รายงาน: เตรียมตัวรับชุดก.ม.เศรษฐกิจดิจิทัล"ไอซีที" ดันร่างฯเข้าสู่ สนช.มีนาคมนี้

โต๊ะข่าวไอที
          นับตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารหรือไอซีที เตรียมนำร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจดิจิทัล ทุกฉบับเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือสนช. เพราะก่อนหน้านี้ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่าตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไปจะนำร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจดิจิทัลเข้าสู่กระ บวนการพิจารณา
          เนื่องจากว่า คณะกรรมการเตรียมการด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เห็นชอบ (ร่าง) แผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและ (ร่าง) แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประ เทศไทย (พ.ศ. 2559-2561) อย่างเป็นทางการไปแล้ว
          ดัน 2 กฎหมาย
          หลังจากนี้เชื่อว่าร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจดิจิทัล เมื่อบรรจุใน สนช.แล้วจะต้องเกิดคำถามและทักท้วงไม่มากก็น้อย เพราะก่อนหน้านี้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมีการท้วงติงอย่างหนักโดยเฉพาะกรณีให้อำนาจผู้ที่เกี่ยวข้อง "ล้วงตับ" ข้อมูลส่วนบุคคลได้
          อย่างไรก็ตาม กระทรวงไอซีที เตรียมนำร่าง พ.ร.บ.จำนวน 2 ฉบับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสนช.คือ ร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการเศรษฐกิจดิจิทัล จำนวน 8  ร่างเข้าไปพิจารณา โดยร่างฉบับแรกที่จะนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของ สนช. คือ ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่.  )พ.ศ.   ส่วนอีกหนึ่งร่างนั้น คือ พ.ร.บ. ปรับปรุงโครงสร้างกระทรวง ทบวงกรม (ฉบับที่.  ) อยู่ในสภาเรียบร้อยแล้วซึ่งร่างฉบับนี้ช่วงที่มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทางสนช.ชะลอไว้ก่อนเพื่อให้ครม.ชุดใหม่ทบทวน
          "พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับนี้อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเมื่อมีการตรวจสอบแล้วเสร็จจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าครม. และหลังจากนั้นจะเข้าไปยัง สนช."
          ร่างพ.ร.บ.ส่วนบุคคลฯอยู่ระหว่างทบทวน
          ขณะที่ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. .  ขั้นตอนขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาทบทวนยังไม่แล้วเสร็จ ทั้งนี้นายอุตตม กล่าวว่า กรอบของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของทุกประเทศให้ความสำคัญในเรื่องนี้ทั้ง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลพ.ศ.   และพ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ.  . ทั้ง 2 เรื่องนี้อยู่ระหว่างการทบทวนและกระทรวงไอซีที เตรียมจะทำประชาพิจารณ์
          วงการไซเบอร์เฝ้าจับตา
          หลังจากมีกระแสข่าวว่าตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป กระทรวงไอซีที จะผลักดันร่างพ.ร.บ.เศรษฐกิจดิจทัลฯ เข้าสู่สภา บรรดาเครือข่ายพลเมืองเน็ตได้ออกมาโพสต์ข้อความว่า "อย่าลืมฉัน! ชุดกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล-มั่นคงไซเบอร์ เข้า สนช.ภายในมีนาคมนี้"
          เพิ่มบทลงโทษเนื้อหาความมั่นคง
          ไม่เพียงเท่านี้ในเว็บไซต์เครือข่ายพลเมืองเน็ตได้เขียนรายละเอียดว่า ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ร่างใหม่จากกฤษฎีกา- เพิ่มมาตรา 14/1 เพิ่มบทลงโทษเนื้อหาด้านความมั่นคง-ตื่นตระหนก ทำให้ยังเปิดช่องให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือปราบปรามผู้เห็นต่าง
          ขณะที่ ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลฯ ร่างใหม่จากกฤษฎีกา-คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่เป็นอิสระ มีแนวโน้มทำงานคุ้มครองไม่ได้จริง เนื่องจากทำงานใต้โครงสร้างกระทรวงและต้องพึ่งพาสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติอย่างมาก (ตามมาตรา 16) นอกจากนี้กรรมการยังมาจากหน่วยงานรัฐในสัดส่วนสูง ทำงานไม่เต็มเวลา และอาจมีประโยชน์ขัดกัน
          ส่วนร่างพ.ร.บ.ความมั่นคงไซเบอร์- ยังไม่มีร่างใหม่ให้ประชาชนเห็น ทั้งที่ใกล้ส่งเข้าสนช.แล้ว
          ลัดขั้นตอน
          นอกจากนี้แล้วเครือข่ายพลเมืองเน็ตยังระบุเพิ่มเติมอีกด้วยว่า ที่ผ่านมามีการจัดตั้งคณะทำงาน-จัดซื้อเครื่องมือดักรับข้อมูลจริง เช่น กระทรวงไอซีทีแต่งตั้งคณะทำงานทดสอบระบบเฝ้าติดตามสื่อออนไลน์ ประสานงานกับ International Internet Gateway เพื่อหาทางดูข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสลับ (คำสั่งก.ไอซีที ที่ 163/2557 15 ธ.ค. 2557) เอกสารยืนยันจากผู้ผลิตว่าผลิตภัณฑ์ควบคุมและดักรับข้อมูลกำลังถูกจัดส่งมาประเทศไทย (Hacking Team, มิ.ย. 2558) และปอท.ประกาศจัดซื้อระบบติดตามข้อมูลสังคมออนไลน์อัตโนมัติ (19 ม.ค. 2559) ร่างมาตรา 33, 34 และ 35 ของพ.ร.บ.ความมั่นคงไซเบอร์จะช่วยให้ใช้เครื่องมือเหล่านี้ได้ถูกกฎหมายสะดวกขึ้น
          ทั้งนี้รัฐบาลมีแนวโน้มจะลัดข้ามกระบวนการตรวจสอบ เช่น คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขอให้กูเกิลพิจารณาลบเว็บไซต์ที่มีเนื้อหากระทบความมั่นคง โดยไม่ต้องรอคำสั่งศาล
          หลังจากนี้ต้องจับตากันต่อไปว่าร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจดิจิทัลฯ เมื่อเข้าสู่ชั้น สนช.แล้วจะถูกกระแสต่อต้านจากเหล่าพลเมืองเน็ตมากน้อยเพียงใด
          แม้ "อุตตม" เคยออกมาพูดคำว่า "Single Gateway" ลืมไปแล้วและรัฐบาลไม่มีนโยบายในเรื่องนี้ เนื่องจากรัฐบาลจะออกกฎระเบียบต้องดูมาตรฐานโลกเช่นเดียวกัน