กสทช.สอบตกปมคุมค่าโทร

โพสต์ทูเดย์ - กตป.ชาแหละ 4 ประเด็นที่ กสทช.ต้องปรับปรุง ทั้งการบริหารคลื่นความถี่และการกำกับค่าบริการมือถือ
          นายอมรเทพ จิรัฐิติเจริญ กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า จากการติดตามการทำงานของ กสทช.ด้านโทรคมนาคม ปี 2558 ที่ผ่านมา พบว่า สอบผ่านหลายเรื่อง เช่น การเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็น การเปลี่ยนผ่านจากระบบสัมปทานเป็นระบบใบอนุญาต และการนำผลจากการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะไปใช้งานมากขึ้น
          อย่างไรก็ดี การดำเนินการบางเรื่องยังขาดประสิทธิภาพและควรปรับปรุงใน 4 เรื่อง คือ 1.การบริหารทรัพยากรโทรคมนาคม กสทช.ยังไม่สามารถกำหนดระยะเวลาการถือครองคลื่นความถี่ และไม่สามารถรวบรวมข้อมูลการคืนคลื่นของส่วนราชการได้ตามเป้าตัวชี้วัดที่กำหนด กสทช.ควรเร่งพิจารณาคลื่นความถี่ที่จำเป็นในอนาคต อาทิ คลื่นย่าน 2600 MHz และ 700 MHz รวมทั้งกำหนดปีที่หมดอายุ ของแต่ละคลื่นที่มีในประเทศทั้งหมด เพื่อจะได้วางแผนในการคืนคลื่นที่ชัดเจน
          2.อัตราค่าบริการโทรศัพท์มือถือ แม้ค่าบริการโทรศัพท์มือถือหลังการออกใบอนุญาต 3จี 2100 MHz จะมีแนวโน้มลดต่ำลง แต่พบว่ายังมีบาง แพ็กเกจที่ราคาสูงกว่าข้อกำหนด ขณะที่ กสทช.กำกับดูแลค่าบริการเฉลี่ยจากทุกแพ็กเกจรวม กัน ดังนั้นจึงต้องสร้างความชัดเจนโดยกำหนดวิธีการติดตามและตรวจสอบอัตราค่าบริการโทรศัพท์ตามแพ็กเกจ รวมถึงควรมีนโยบายที่ชัดเจนในการกำหนดอัตราค่าบริการโทรศัพท์ตามระยะเวลาที่ใช้งานจริงตามที่สภาปฏิรูปแห่งชาติมีมติไว้ เรื่องการกำหนดอัตราค่าบริการโทรศัพท์มือถือตามระยะเวลาการใช้งานจริง กสทช.ต้องมีนโยบายที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการหรือไม่ อย่างไร ไม่ใช่การแก้ปัญหาโดยเพียงเห็นชอบที่ผู้ให้บริการเสนอเป็นแพ็กเกจคิดค่าบริการเสียงเป็นรายวินาทีให้ผู้บริโภคเลือกเท่านั้น
          3.เรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภค กสทช.ล่าช้าในการแก้ไขปัญหา ดังนั้นจึงควรแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้บริการทั้งหมด มากกว่าแก้ไขปัญหาเป็นบางกรณี และ 4.การส่งเสริมการแข่งขัน กสทช.ไม่สามารถทำให้เกิดการแข่งขัน ตลาดยังมีเอกชนเพียง 3 ราย เช่น คลื่น 2100 MHz ต้องแบ่งความจุ 10% ให้เอ็มวีเอ็นโอ แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่เป็นเช่นนั้น