"อินทัช"ทุ่มงบร่วมทุน"วงใน"ชี้ศักยภาพแกร่ง-โอกาสโตสูง

วงในตั้งเป้าปี 2559 รายได้โตอีก 2 เท่า ดีเดย์ 3 ปีจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์
          "อินเว้นท์" เทงบก้อนใหญ่สุดใน ประวัติศาสตร์ก่อตั้งบริษัทร่วมลงทุน "วงใน" รอบซีรีส์บี ชี้ศักยภาพแกร่ง-โอกาสโตสดใส ด้านวงในเล็งขยายต่างจังหวัด ลุยหมวดหมู่ใหม่ พร้อมเพิ่มโมเดลธุรกิจปั้นยอด
          นายธนพงษ์ ณ ระนอง ผู้ช่วยกรรมการ ผู้อำนวยการ ส่วนงานบริการร่วมทุน บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ กล่าวว่า อีโคซิสเต็มส์สตาร์ทอัพประเทศไทยมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง ขณะนี้พบว่ามีสตาร์ทอัพหน้าใหม่ที่มีศักยภาพเพิ่มขึ้น วีซีจากต่างชาติให้ความสนใจเข้ามามากขึ้น
          แต่ทั้งนี้ ยังขาดการลงทุนในรอบซีรีส์บี ซึ่งตรงกับทิศทางของบริษัทที่ปีนี้จะเน้นลงทุนในสตาร์ทอัพกลุ่มดังกล่าว รวมถึงซีรีส์เอ งบการลงทุนไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาทมากขึ้น โดยรวมตลอดทั้งปีวางงบการลงทุนไว้ไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท การพิจารณาเน้นบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์ที่ดี สร้างรายได้ได้เป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงมีผู้ใช้งานแต่สร้างรายได้ไม่ได้
          ล่าสุด อินทัชโดยอินเว้นท์ร่วมลงทุนกับบริษัท วงใน มีเดีย จำกัด ผู้พัฒนาเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นรีวิวร้านอาหารและไลฟ์สไตล์ ภายใต้ชื่อ วงใน (Wongnai) และวงในบิวตี้ (Wongnai Beauty) ครั้งนี้นับเป็นรายที่ 9 และเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา
          นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกของการลงทุนรอบซีรีส์บี โดยวีซีไทยในบริษัทสตาร์ทอัพไทย ก่อนหน้านี้วงในเคยได้รับการลงทุนรอบแรกและซีรีส์เอในปี 2556 และ 2557 จากนักลงทุนญี่ปุ่น
          บริษัทเข้าไปถือหุ้นราว 10% ซึ่งทำให้สัดส่วนของนักลงทุนญี่ปุ่นที่เข้ามาก่อนหน้านี้ลดลงเหลือ 35% จากเดิมกว่า 40% คาดหวังไว้ว่าจะได้เห็นวงในก้าวสู่การผสานธุรกิจจากออนไลน์ไปออฟไลน์ โดยใช้พลังสื่อออนไลน์กระตุ้นยอดขายหน้าร้าน
          "เราเชื่อมั่นว่าวงในเป็นสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพ มีความเสี่ยงต่ำ เป็นที่รู้จักตั้งแต่ยุคเริ่มต้น ขณะเดียวกันเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง"
          ครั้งนี้อินทัชจะนำวงในเข้าถึงฐานลูกค้ากว่า 40 ล้านเลขหมายของบมจ.แอดวานซ์ อินโฟ เซอร์วิส จากจำนวนดังกล่าวมีธุรกิจประเภทเอสเอ็มอีอยู่จำนวนมาก อนาคตภายใน 3 ปีจะผลักดันให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ด้วย
          อินทัชเชื่อมั่นว่าการร่วมลงทุนในครั้งนี้จะช่วยให้วงในเพิ่มศักยภาพการพัฒนาแพลตฟอร์มและการบริการได้ครบวงจร ขณะเดียวกันเป็นการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน เปิดช่องผู้ประกอบการรุ่นใหม่สู่อุตสาหกรรมโทรคมนาคม ไอซีที ดิจิทัลคอนเทนท์ ตลอดจนที่ก่อประโยชน์เช่นสร้างงาน รวมถึงภาพรวมเศรษฐกิจทั้งประเทศ
          พร้อมระบุว่า อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อร่วมลงทุนกับสตาร์ทอัพรอบซีรีส์บีอีก 1 ราย ตลอดทั้งปีนี้รวมทุกซีรีส์เป็นไปได้ที่จะทำได้ 4 ราย
          นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบัน มีผู้ใช้งานมากกว่า 2.2 ล้านราย กุญแจสำคัญเกิดจากทีมงาน รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ใช้แล้วรู้สึกว่ามีประโยชน์จริงมีการใช้ซ้ำ
          ข้อมูลระบุว่า มีผู้เข้าใช้แอพ 9 ล้านครั้งต่อเดือน ร้านค้าในระบบ 2 แสนร้าน หรือคิดเป็น 90% ของร้านค้าที่มีทั้งหมด ขณะนี้มียอดการรีวิว 4 ล้านรีวิว 99% มาจากผู้ใช้งานจริง
          ปัจจุบันมี 5 สำนักงานสาขาครอบคลุม หัวเมืองใหญ่ กรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต ด้านการเติบโตเมื่อปี 2558 รายได้เติบโตมากถึง 250% จากบิสิเนสโมเดลที่เข้าถึง ครอบคลุมฐานผู้ใช้งาน
          ดังนั้น ปีนี้ยืนยันได้ว่าสามารถเดินหน้าสร้างรายได้ได้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งเตรียมเปิดสาขาเพิ่มอีก 2 แห่ง หัวหิน และนครราชสีมา โดยจะพยายามทำกำไรให้ได้ ในเป้าหมายทำกำไรให้ได้ใน 3 เดือน พร้อมเพิ่มหมวดหมู่ใหม่อย่างโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว เพิ่มพนักงานจาก 80 คน เป็น 110 คนภายในสิ้นปี
          นอกจากนี้ วางจุดยืนทางการตลาดเป็นมากกว่ารีวิวร้านอาหาร โดยเพิ่มโฟกัสด้านความงาม สปา จากปัจจุบันสร้างสัดส่วนรายได้ 10% ตั้งเป้าจะเพิ่มให้เป็น 20% ขณะนี้ บริการของวงในประกอบด้วย 4 ส่วนหลักคือ ข้อมูลการรีวิว การค้นหาบริการที่ต้องการ โซเชียลเน็ตเวิร์ค และคอมเมิร์ซ ขณะที่โมเดลการหารายได้ไม่เพียงขายโฆษณา จากนี้จะมีส่วนอื่นเสริมเข้ามาชัดเจนขึ้น เช่น ขายดีล อีคูปอง และบริการจัดส่งอาหาร
          บริษัทตั้งเป้าไว้ว่าปีนี้ภาพรวมผลประกอบการจะเติบโตจากปีก่อนหน้าอีก 2 เท่า จากปัจจุบันมีจำนวนผู้เข้ามาใช้งานเป็นประจำ 6 แสนรายต่อเดือน ภายในสิ้นปีหวังว่าจะทำได้ 1 ล้านราย ต่อเดือน