ทรูหนุนไทยดิจิทัลฮับอาเซียนลงทุนขยายแบนด์วิดท์เพิ่ม3เท่า 

ทรูอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ ทุ่ม 340 ล้านบาท ขยายแบนด์วิดท์ 3 เท่าตัว รองรับเทรนด์ผู้บริโภคเติบโตก้าวกระโดด มั่นใจขึ้นเป็นเบอร์ 1 ดันรายได้โต 25% เผยยังเดินหน้าเจรจาภาครัฐร่วมวงโครงการขยายเกตเวย์ 5 พันล้านบาท

          นายรุ่งเกียรติ กมลเดชเดชา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู อินเตอร์เนชั่นแนล เกตเวย์ จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2558 บริษัทมีรายได้ 1,400 ล้านบาท โตขึ้น 20% จากปี 2557 ขณะที่ปริมาณการใช้แบนด์วิดท์ทั้งประเทศเพิ่มเฉลี่ยปีละ 50% โดยในปี 2558 ใช้แบนด์วิดท์รวม 900 Gbps แต่แค่ 4 เดือนแรกปีนี้มีการใช้ถึง 1,200 Gbps จึงจะลงทุนต่อเนื่องรองรับการใช้งานของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น

          โดยใช้เงินลงทุน 340 ล้านบาท ขยายแบนด์วิดท์ จากที่มีอยู่ 380 Gbps เป็น 800 Gbps ในสิ้นปีนี้ โดย 600 Gbps ใช้ในส่วนของอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ อีก 200 Gbps สำหรับบริการวงจรเช่าระหว่างประเทศ และคาดว่าปีนี้จะมีรายได้ 1,800 ล้านบาท โตขึ้น 25%

          ขณะที่ TIG มีสัดส่วนแบนด์วิดท์ 27% ในอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ จากผู้ให้บริการ 7 ราย เป็นรายใหญ่ 3-4 ราย จากการ ตื่นตัวในการใช้ 4G ทำให้การใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้น จากการลงทุนขยายแบนด์วิดท์ทำให้เชื่อว่าจะครองอันดับ 1 ได้ทั้งเป็นการลงทุนเพื่อให้ไทยเป็นดิจิทัลฮับของอาเซียน

          "คนไทยใช้โซเชียล ใช้สมาร์ทโฟน จึงเชื่อมต่อเกตเวย์ไปต่างประเทศมาก ทำให้เงินไหลออกนอกประเทศน่าเสียดายที่ คอนเทนต์โพรไวเดอร์รายใหญ่อย่าง เฟซบุ๊ก กูเกิล ไปตั้งศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ ต่างประเทศ หากดึงดูดบริษัทเหล่านี้ไว้ได้ก็จะไม่เสียโอกาสสร้างรายได้เข้าประเทศ ซึ่งกลุ่มทรูมีการเจรจากับพาร์ตเนอร์ ต่างประเทศที่มีสาขาในไทย ให้มาใช้เกตเวย์เราให้มากขึ้น"

          นายสุพจน์ มหพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรู อินเตอร์เนชั่นแนล เกตเวย์ จำกัด (TIG) กล่าวว่า  กลุ่มทรูได้ลงนามบันทึกความเข้าใจภายใต้โครงการแฮนด์ อิน แฮนด์ (Hand-in-Hand) กับบริษัท ไชน่าโมบายล์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จากจีน และบริษัทสตาร์ฮับ จากสิงคโปร์ ในหลายด้าน ทั้งด้านดีไวซ์ โมบายบิสซิเนส ดาต้าบิสซิเนส เน็ตเวิร์ก อินเทอร์เน็ตและอินโนเวชั่น เพื่อร่วมใช้อินฟราสตรักเจอร์ เคเบิลใต้น้ำ เป็นต้น เพิ่มประสิทธิภาพให้ลูกค้าได้มากขึ้น

          ขณะที่กลุ่มธุรกิจบริการระหว่างประเทศของทรู ประกอบด้วยการให้บริการอินเทอร์เน็ตเกตเวย์และวงจรเช่าระหว่างประเทศ, บริการโทร.ระหว่างประเทศ และบริการอินเตอร์เนชั่นแนล โรมมิ่ง ซึ่งบริการหลักก็จะเป็นอินเทอร์เน็ตเกตเวย์และวงจรเช่าระหว่างประเทศ

          ปัจจุบันลูกค้าอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ของ TIG มีทั้งบริษัททรู อินเทอร์เน็ต และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) รายอื่น ๆ ในไทย รวมถึง ISP และผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งลาว กัมพูชา เมียนมา ส่วนบริการวงจรเช่าระหว่างประเทศ จะมีทั้งลูกค้าองค์กรที่มีสาขาในต่างประเทศ และผู้ให้บริการโทรคมนาคมในต่างประเทศที่ต้องการเชื่อมต่อมาในประเทศไทยหรือประเทศเพื่อนบ้าน

          สำหรับโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ โครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศของรัฐบาล งบประมาณ 5,000 ล้านบาท ที่รัฐบาล จะเปิดให้เอกชนเข้าไปร่วมลงทุนนั้น กลุ่มทรูและเอกชนรายอื่นได้หารือกับภาครัฐ ต่อเนื่อง คาดว่าจะมีการเปลี่ยนรูปแบบเป็นให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน จากเดิมที่ให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการเพียงรายเดียว

          อย่างไรก็ตาม ล่าสุดยังไม่มีข้อสรุปว่ารูปแบบการลงทุนจะเป็นอย่างไร ซึ่งหากกลุ่มทรูเข้าไปร่วมลงทุนก็มั่นใจว่ามีศักยภาพเพียงพอ และเชื่อว่าหากมีการร่วมทุนจริงจะดีต่อผู้บริโภค เนื่องจาก ผู้ให้บริการมีต้นทุนถูกลง ทำให้ผู้บริโภคได้ ใช้บริการในราคาที่ถูกลงด้วย