ฮิตาชิปรับวิชั่นรุกแพลตฟอร์มหนุนธุรกิจวิเคราะห์"บิ๊กดาต้า"

กลุ่มเอชดีเอสที่สร้างรายได้สูงสุด ลงทุนวิจัย24%
          ฮิตาชิ รับตลาดชะลอลงทุนไอทีตั้งแต่ต้นปีปรับวิชั่นขยายพอร์ตตลาดสตอเรจ-เซิร์ฟเวอร์ ร่วมวงเทรนด์ลงทุนบิ๊กดาต้า ปั้นโซลูชั่นวิเคราะห์ข้อมูล เอื้อธุรกิจใช้ข้อมูลปรับเกมธุรกิจได้ทัน
          นายมารุต มณีสถิตย์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย และพม่า บริษัท ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ พีทีอี ลิมิเต็ด (เอชดีเอส) กล่าวว่า ทิศทางการลงทุนไอทีช่วง 2 เดือนแรกของปี บริษัทเริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัวเนื่องจากส่วนใหญ่แม้จะสนใจลงทุนเทคโนโลยีใหม่ๆ แต่ยังไม่ตัดสินใจ หรือเดินหน้าโครงการใดๆ ในขณะนี้
          ส่วนหนึ่งคาดว่าเป็นเพราะบริษัทหลายแห่งต้องการรอความชัดเจนในหลายปัจจัย รวมถึงยังไม่เชื่อมั่นในเสถียรภาพของเศรษฐกิจ และ บางแห่งอาจยังไม่มีงบประมาณที่ชัดเจน
          ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมาฮิตาชิใช้งบลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา 24% ในหน่วยธุรกิจอินฟอร์เมชั่น แอนด์ เทเลคอมมิวนิเคชั่น ซิสเต็มส์ (เอชดีเอส) ซึ่งเป็นธุรกิจกลุ่มที่สร้างรายได้สูงสุดในกลุ่มฮิตาชิ
          ขณะที่ภาพรวมสำหรับฮิตาชิปีงบประมาณที่ผ่านมา ซึ่งจะสิ้นสุดเดือนมี.ค.นี้พบว่ายอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์สตอเรจลดลง แต่สัดส่วนของเซิร์ฟเวอร์เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของธุรกิจดาต้า เซ็นเตอร์ และเป็นช่วงที่เริ่มขยายตัวเข้าสู่ตลาดใหม่อย่างการพัฒนาซอฟต์แวร์ในระดับโซลูชั่นเพื่อต่อยอดรายได้จากตลาดสตอเรจและเซิร์ฟเวอร์แบบเดิม
          "โดยรวมแล้วเราเติบโตขึ้น แม้ยอดขายในไทยปีที่ผ่านมาจะไม่เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ เพราะหลายๆอย่างเช่น งานที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่พอร์ตธุรกิจเราขยายใหญ่ขึ้นจากการขายฮาร์ดแวร์ลงไปถึงเลเยอร์ที่เป็นซอฟต์แวร์โซลูชั่น"
          นายมารุตยังระบุว่า ปีนี้ยังปรับวิชั่นธุรกิจรุกการพัฒนาซอฟต์แวร์ในรูปแบบแพลตฟอร์มมากขึ้น ซึ่งเป็นการใช้ศักยภาพธุรกิจต่างๆ ของบริษัทในกลุ่มฮิตาชิเข้าด้วยกันเพื่อบูรณการให้เป็นโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ธุรกิจมากกว่าการขายสตอเรจหรือเซิร์ฟเวอร์เพียงอย่างเดียว
          โดยเฉพาะตลาดเป้าหมายใหม่อย่างการขยายตัวของบิ๊กดาต้า ที่ถึงจะมีข้อมูลมหาศาลเพียงอย่างเดียว ยังทำให้เกิดประโยชน์ใน เชิงธุรกิจไม่ได้ จนกว่าจะนำข้อมูลมาวิเคราะห์ เพื่อสร้างความแตกต่างให้ธุรกิจ
          ขณะที่ข้อมูลจากเอ็มทูเอ็ม อีโค่ซิสเต็มส์ คาดการณ์ว่า ธุรกิจค้าปลีก จะเริ่มตอบรับการวิเคราะห์ บิ๊กดาต้าเข้ามาใช้เป็นกลุ่มแรกๆ รวมถึงธุรกิจทางการแพทย์และสุขภาพ ธุรกิจรถยนต์
          โดยสัปดาห์หน้าฮิตาชิเตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์ม "ฮิตาชิ สเกล เอาท์ แพลตฟอร์ม (เอชเอสพี)" ซึ่งเป็นโซลูชั่นที่รวมความสามารถของสตอเรจ และซอฟต์แวร์ฮาดูพ (Hadoop) โอเพ่นซอร์สสำหรับบริหารจัดการข้อมูลที่แตกต่างกัน เพื่อเข้าสู่การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ด้วยซอฟต์แวร์จาก เพนทาโฮ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงกับความต้องการทางธุรกิจ เช่น การวิเคราะห์บิ๊กดาต้าในธุรกิจโทรคม เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลการย้ายค่ายที่บริษัทสามารถนำไปใช้วางแผนเพื่อทำโปรโมชั่น
          "บิ๊กดาต้าเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องเจอ และยิ่งในยุคของ 4จี และอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ หรือไอโอที ที่จะทำให้เกิดข้อมูลมหาศาลมากขึ้นไปอีก กลายเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้องค์กรจำเป็นต้องมีเครื่องมือ หรือซอฟต์แวร์ที่ใช้ประโยชน์จากข้อมูลมหาศาลเหล่านี้"
          บริษัทตั้งเป้านำเสนอแพลตฟอร์มใหม่ให้ฐานลูกค้าเดิมที่ใช้โซลูชั่นฮิตาชิอยู่แล้ว รวมถึงลูกค้าใหม่ๆ เช่น กลุ่มโทรคม ธุรกิจค้าปลีก และเฮลธ์แคร์ ที่บริษัทมองว่าเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพที่จะใช้ประโยชน์จากการวิเคราะห์บิ๊กดาต้าเพื่อวางแผนธุรกิจ
          ส่วนการทำตลาดได้เริ่มมองหาพาร์ทเนอร์ใหม่ๆ นอกเหนือจากดิสทริบิวเตอร์ เช่น บริษัทกึ่งซอฟต์แวร์ เฮาส์เพื่อเข้าสู่ตลาดโซลูชั่นใหม่ๆ
          นายไชยรัตน์ วงศ์สว่างรัศมี ผู้อำนวยการและที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี ธุรกิจโทรคมนาคม บริษัทเดียวกัน เผยว่า ฮิตาชิซื้อกิจการ "เพนทาโฮ" โอเพ่นซอร์สด้านบิ๊กดาต้า ซึ่งมีขีดความสามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่รายงานข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ และสนับสนุนการทำวอร์รูมได้เมื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน หรือภัยพิบัติต่างๆ ที่ดึงข้อมูลมาใช้งานได้ทันท่วงที
          ทั้งนี้เป็นเทคโนโลยีที่บริษัทเชื่อว่าเริ่มจำเป็นสำหรับธุรกิจในช่วงนี้ โดยเฉพาะ 4จี เป็นเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่เร็วขึ้น ตั้งแต่ระดับ 100 เมกะบิตต่อวินาทีจนถึงระดับกิกะบิตต่อวินาที ที่จะทำให้ปริมาณข้อมูลเพิ่มอีกมหาศาล
          นอกจากนี้เมื่อรวมเป็นแพลตฟอร์มกับฮิตาชิ ทำให้โซลูชั่นวิเคราะห์ข้อมูลบิ๊กดาต้าได้เปรียบตรงที่สามารถประมวลผลข้อมูลจากฐานข้อมูลได้ทุกประเภท และสามารถจัดระเบียบข้อมูลตามประเภทได้ดีกว่าส่งผลให้ธุรกิจสามารถนำข้อมูลไปใช้สำหรับวางแผนธุรกิจได้เร็วกว่า