รายงานพิเศษ: รัฐบาลสานพลังประชารัฐ พัฒนาธุรกิจ "สตาร์ทอัพ" ดันไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมศูนย์กลางอาเซียน

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดงาน Startup Thailand 2016 และกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ"วิสัยทัศน์และพลังสร้างชาติด้วย Startup Thailand" ผู้ร่วมงานประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี Minister of Science, ICT and Future Planning, The Republic of Korea คณะทูตานุทูตผู้บริหารภาครัฐและเอกชน ผู้ประกอบการวิสาหกิจ และผู้ที่เกี่ยวข้องประมาณ 850 คน จัดโดย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งนี้เพื่อแสดงจุดยืนและความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นประเทศเศรษฐกิจฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้วยการส่งเสริม สนับสนุนและสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ประกอบธุรกิจเทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพในการขยายธุรกิจและสร้างตลาดใหม่ รวมทั้งเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักศึกษาและผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ Startup
          นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเปิดงานพร้อมปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "วิสัยทัศน์และพลังงานสร้างชาติด้วย Startup Thailand" ว่าการจัดงานครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมที่ดี รัฐบาลพร้อมให้การส่งเสริมการจัดงานดังกล่าวเต็มรูปแบบ รวมทั้งจะสนับสนุนกิจสตาร์ทอัพของประเทศให้เติบโตขึ้น และก้าวสู่ตลาดสากลได้ ซึ่งการพัฒนาจะต้องเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของประเทศคือ "มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน" ตามแนวทางหลักเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างไรก็ตาม ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งจะต้องร่วมกันขับเคลื่อนเป็นพลังประชารัฐ ควบคู่กับการพัฒนาปรับโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจให้ก้าวหน้าและเกิดผลสัมฤทธิ์ซึ่งรัฐบาลต้องแก้ไขเพิ่มเติมข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับธุรกิจสตาร์ทอัพเพื่อส่งเสริมนักธุรกิจสตาร์ทอัพรายใหม่ โดยเน้นกลุ่มผู้เริ่มต้นประกอบธุรกิจให้เป็น "นักรบเศรษฐกิจรายใหม่" เพราะกลุ่มธุรกิจเหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญอย่างมากในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวไกลในอนาคต
          นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไป รัฐบาลพร้อมส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจสตาร์ทอัพระดับภูมิภาคในรูปแบบภายใต้ความร่วมมือกับต่างประเทศและประเทศไทยพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางของประชาคมอาเซียน ในการพัฒนาเศรษฐกิจดังกล่าว เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจภูมิภาคอาเซียนให้เติบโตขึ้นไปสู่เศรษฐกิจโลกตามรูปแบบ "Stornger Together ร่วมกันสร้าง ร่วมกันพัฒนาเติบโตไปพร้อมกัน" อีกทั้งสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน สร้างสรรค์ และพัฒนาเศรษฐกิจ แผนการพัฒนาดังกล่าวนี้จะต้องดำเนินการอย่างมีคุณธรรม และอยู่ในกรอบของความเป็นประเทศไทย และจะต้องมีการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมตามโรดแมปภายใน 2 ปี สอดคล้องตามแผนพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะ 20 ปีข้างหน้า
          ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้ย้ำ ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดำเนินการดังกล่าวให้เกิดผลสัมฤทธิ์ โดยร่วมมือกันเป็นประชารัฐและร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์การพัฒนาประเทศให้ก้าวไปอย่างมั่นคง สุดท้าย นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณหน่วยงานทั้งภาครัฐภาคเอกชนรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมกันจัดงานนี้ขึ้นว่า นับเป็นการทำงานแบบบูรณาการในทุกมิติ และสานพลังที่เข้มแข็ง อย่างแท้จริง การจัดงานในครั้งนี้จะชวยให้เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างธุรกิจให้ก้าวหน้าและสร้างรายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เกิดสังคมแห่งผู้ประกอบการขึ้นในประเทศไทย และส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
          ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "การขับเคลื่อน Startup Thailand : ฐานเศรษฐกิจใหม่ของไทย" ในงาน "Startup Thailand 2016" วา ขอบคุณทุกหน่วยงานที่มีส่วนร่วมในการจัดงาน "Startup Thailand 2016" ผมได้ขอให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นแกนหลักในการจัดงานเพื่อสนับสนุนธุรกิจเกิดใหม่ ซึ่งหากประเทศไทยได้มีความคล่องตัว มีความสามารถในการตื่นตัวทันต่อสถานการณ์ และเข้าใจสังคม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงธุรกิจเศรษฐกิจในอนาคต กระทรวงวิทยศาสตร์ฯ ถึงแม้จะเป็นกระทรวงเล็กๆ แต่กลับมีคนเก่งๆ อยู่เป็นจำนวนมาก ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และได้เห็นผลงานวิจัยต่างๆ มากมายและวันนี้คนรุ่นใหม่รู้จักและให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้น ผมมีความหวังให้เด็กไทยเดินสายเลือกเรียนวิทยาศาสตร์มากขึ้น เพราะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ และสตาร์ทอัพคืออนาคตของประเทศ
          นายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) มักกล่าวถึงประเทศไทยในยุค 40 บ่อยๆ นั่นเพราะหากเศรษฐกิจไทยยังคงพึ่งพารายได้หลักจาการส่งออกเพียงอย่างเดียว เมื่อเศรษฐกิจโลกมีปัญหา ประเทศผู้ส่งออกหลักย่อมหนีไม่พ้นปัญหาอย่างแน่นอน จึงมีแนวคิดใหม่เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของประเทศ โดยมุ่งไปที่การสร้างความสามารถในการแข่งขันและดึงวิทยาศาสตร์ โดยมีภาคเอกชนมาร่วมลงทุนทั้งทางด้านเศรษฐกิจฐานราก การวิจัยและพัฒนา การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมการส่งออกและการลงทุน การส่งเสริมเอสเอ็มอีและธุรกิจสตาร์ทอัพ ฯลฯ
          สัญญาณวันนี้ส่งผลไปทางบวงก สัญญาณการฟื้นตัวเริ่มมีสัญญาณการลงทุนเริ่มมี  สัญญาณการส่งออกฟื้นตัวจริง ซึ่งไม่ได้หมายความว่าไทยเก่งกว่าประเทศประเทศอื่นๆ ทั่วโลก แต่หมายถึงไทยมีความหลากหลายของธุรกิจการส่งออกไม่น้อย และสิ่งที่พยายามขับเคลื่อนมากที่สุดคือ ภาคการเกษตร 30 กว่าล้านคนคือเกษตรกร ซึ่งต้องสนับสนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในชนบทใช้การขับการเทคโนโลยีใหม่ ในขณะเดียวกันก็ต้องสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมเพื่อป้องกันการส่งออกถดถอย ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่เจริญงอกงามทางเศรษฐกิจได้ก็ต่อเมื่อมีนวัตกรรม นวัตกรรมจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการลงทุน การพึ่งพาบริษัทเอกชนใหญ่ๆ เพียงอย่างเดียวคงไม่พอแต่รัฐบาลจะต้องสนับสนุนและสร้างผู้ประกอบการใหม่สร้างธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีไอเดีย มีความคิดสร้างสรรค์ มีแนวคิดที่แตกต่างบนพื้นฐานการใช้เทคโนโลยีที่เปรียบเสมือนสันหลังของการพัฒนาประเทศที่สำคัญ  นั่นเรียกว่าสตาร์ทอัพ
          "ถ้าสามารถสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพในด้านต่างๆ ได้ จะทำให้สังคมไทยมีฐานเศรษฐฏิจที่มั่นคงและหลักแหลม แต่ฐานเหล่านี้เราต้องเอาเทคโนโลยีไอทีเข้าไปเสริมและจะส่งผลให้เห็นการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจในภาคต่างๆ อย่างแท้จริง เช่น ด้านท่องเที่ยว ด้านโรงแรม โลจิสติกส์ และอื่นๆ อีกมากมายนั้น จะต้องมีความคิดสร้างสรรค์ และต้องเห็นโอกาสทางธุรกิจ ต้องเล็งเห็นกลุ่มเป้าหมายต้องจุดประกายแนวคิดของคนไทยให้สามารถสร้างธุรกิจตัวเองได้อย่างแท้จริง" รองนายกรัฐมนตรี กล่าว
          ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวรายงานว่า การจัดงาน Startup Thailand 2016 ถือเป็นมหกรรมครังแรกและเป็นเวทีใหญ่ที่สุดของประเทศไทยในการเปิดตัวธุรกิจสินค้า Strartup กว่า 180 ราย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญต่อการส้างธุรกิจและผู้ประกอบการ ด้วยการขยายเครือข่าย ตลอดจนสร้างตลาดใหม่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวสู่ประเทศที่มีเศรษฐกิจฐานวัตกรรมเป็นศูนย์กลางของอาเซียน นอกจากนี้ภายในงานยังเปิดโอกาสให้ Startup ได้มาพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายให้เข้มแข็ง รวมทั้งยังเป็นการสร้างความตื่นตัว องค์ความรู้ แรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่และนักเรียน นักศึกษา ผู้เริ่มทำงานใหม่ เกษตรกร ไปจนถึงผู้บริหารองค์กร และ SMEs ทั้งยังเป็นโอกาสที่ Startup จะได้พบปะกับนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และนักลงทุนที่พร้อมให้การสนับสุนเพื่อเพิ่มศักยภาพและพัฒนาธุรกิจต่อไป
          ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า "นโยบายของกระทรวงไอซีที ชัดเจนในเรื่องของการสนับสนุนธุรกิจ Startup เพื่อให้เกิดความสอดคล้องและนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล (Digital Economy) ในฐานะเป็นหน่วยงานหลักด้านขับเคลื่อนเศรษฐกิจผนวกกับไอที กระทรวงฯ มีเป้าหมายในเชิงยุทธศาสตร์ด้วยการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ ไปต่อยอดธุรกิจเพื่อยกระดับรายได้ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานภายใต้กระทรวงฯ ที่มีความแข็งแกร่งและพร้อมให้การสนับสนุนนักธุรกิจ Startup ได้อย่างเต็มที่ อาทิ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์กรมหาชน) (SIPA) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์กรมหาชน) สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมมือในการจัดงาน "Startup Thailand 2016" เพื่อเป็นการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตตามวิสัยทัศน์ประเทศที่จะพัฒนาประเทศให้ "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" ต่อไป
          
          'ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดำเนินการดังกล่าวให้เกิดผบสัมฤทธิ์ โดยร่วมมือกันเป็นประชารัฐและร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์การพัฒนาประเทศให้ก้าวไปอย่างมั่นคง'