกเองก็กำลังดำเนินการ ยืนยันว่ารัฐบาลนี้จะขับเคลื่อนให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็ว เพื่อเตรียมความพร้อมประเทศไทยให้มีศักยภาพพร้อมทุกอย่างที่จะเป็นศูนย์กลางในทุกเรื่อง แต่จะไม่ยืนยันจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลโดยเฉพาะภาคเศรษฐกิจได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และจะขับเคลื่อนให้ได้โดยเร็วภายในปีนี้
          ซึ่งการทำงานเราจะต้องมีจุดมุ่งหมาย และแก้ปัญหาอุปสรรคให้ถึงเป้าหมายให้จนได้ ดังนั้นทุกหน่วยงานจะต้องมีการปรับปรุงการทำงานใหม่ กำหนดจุดมุ่งหมายการบูรณาการ กำหนดบทบาทให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก เพราะถ้าเราทำงานแบบเดิมๆ ไม่ปฏิรูปตัวเองไม่ปฏิรูปหน่วยงาน หรือภาคธุรกิจก็คงจะเป็นปัญหา เพราะทั้งหมดมีการเชื่อมโยงกันทั้งสิ้น และเมื่อมีการปรับปรุงบทบาทแล้วก็ต้องมาดูในเรื่องของกฎหมายรัฐบาลนี้ได้เสริมกฎหมาย 7 ฉบับ เกี่ยวกับเรื่องของดิจิตอล ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภามีการตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อขับเคลื่อน แต่ยอมรับว่าบางอย่างอาจจะช้าบ้าง แต่เราก็ต้องเดินคู่ขนานไปพร้อมๆ กันให้ได้ทั้งภาครัฐและประชาชน และส่วนหนึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากต่างประเทศด้วย
          วันนี้เราต้องเผชิญความท้าทายหลายอย่าง รวมถึงความท้าทายขีดความสามารถการพัฒนาด้านการเกษตรอุตสาหกรรม ที่ทำให้ประเทศต้องติดกับดักรายได้ปานกลาง ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย  วันนี้รัฐบาลพยายามทำทุกอย่างเพื่อเร่งพัฒนาประเทศ ยืนยันว่ารัฐบาลมีความพร้อมเสมอในการพัฒนาทั้งภาคเกษตรและอุตสาหกรรม แต่ทั้งหมดต้องพัฒนาในเรื่องของนวัตกรรมเข้ามาร่วมด้วย รวมทั้งการปรับตัวเข้ากับเศรษฐกิจของโลก ถ้าเราไม่เร่งพัฒนาก็จะทำให้เสียโอกาส เพราะไม่ทันกับโลกเพราะฉะนั้นเรื่องของดิจิตอลจึงเป็นเรื่องสำคัญ
          สิ่งสำคัญจะต้องทำให้ทุกคนมีความเข้าใจที่ตรงกัน พร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็น ความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งข้อทักท้วงต่างๆ รัฐบาลนี้พร้อมและยินดีขอให้มีการเสนอขึ้นมาแต่ขอให้เป็นความคิดเห็นในเชิงสร้างสรรค์ เพราะเรากำลังปฏิรูปกันอยู่ทุกวันนี้จะมีการพูดถึงประเทศที่มีรายได้น้อย และประเทศที่มีรายได้มากคนรวยคนจน คนเมือง คนชนบท ทำอย่างไรที่จะให้เกิดความเท่าเทียม 2 อย่างคือ กฎหมาย ซึ่งทุกคนจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันให้มีความเท่าเทียม แต่ต้องอยู่ในกฎเกณฑ์ ต้องพิจารณาในเรื่องของสิทธิมนุษยชน และสิทธิเสรีภาพควบคู่กันไปด้วย
          ดังนั้นประเทศไทยเองก็ต้องกลับมาทบทวนดูว่าสิ่งที่ทำทุกวันนี้ผิดกฎหมายหรือเปล่า ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถใช้ระบบดิจิตอลสร้างความเข้าใจได้ ทั้งในเรื่องของประชาสัมพันธ์การสร้างความเข้าใจระหว่างประชาชนและบุคลากรของรัฐ
          รัฐบาลนี้ยืนยันจะไม่ให้เกิดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน จะต้องลดและปราบปรามสิ่งเหล่านี้ไม่ว่าใครก็ตามหากมีการเรียกร้องรับผลประโยชน์รัฐบาลนี้จะดำเนินการโดยเด็ดขาด โดยทุกคดีจะนำเข้าสู่ขั้นตอนและกระบวนการยุติธรรม ใครมีข้อมูลหลักฐานขอให้แจ้งเข้ามา
          โดยเฉพาะจากภาคธุรกิจ เอกชนและต่างประเทศ ยืนยันว่ารัฐบาลนี้จะไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ใดๆ เราจะทำให้ประเทศเป็นธรรมาภิบาลโปร่งใส ทุกเรื่อง อดีตก็คืออดีตมันเป็นเหมือนกันเกือบทุกประเทศ ที่ผ่านมาวันนี้เราจึงต้องพัฒนาให้ทัดเทียมกันให้ได้ แต่ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันจะต้องหมดสิ้นไป
          เราจะต้องทำอย่างไรให้สังคมเกิดการเรียนรู้จากข้อมูลโลกออนไลน์ไม่ใช่ไว้คุยกันอย่างเดียว อย่างผมเองก็ต้องการรับข่าวสารในหลายด้านเพื่อนำมาสู่การแก้ปัญหา จะมาบอกว่าผมไม่เปิดช่องทางไม่ได้ เพราะผมก็ดูจากโซเชียลมีเดียศึกษาจาก ครม. และกระทรวง ถึงจะพูดออกมาได้ ตรงนี้เป็นสิ่งที่พัฒนาประเทศซึ่งเราจะต้องใช้ดิจิตอลอีโคโนมี ในการเรียนรู้ หรือใช้ประโยชน์ในการลงทุน มากกว่าจะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันหรือความบันเทิงอย่างเดียว ก็ต้องขอโทษที่ต้องให้ฟังผมพูดทุกวันศุกร์ ขอเวลาหน่อยเท่านั้นเอง และจะพยายามให้เวลามากขึ้นไปเรื่อยๆ
          วันนี้เราต้องใช้เฟซบุ๊กหรือโลกออนไลน์ให้เกิดประโยชน์ในเรื่องอย่างอื่น บ้าง เช่น ข่าวการเมืองก็เกินไปหน่อยรับ กันไปกันมาก็เชื่อกันบ้าง ไม่เชื่อกันบ้าง เพราะในใจเรามีชอบและไม่ชอบในใจอยู่แล้ว ซึ่งผมห้ามไม่ได้ใครจะชอบหรือเกลียด แต่ปัญหาเราจะต้องมีภูมิคุ้มกันไม่ว่าจะทำอะไร ต้องรู้เท่าทันจะอ่านทุกอย่างแล้วเชื่อทุกอย่างไม่ได้ควรเลือก ที่เชื่อ เลือกที่จะเสพ หรือฟังไม่อย่างนั้นจะเป็นบ่อเกิดของความขัดแย้ง
          ทุกเรื่องผมตัดสินให้ไม่ได้ ต้องเป็นไปตามกฎหมาย หากผมตัดสินเองจะมีผู้ได้กับเสีย  ฉะนั้นทุกคนต้องรู้กฎหมายและต้องรู้ว่ากฎหมายพัฒนาไปถึงไหนแล้วรัฐบาลแก้ปัญหานี้มาตลอด 2 ปีในการทำกฎหมายใหม่ทั้งหมด ให้เป็นสากลมากกว่าเดิม
          วันนี้เราต้องปฏิรูปให้เร็วที่สุด ขณะนี้ผมกำลังทำอยู่ และเมื่อมีการเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตยเกิดขึ้น ก็ต้องเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ 20 ปี รัฐบาลใหม่ก็ต้องเดินตามนี้ ตีกรอบจะต้องทำอะไรบ้าง ไม่ใช่ว่ามาบังคับ ถือเป็นเรื่องของรัฐบาลใหม่ที่ต้องใช้อำนาจการบริหารและต้องทำต่อในสิ่งที่ผมดำเนินการไปให้ได้ อย่าคิดว่าผมไม่อยู่แล้วจะทำไม่ได้ มันต้องทำให้ได้ เพราะมันเป็นประเทศ อีกทั้งต้องสร้างความเชื่อมั่นด้วย
          เราต้องใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ให้เป็นสังคมที่สร้างสรรค์มากกว่าเป็นสังคมที่มีความขัดแย้ง โดยผู้ประกอบการต้องมีการตรวจตรา อย่าให้มีการมากล่าวหาว่าเราใช้อำนาจเพราะเราไม่สามารถไปก้าวล่วงใครได้อยู่แล้ว ผมต้องการทำให้อยู่ในกรอบเท่านั้น ไม่เคยบังคับใคร และทำอย่างไรไม่ให้มีผลกระทบทางลบต่อชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะ นักเรียน นักศึกษา ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับสังคมออนไลน์กลับบ้านไปก็เล่นเกม พ่อแม่ก็มีปัญหาเพราะต้องไปหาเงินมาซื้อรุ่นใหม่ๆ มาให้พอหาไม่ได้ก็เกิดหนี้ครัวเรือน เพราะไม่มีความพร้อม ฉะนั้นเราต้องพัฒนาจิตสำนึก แนวคิดเยาวชน ตั้งแต่ชั้นอนุบาล เพราะความคิดของเด็กเติบโตไปมาก ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญ
          เมื่อวาน (25 พ.ค.) ผมไปพูดกับชาวอีสานที่นครราชสีมา กว่าพันคน เขาก็ยินดีที่โครงการต่างๆ ของรัฐบาลลงไปแล้วเกิดประโยชน์ เพราะเขาได้ในสิ่งที่ช่วยเหลือเขาในการประกอบการ อย่างงบประมาณโครงการตำบลละ 5 ล้าน ที่สามารถลงไปดำเนินโครงการต่างๆได้ ส่วนที่มีการทุจริตเป็นคนละเรื่องไม่ใช่ทุกอย่างมีการทุจริต ก็ต้องไปหากันมา
          คนไทยทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจเพื่อให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่โมเดลเศรษฐกิจดิจิตอล ซึ่งรัฐบาลพร้อมส่งเสริมเพื่อให้เป็นทางเลือกเศรษฐกิจประเทศและวันนี้เราเป็นมิตรกับทุกประเทศ เราไม่มีเลือกข้าง เพราะประเทศเราเป็นประชาธิปไตย ที่ตนเองเข้ามาขอให้เกิดความเชื่อมั่น เป็นประชาธิปไตยที่ยั่งยืนและไม่คิดทำลายประชาธิปไตย แต่วันนี้จำเป็นต้องเดินแบบนี้ สุดท้ายขอให้ต่างประเทศเชื่อมั่นว่าผมจะดูแล ปกป้องธุรกิจของพวกท่านอย่างดีที่สุด ให้เหมือนกับธุรกิจของไทยเอง  พร้อมก้าวไปสู่สังคมดิจิทัลไทยแลนด์ 4.0 อย่างดีที่สุด"