รัฐจุดพลุ "StartUp Thailand"

จุฬาวรรณ สุทธิมาศ
          จะเห็นได้ว่าหลายปีที่ผ่านมา หลายองค์กรพยายามผลักดันกลุ่มผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่เริ่มต้นทำธุรกิจ หรือสตาร์ทอัพ "StartUp" ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อนำมาต่อยอดพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง มีการจัดประกวดเพื่อจุดประกายความคิดคนรุ่นใหม่ให้ริเริ่มทำธุรกิจ แม้คำว่า StartUp จะเป็นที่รู้จักแพร่หลายในไทยได้ไม่นานนัก แต่ก็ต้องยอมรับว่า โครงการที่จัดประกวดต่างๆ นั้น เป็นแรงกระตุ้นที่ดีไม่น้อยให้คนไทยได้เข้าใกล้คำว่า StartUp
          ซึ่งแน่นอนว่า ต้นกล้าเหล่านั้นที่ผ่านการบ่มเพาะจากโครงการประกวดต่างๆ แข็งแรงและเติบโต ผลิดอกออกใบให้เกิดความชื่นใจไม่ใช่น้อย เพราะหลายกลุ่ม Startup ประสบความสำเร็จ สร้างเม็ดเงินให้เกิดขึ้นและไหลเวียนเข้ามาในระบบเศรษฐกิจของไทยได้ดีทีเดียวหากเปรียบเทียบกับการเติบโตของธุรกิจด้านอื่น
          และเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลได้จัดงาน Startup Thailand 2016 ขึ้น ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าประเทศไทยให้ความสำคัญในส่วนนี้ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อหวังให้เป็นตลาดพบปะระหว่างผู้ประกอบการหน้าใหม่ แหล่งเงินทุน และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่อยอดธุรกิจ หวังให้กลุ่ม Startup เป็นฟันเฟืองอีกชิ้นที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย
          ทั้งนี้ มีหน่วยงานที่เข้าร่วมสนับสนุนครบครันกว่า 11 หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที, กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สำนักงานอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ SIPA, บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน), สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ EGA และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นต้น พร้อมด้วยสถาบันการเงินต่างๆ นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม Startup ที่ประสบความสำเร็จแล้ว คอยให้คำแนะนำและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
          โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวไว้ว่า ประเทศไทยต้องก้าวไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ทุกคนมีส่วนในการขับเคลื่อนประเทศ ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เราต้องประสานพลังประชารัฐให้ได้ ภายใต้การสนับสนุน ร่วมมือ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างมิตรประเทศ วันนี้เรากำลังปลูกต้นไม้ต้นใหม่ภายใต้ Startup ที่จะเป็นธุรกิจและเศรษฐีรุ่นใหม่ในอนาคต โดยเราจะต้องทำให้ต้นไม้เหล่านี้เจริญเติบโตและออกดอกออกผลให้ได้ภายใน 2 ปี ธุรกิจ Startup คือการสร้างนักรบทางเศรษฐกิจใหม่
          ทั้งนี้ ด้วยระบบไอซีที หรือดิจิตอลของไทยและทั่วโลกเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคนไปทั้งหมด ผู้นำเกือบทุกประเทศที่ตนได้พูดคุยด้วย พบว่ามีปัญหาเดียวกันคือการสร้างความไม่เข้าใจ ซึ่งส่วนดีมีเยอะ แต่ส่วนไม่ดีก็มีเยอะเช่นกัน เราจะทำอย่างไรให้ช่องทางเหล่านี้เกิดประโยชน์สูงสุดทางธุรกิจสร้างสรรค์ให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้น จะได้เกิดการแข่งขันไปสู่โลกในอนาคตที่แข็งแกร่ง ทุกคนจึงจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกัน รัฐบาลไทยพยายามผลักดันธุรกิจ Startup แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรด้วย
          นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า วันนี้รัฐบาลไทยเดินหน้าทุกอย่าง ผมมาเพื่อเป็นตัวประกัน ยืนยันเจตนารมณ์ประเทศไทยว่า เราจะเดินหน้าประเทศไปสู่ความทันสมัย และเทคโนโลยี แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของความเป็นไทย ซึ่งยอมรับว่ายาก วันนี้เรามีโทรศัพท์ 96 ล้านเครื่อง มากกว่าจำนวนคนไทย อีกทั้งจำนวนผู้เข้าใช้เฟซบุ๊กมีมากกว่า 40 ล้านคน ซึ่งมากที่สุดในภูมิภาคนี้ ฉะนั้นจำเป็นต้องใช้การสื่อสารให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต้องสร้างสรรค์ ใช้ไอซีทีเหล่านี้แสวงหาธุรกิจและตลาดใหม่ๆ ผ่านช่องทางต่างๆ
          แต่อย่างไรก็ดี ผู้เขียนมองว่ากระแสกับคนไทยมาไวและไปไวเช่นกัน หากการจุดพลุของรัฐบาลครั้งนี้ เรียกว่ากระแสก็ต้องเตรียมใจยอมรับว่า สักช่วงเวลาหนึ่งจะเงียบหาย หากไม่มีการสานต่อ หรือกระตุ้นเป็นระยะ ดังนั้น หลายภาคส่วนที่ร่วมลงขันกันสนับสนุนแล้ว ก็ต้องเดินหน้าเต็มกำลัง ผลักดันต่อเนื่องเช่นกัน ตามที่นายกรัฐมนตรีได้แนะนำไว้ข้างต้นว่า ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ความคาดหวังที่ว่าใน 2 ปีข้างหน้าไทยจะมีเศรษฐกิจที่มั่นคงจากส่วนหนึ่งของ StartUp นั้น ก็คงเป็นจริงได้ไม่ยากนัก.