ไทยจะเป็นดิจิทัลฮับอาเซียน

สัปดาห์ก่อนผมเขียนถึงปาฐกถา ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ในพิธีเปิดงาน มหกรรมการเงิน Money Expo ครั้งที่ 16 ที่ระบุว่า “ไทยจะเป็นเกตเวย์อาเซียน” แต่ยังไม่จบความ เพราะไปเขียนเรื่อง พระไตรปิฎกสากลฉบับแรกของโลก ที่ไทยคิดค้นสำเร็จเป็นครั้งแรกในโลกใน วันวิสาขบูชา วันนี้ผมขอเล่าต่อนะครับ เป็นเรื่องสำคัญที่คนไทยและนักธุรกิจควรรู้ เพื่อให้เห็นภาพอนาคตประเทศไทยที่กำลังจะเดินไป
          เป็นเรื่องสำคัญที่ คนรุ่นใหม่ และ คนรุ่นเก่า ไม่ควรมองข้าม เพราะมีผลกระทบต่อวิถีชีวิต และธุรกิจทุกอย่างในอนาคต
          ดร.สมคิดกล่าวว่า IHQ อินเตอร์เนชั่นแนล เฮดควอเตอร์ (สำนักงานใหญ่ระหว่างประเทศ) ที่เราประกาศออกไปตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2558 ถึงขณะนี้ มีประเทศที่เข้ามาจดทะเบียนกับเราแล้ว 49 ประเทศ ถ้าเราไม่แน่จริง ไม่มีศักยภาพที่แท้จริง ไม่มีเกตเวย์ที่คนมองเห็นแล้ว ใครจะมาตั้งเฮดควอเตอร์ที่ประเทศไทย แต่สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถผ่านเมฆหมอกจากสิ่งที่ปรากฏออกมาทุกวันบนหน้าหนังสือพิมพ์
          ดร.สมคิด เล่าว่า เมื่อวานนี้ไปเป็นประธานเปิด อินเตอร์เนชั่นแนล เฮดควอเตอร์ ให้กับ หัวเหว่ย ก่อนจะเปิดงานเขาพาไปฟรีเซนต์ให้ฟังว่า ทำไมหัวเหว่ยเลือกประเทศไทย ซึ่งจะคุมสำนักงานอีก 11 ประเทศในเซาท์อีสเอเชียและเอเชียใต้ ไล่ตั้งแต่ ศรีลังกา อินเดีย บังกลาเทศ มาถึง พม่า ลาว เขมร เวียดนาม ไปถึง ฮ่องกง มาเก๊า และก็ ไทเป
          เขาเล่าว่า ทำไมถึงไม่ไปตั้งที่ฮ่องกง เขาเอาชาร์ตมาให้ดูว่า เขามีทีมทำคะแนนเขาอยู่ ในหมวดหมู่ประเทศที่เน้นดิจิทัล Front Runner อันดับ 1 คือ อเมริกา อันดับ 2 สิงคโปร์ เขาเอาเบนช์มาร์ค (เกณฑ์มาตรฐาน) ของ สิงคโปร์ เทียบกับ ประเทศไทย เพราะอยู่ในเอเชียด้วยกัน เขาชี้ให้ดูเลยว่าคะแนนในแต่ละรายการนั้น เรื่องการลงทุนในไอทีในเทเลคอม เราสูสีกับสิงคโปร์ แต่ในด้านอื่นๆ เราห่างกับสิงคโปร์ แต่เขาบอกว่าไม่ใช่เป็นอุปสรรคใหญ่ ที่เขาเลือกเมืองไทย มิสเตอร์ เดวิด ซุน ประธานเอเชียแปซิฟิกของหัวเหว่ยบอกว่า
          ข้อ 1 เขาเห็นถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมืองของไทย ข้อ 2 เขาบอกว่าประเทศไทยเป็นเกตเวย์ของอาเซียนแน่นอน ฉะนั้นใครที่สงสัย จงหายสงสัย บริษัทอย่างหัวเหว่ย อนาคตข้างหน้าผมเชื่อว่าท็อปแรงค์แน่นอน ท่านเชื่อไหมว่างบลงทุนของหัวเหว่ย 1 ใน 6 ลงไปที่การค้นคว้าวิจัย ข้อ 3 นี้ สำคัญ เขาบอกว่า นโยบายรัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Digital Economy (เศรษฐกิจดิจิทัล) ชัดเจน และมีการผูกมัดด้านงบประมาณที่เทให้งวดแรก 15,000 ล้านบาทในปีนี้ ปีหน้าอีก 5,000 ล้านบาท
          ตรงนี้บวกกับสิ่งที่ รัฐมนตรีไอซีที เคยประกาศไว้ว่า เราจะเชื่อมต่อกับ “อินเตอร์เนชั่นแนล เกตเวย์” หมายความว่า เราจะสามารถเป็น “HUB (ศูนย์กลาง) ทางด้านดิจิทัล” ของภูมิภาคนี้ได้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่ต้องผ่าน สิงคโปร์ อีกต่อไป
          คำพูดเหล่านี้ ผมไม่เคยได้ยินจากตรงไหนเลยในเมืองไทย แต่ซีอีโอหัวเหว่ยพูดคำนี้ออกมา บอกว่าตรงนี้แหละบวกกับการใช้อินเตอร์เน็ตอย่างมหาศาลของเมืองไทย เรามีสิทธิที่จะเป็น Digital Hub ในภูมิภาคนี้ได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้เขาตัดสินใจมาตั้งฮับที่เมืองไทย และพร้อมที่จะให้คำมั่นสัญญากับกระทรวงไอซีทีในการลงทุนสร้างสิ่งต่างๆ การพัฒนาบุคลากร เพื่อสามารถรองรับเส้นทางที่เราจะเดินไป
          ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของ ประเทศไทย ที่จะเป็น “เกตเวย์แห่งอาเซียน” ที่ผมเล่าให้ฟังจนจบความ นี่คือการปฏิวัติเศรษฐกิจไทยครั้งใหญ่อีกครั้ง ที่ริเริ่มมาตั้งแต่สมัย “หม่อมอุ๋ย” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นรองนายกฯ และ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯคนใหม่ ก็สานต่อจนสำเร็จอย่างที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ความจริงรายละเอียดมีมากกว่านี้ แต่คงต้องไปอ่านในวารสาร “การเงินธนาคาร” ของผู้จัดงาน อ่านแล้วจะได้ตัดสินใจได้ว่าจะลงทุนอย่างไร
          ผมก็พยายามเอาเรื่องดีๆของไทย แทรกเมฆหมอกแห่งอำนาจ ขึ้นมาเล่าสู่กันฟัง ไม่งั้นก็คงจมหายไปกับเรื่องเดิมๆอย่างที่รองนายกฯท่านว่า.
          “ลม เปลี่ยนทิศ”