"ไอซีที"วางเป้า5ปีคนไทยรู้ทันเน็ต

  ไอซีทีโหมกระแสดิจิทัล เทคโนโลยี หวังช่วย พัฒนาประเทศทั้งภาคเศรษฐกิจ-สังคม จัดงาน "ดิจิทัล ไทยแลนด์ 2016" มั่นใจเป็นงาน คุณภาพ จัดสัมมนาให้ความรู้ประชาชน ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยดิจิทัล
          นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ขณะนี้ ทั่วโลกเป็น กระแสของดิจิทัลเทคโนโลยี ซึ่งประเทศไทยก็ต้องนำพลังดิจิทัลมาใช้ในวงกว้างให้ได้ จากนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศด้วยดิจิทัลเทคโนโลยี นำไปสู่งานสัมมนาและแสดงนิทรรศการนานาชาติ "ดิจิทัลไทยแลนด์ 2016" วันที่ 26-28 พ.ค. 2559 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
          การจัดงานครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจต่อการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ เป็นการเปิดตัวแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย ในภาพรวมรายยุทธศาสตร์ และขยายเครือข่ายดิจิทัลต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วน พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมเพื่อแสดงให้เห็นศักยภาพและโอกาสของเทคโนโลยีดิจิทัล ในประเทศไทยรวมถึงเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์การพัฒนาด้านนโยบาย
          นายอุตตม คาดว่าทั้ง 3 วันจะมีผู้เข้าร่วมประชุมและชมนิทรรศการ ไม่น้อยกว่า 10,000 คน
          อย่างไรก็ดี เป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรมที่ไอซีทีคาดหวังระยะสั้น 2 ปีคือ วางโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เช่น โครงข่าย อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ครบ 75,000 หมู่บ้าน ภายในปี 2560 ซึ่งจะเริ่ม โครงการเดือนมิ.ย.นี้ มีบมจ.ทีโอที รับผิดชอบโครงการมูลค่า 15,000 ล้านบาท การขยายทราฟฟิกรองรับปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตภายในและต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งไอซีทีมอบหมาย บมจ.กสท โทรคมนาคม รับผิดชอบ และให้ไปนำเสนอเส้นทางอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ว่าจะเพิ่มเส้นทางใดบ้าง ทั้งจุดเชื่อมต่อบนบก และใต้น้ำ
          เป้าหมายระยะยาว 5 ปี ไอซีทีและรัฐบาลตั้งใจจะให้ประชาชนและทุกภาคส่วนนำดิจิทัลมาใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในทุกอุตสาหกรรม มีทักษะการใช้งานอินเทอร์เน็ต และรู้เท่าทัน
          ทั้งนี้ รูปแบบการจัดงานดิจิทัล ไทยแลนด์ แบ่งออกเป็นโซนต่างๆ โดยโซนนิทรรศการจะแบ่งตามแนวยุทธศาสตร์การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นกลุ่มๆ ดังนี้
          1. คอนเน็คทิวิตี้ ประกอบด้วย โซนสมาร์ท อินฟราสตรักเจอร์ โซนสมาร์ท ซิตี้ (เมืองอัจฉริยะ) โซนสมาร์ท โมบิลิตี้ 2.ดิจิทัล อีโคโนมี ประกอบด้วย อี-คอมเมิรช์ อี-ทัวริซึ่ม ดิจิทัล แมนูแฟคเจอริ่ง อินตรัสทรี 4.0 ดิจิทัล คอนเท้นต์ ดิจิทัล อินโนเวชั่น สมาร์ท ฟาร์ม
          3.ส่วนดิจิทัล โซไซตี้ประกอบด้วยดิจิทัล เอ็ดดูเคชั่น ดิจิทัล เฮลท์ และดิจิทัล ไลฟ์ 4.ดิจิทัล กอฟเวิร์นเมนต์ การแสดงดิจิทัล เซอร์วิสและเทคโนโลยีที่สำคัญ 5.ดิจิทัล เวิร์กฟอร์ซ เตรียมความพร้อมทักษะบุคลากรด้านดิจิทัล
          6. ดิจิทัล ทรัสต์ ประกอบด้วยดิจิทัล เพย์เมนต์ ไซเบอร์ ซิเคียวิตี้ สำหรับดิจิทัล สตาร์ทอัพ การสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เป็นความร่วมมือ ของกระทรวง ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา จัดตั้งศูนย์บ่มเพาะ เพื่อพัฒนาศักยภาพให้ผู้สนใจ