PFลั่นQ2สดใส รายได้ไหลลื่น ปีนี้1.6หมื่นล.

 “PF” แย้มงบไตรมาส 2/59 สดใส รับยอดขาย-ยอดโอนไหลลื่น หลังตุนแบ็กล็อก 5,400 ล้านบาท จ่อทยอยบุ๊คปีนี้ 3,600 ล้านบาท ขณะที่ล่าสุดโกยยอดขาย 3,600 ล้านบาท เล็งเปิดเพิ่มอีก 14 โครงการ มูลค่ารวม 20,600 ล้านบาท
          นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาธุรกิจ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2/59 ทั้งยอดโอนกรรมสิทธิ์ และยอดขาย (Presale) จะเติบโตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่จะทรงตัวจากไตรมาสก่อนที่มีรายได้ 3,262.90 ล้านบาท
          โดย ณ สิ้น ไตรมาส 1/59 บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) อยู่ที่ 5,400 ล้านบาท แบ่งเป็นจากโครงการแนวราบ 900 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียม 4,500 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ในปีนี้ประมาณ 3,600 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ 1,800 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ในปี 2560 ทั้งนี้ จากยอดขายโครงการแนวราบและยอดรับรู้รายได้จาก Backlog จะผลักดันให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ (ยอดรายได้) ในปีนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 16,000 ล้านบาท
          ขณะที่ยอดขาย (Presale) ในช่วง 4 เดือนแรก (เดือนม.ค.-เม.ย.) บริษัททำได้แล้ว 3,600 ล้านบาท โดยมาจากโครงการแนวราบ 2,300 ล้านบาท หรือคิดเป็น 65% และโครงการคอนโดมิเนียม 1,300 ล้านบาท หรือคิดเป็น 35% อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ช่วงที่ผ่านมาบริษัทมีการเปิดโครงการใหม่ไปเพียง 1 โครงการ
          “ในเดือนกุมภาพันธ์เราได้เปิดโครงการ ไอคอนโด ศาลายา 2 เดอะ แคมปัส เป็นโครงการคอนโดมิเนียม Low-rise สูง 8 ชั้น 4 อาคาร จำนวน 880 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท ซึ่งเปิดขาย 1 อาคาร จำนวน 220 ยูนิต ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 70% และจะทยอยเปิดขายอาคารถัดไปต่อเนื่อง เราคาดว่าโครงการดังกล่าวจะปิดขายได้ในช่วงกลางปี 2560” นายวงศกรณ์ กล่าว
          ทั้งนี้ ภายในโครงการ ไอคอนโด ศาลายา 2 เดอะ แคมปัส เป็นคอนโดมิเนียม ใกล้มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา รองรับกลุ่มนักศึกษาและคนทำงาน ชูคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างด้วยการเป็นคอมมูนิตี้ของคนรุ่นใหม่ในทำเลศาลายา เพื่อตอบรับกับความต้องการในเชิงไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้า โดยได้รับความร่วมมือจาก 2 พันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ ร้าน Too Fast to Sleep ร้านกาแฟ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มนักศึกษาและคนเมือง มาเปิดคาเฟ่สุดชิคแห่งใหม่ล่าสุดด้านหน้าโครงการ ที่มีทั้งเครื่องดื่ม เบเกอรี่ บริการตลอด 24 ชั่วโมง
          ส่วนอีกหนึ่งพันธมิตร คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ซึ่งได้รับความร่วมมือให้บริการทั้งเครือข่ายฟิกซ์บรอดแบนด์ ในชื่อ AIS Fibre อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงภายในอาคารที่พักอาศัย และ AIS SUPER WiFi ตามสถานที่ และคอมมูนิตี้ต่างๆ เนื่องจากปัจจุบันคนไทยมีความนิยมใช้งานอินเทอร์เน็ตทั้งในระหว่างเคลื่อนที่อยู่กับที่ ทั้งนอกบ้านในบ้าน ในสถานที่ทำงาน และคอมมูนิตี้ต่างๆ ตามร้านค้า มีความต้องการเชื่อมต่อโลกดิจิตอลอยู่ตลอดเวลา และเพื่อประสบการณ์การ เชื่อมต่อโลกอินเทอร์เน็ตอย่างสมบูรณ์แบบ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้ผู้อยู่อาศัยในยุคดิจิตอล
          นายวงศกรณ์ กล่าวอีกว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้บริษัทมีแผนเปิดโครงการเพิ่มอีกจำนวน 14 โครงการ มูลค่ารวม 20,600 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการคอนโดมิเนียมจำนวน 4 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 5,100 ล้านบาท และโครงการแนวราบจำนวน 10 โครงการ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 15,500 ล้านบาท
          สำหรับโครงการคอนโดมิเนียม แบ่งเป็นโครงการภายใต้แบรนด์ ไอคอนโดจำนวน 2 โครงการ ได้แก่ ในทำเลรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีไทรม้า คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ และในทำเลถนนรามคำแหง–เสรีไทย คาดว่าจะเปิดขายในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ทั้งนี้ ทั้ง 2 โครงการจะเป็นอาคารสูง 8 ชั้น 2 อาคาร จำนวน 480 ยูนิต มูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาทต่อโครงการ ซึ่งราคาขายจะอยู่ที่ประมาณ 1.5-2 ล้านบาท
          ส่วนโครงการคอนโดมิเนียมอีก 2 โครงการจะเปิดภายใต้แบรนด์ เมโทร ลักซ์ (Metro Luxe) จำนวน 1 โครงการ และภายใต้แบรนด์ เมโทรสกาย (Metro Sky) จำนวน 1 โครงการ สำหรับโครงการแนวราบ จำนวน 10 โครงการ จะทยอยเปิดในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ปีนี้ อย่างไรก็ตาม จากแผนการเปิดโครงการดังกล่าวจะช่วยผลักดันให้ยอดขายปีนี้เติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 16,000 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากโครงการแนวราบ 65% และคอนโดมิเนียม 35%