กทค.ชี้ชะตาไทยคมผูกขาด

 โพสต์ทูเดย์ - ชง กทค.พิจารณาอนุมัติ ไทยคม เพิ่มบริการขายต่อบริการรับ-ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม เป็นการผูกขาดหรือไม่
          รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) วันที่ 27 เม.ย. มีวาระการพิจารณาเรื่องที่ บริษัท ไทยคม ขอเพิ่มบริการขายต่อบริการรับ-ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมแบบ Transmission Platform ภายใต้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 1 เพื่อให้บริการแก่ผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ที่ได้รับอนุญาตในลักษณะให้บริการแบบครบวงจร (One Stop Shop) โดยไทยคมจะซื้อบริการจากผู้ให้บริการรับ-ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม (Satellite Uplink/Downlink Teleport) รายอื่น เช่น บริษัท กสท โทรคมนาคม หรือบริษัท ทีซี บรอดคาสติ้ง
          แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตั้งข้อสังเกตว่า บริษัท ทีซี บรอดคาสติ้ง เป็นบริษัทในเครือบริษัท ไทยคม จึงเท่ากับไทยคมเป็นผู้ให้บริการในบริการดาวเทียมแบบครบวงจร กทค.จึงต้องพิจารณาว่ารูปแบบทางธุรกิจเช่นนี้เป็นการผูกขาดกิจการโดยพฤตินัยหรือไม่
          นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช.และกรรมการ กทค. กล่าวว่า หากช่องทีวีต่างๆ จะไปเช่าช่องสัญญาณเพื่อออกอากาศ ปกติแล้วจะไม่ซื้อ Uplink/ Downlink จาก กสท โทรคมนาคม แต่จะไปเจรจาซื้อช่องสัญญาณ (ทรานสปอน เดอร์) จากไทยคม รวมทั้งต้องซื้อ Uplink/Downlink จากไทยคมด้วย จึงต้องพิจารณาว่าไทยคมเป็นผู้มีอำนาจผูกขาดทั้งในอวกาศและภาคพื้นดินหรือไม่ ขณะที่กรณีนี้ต่างจากผู้ประกอบการโทรคมนาคมรายอื่นๆ ที่แม้ว่าจะทำธุรกิจครบวงจรแต่ก็ยังมีช่องทางให้แข่งขันได้อยู่ แต่ธุรกิจดาวเทียวจะไม่การแข่งขันจากรายอื่นๆ
          "ประเทศไทยมีเพียง ไทยคมเท่านั้น จึงควรเอา โครงข่ายให้ทุกค่ายเข้าถึงได้ แต่ถ้าไทยคมเปิดแชนแนลข้างล่างด้วย ก็เท่ากับผูกขาดทั้งข้างบนข้างล่าง เอาง่ายๆ ถ้าบริษัทอื่นอยากจะแข่งขัน จะไปยิงสัญญาณเข้าดาวเทียมไทยคมได้ไหม ถ้าเขาไม่ให้เช่าทรานสปอน เดอร์ก็จบแล้ว" นพ.ประวิทย์ กล่าว
          นพ.ประวิทย์ กล่าวว่า ในกรณีนี้ กทค.จะพิจารณาว่าเข้าข่ายการผูกขาดหรือไม่ หากเห็นว่าผูกขาดก็จะมีหลักเกณฑ์เรื่องการเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดมาดูแลกำกับ เช่น ต้องกำกับดูแลค่าเช่าหรือไม่ เป็นต้น
          ด้าน น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) วันที่ 27 เม.ย.นี้ มีวาระน่าจับตาคือ กรณีที่บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น ขอให้แก้ปัญหาผู้รับใบอนุญาตในหมวดหมู่ความคมชัดปกติ (SD) ออกอากาศด้วยความคมชัดสูง (HD) บนกล่องดาวเทียม ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน
          ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช.ได้เสนอ กสท.ให้มีหนังสือถึงผู้รับใบอนุญาตดิจิทัลทีวีและผู้ได้รับใบอนุญาตให้บริการโครงข่ายที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ให้ระงับการออกอากาศนอกเหนือจากมาตรฐานความคมชัด ตามที่ได้รับอนุญาต รวมทั้งให้มีการตรวจสอบด้านเทคนิคว่าขัดต่อประกาศ กสทช.ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ โดย กสท.จะมีมาตรการทางปกครองต่อไปถ้ามีการฝ่าฝืนจริง
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเซ็นเอ็มโอยูระหว่างเอไอเอสและทรูแต่อย่างใด