"โนเกีย"รุกนวัตกรรมเครือข่ายเร็วสูง

  "โนเกีย" ปัดประกาศปลดพนักงานทั่วโลกยังไม่ กระทบไทย เหตุอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างรวมอัลคาเทล ลูเซ่น เดินหน้าทำตลาดอุปกรณ์เครือข่าย ความเร็วสูง
          นายเซบาสเตียน โลฮอง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย บริษัทโนเกีย กล่าวว่า ข่าวการ ประกาศปลดพนักงานทั่วโลกล่าสุดของโนเกีย หลังจากควบรวมอัลคาเทล ลูเซ่นว่า ยังไม่กระทบ กับพนักงานในไทย เพราะขณะนี้ทั้ง โนเกีย และอัลคาเทล ลูเซ่น อยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยน และประสานโครงสร้างต่างๆ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอนหลังจากนี้ คือ ความแข็งแกร่งของบริษัทโนเกีย
          จากนี้ โนเกียพร้อมรุกตลาดอุปกรณ์เครือข่ายความเร็วสูง ทั้งโมบาย เน็ตเวิร์ค ฟิกซ์เน็ตเวิร์ค ไฟเบอร์ออพติก เน็ตเวิร์ค ที่ผ่านมาตลาดสื่อสารในไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีปริมาณทราฟฟิกผ่านเครือข่ายเติบโตไม่ต่ำกว่า 73% เป็นโอกาสของโนเกียในการทำตลาด มุ่งเจาะ กลุ่มองค์กรธุรกิจทุกระดับทั้งเอกชน และรัฐ โดยภาครัฐปัจจุบันเป็นลูกค้าโนเกียอยู่มาก
          "แม้สภาพเศรษฐกิจจะกระทบไปทั่วโลก แต่สำหรับในไทย ไม่ได้กระทบในแง่ของการใช้งานสื่อสารส่วนตัวของผู้บริโภคไทย ยังมีปริมาณการใช้สมาร์ทโฟน ใช้ดาต้าต่างๆ บนเครือข่ายสื่อสารที่สูงอย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถหยุดใช้ได้ เป็นโอกาสสำคัญของโนเกียในบุกตลาด"
          นายโลฮอง กล่าวว่า หลังการควบรวม อัลคาเทล ลูเซ่น จะยิ่งสร้างความแข็งแกร่งให้โนเกียในไทย โดยเฉพาะการมีนวัตกรรมที่ โดดเด่น และเหนือกว่าคู่แข่ง โดยเฉพาะการพัฒนานวัตกรรมที่เป็นของโนเกียเอง
          ล่าสุดพัฒนาชิพเช็ตที่เรียกว่า พีเอสอี-2 (PSE-2) ที่รวมคุณสมบัติการทำงานด้านอิเล็กทรอ-ออพติก รองรับการส่งผ่านข้อมูลจำนวนมาก ด้วยความเร็วสูงตั้งแต่ระดับ 100 - 500 กิกะบิต รวมถึงพัฒนาออพติกไฟเบอร์ สวิตชิ่ง ที่ส่งผ่านข้อมูลได้เร็วสูงสุด รองรับทราฟฟิกที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของภาคธุรกิจ
          "นวัตกรรมทั้งหมดที่โนเกียพัฒนาขึ้น จะเป็นตัวไดร์ฟการเติบโตของโนเกียในไทย และเป็นจุดแข็งที่สู้กับคู่แข่งท่ามกลางตลาดที่แข่งขันกันสูง โดยในตลาดเอเชีย แปซิฟิก โนเกียมีส่วนแบ่งตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์ ออพติกเป็นอันดับ 1"
          อย่างไรก็ตาม นายโลฮอง ปฏิเสธการเปิดเผยตัวเลขที่ชัดเจนของมารฺ์เก็ตแชร์ รวมถึงอัตราการเติบโตหลังควบรวมอัลคาเทล ลูเซ่น สำเร็จ กล่าวเพียงว่า มั่นใจว่าโนเกียจะเติบโตในตลาดไทย อย่างแน่นอน
          ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า บริษัทโนเกีย ผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายการสื่อสารขนาดใหญ่มีแนวโน้มปลดพนักงานทั่วโลกราว 10,000-15,000 คน เพื่อลดค่าใช้จ่าย หลังควบรวม กิจการกับบริษัทอัลคาเทล-ลูเซ่น ทั้งนี้ โนเกียเริ่มโครงการปลดพนักงานเดือนเม.ย. โดยมี เป้าหมายลดค่าใช้จ่ายดำเนินงานลง 900 ล้านยูโร (1 พันล้านดอลลาร์) ภายในปี 2561