"อวาย่า"ปรับแผนธุรกิจโหมโซลูชั่น "คลาวด์ ครบวงจร

 ปัจจุบันการสื่อสารภายในองค์กรผ่านระบบไอพียังมีความจำเป็น แม้คนในองค์กรส่วนใหญ่จะมี สมาร์ทโฟนและโซลูชั่นอื่น ๆ เป็นช่องทาง ในการติดต่อ เพราะระบบไอพีปรับแต่งได้ หลายรูปแบบ และมีความปลอดภัยในการใช้งานสูง
          "ยีน เทอร์เจียน" รองประธานบริษัทและหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยี สถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ อวาย่า เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การลงทุนด้านไอทีขององค์กรต่าง ๆ ยังมีต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริการในรูปแบบคลาวด์ เช่น บริการซอฟต์แวร์ (SaaS) เนื่องจากปรับแต่งได้อย่างอิสระ และลดต้นทุนค่าใช้จ่ายได้ ดังนั้น การที่ บริษัทเป็นผู้นำด้านระบบสื่อสารระดับองค์กรจึงต้องเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การทำตลาดไปในทิศทางนี้เช่นกัน ด้วยการพัฒนาโซลูชั่นให้เหมาะสมกับทุกประเภทธุรกิจ และไม่ได้ทำตลาดแค่ระบบ VoIP และตู้ PABX อีกต่อไป
          "เทรนด์โลกเดินไปสู่สมาร์ทดิจิทัลเวิลด์ มีการลงทุนระบบวิเคราะห์ข้อมูล เพราะทั้งภาครัฐ, เอกชน และผู้บริโภคต่างมีอุปกรณ์และระบบที่เชื่อมต่อกันผ่านออนไลน์ทั้งหมด อวาย่าจึงจะเน้นจำหน่ายฮาร์ดแวร์แบบเดิมต่อไปไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ภายในองค์กรแบบ VoIP และตู้สาขา PABX แต่ต้องมีฮาร์ดแวร์และโซลูชั่นใหม่ ๆ ออกมา ซึ่งทั้งหมดต้องอยู่บนคลาวด์เบสที่ปรับแต่งได้, คำนวณค่าบริการได้หลายรูปแบบ ซึ่งการเป็นพาร์ตเนอร์กับบริษัทเทคโนโลยี อื่น ๆ ทำให้รู้ว่าธุรกิจยุค IoTs, องค์กร และผู้บริโภคต่างอยู่ระหว่างทำดิจิทัลทรานส์ ฟอร์เมชั่นได้"
          การปรับแผนธุรกิจข้างต้นทำให้รายได้ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณของบริษัท (พ.ย. 2558-ม.ค. 2559) ทำได้ 958 ล้านดอลลาส์สหรัฐ (ประมาณ 34,000 ล้านบาท) มาจากบริการซอฟต์แวร์และเซอร์วิส 73% ซึ่งครึ่งหนึ่งของยอดขายทั้งหมดมาจากบริการใหม่ที่อยู่ในรูปแบบคลาวด์ จากสหรัฐอเมริกา 55%, ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา 25%, เอเชีย-แปซิฟิก 11% และอื่น ๆ 9% ดังนั้น ในปีนี้จะมี โซลูชั่นบนคลาวด์มากขึ้น เช่น ระบบคอลเซ็นเตอร์ และระบบควบคุมกล้องวงจรปิดรูปแบบใหม่
          ด้าน "ริชาร์ด สเปนซ์" กรรมการผู้จัดการภูมิภาคอาเซียน บริษัทเดียวกันกล่าวว่า ทิศทางในการทำตลาดในภูมิภาคนี้จะขับเคลื่อนด้วยนโยบายสมาร์ทซิตี้ของประเทศต่าง ๆ เช่น สิงคโปร์ มีนโยบายสมาร์ทเนชั่น หรือการยกระดับทั้งประเทศสู่ดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันอยู่ในช่วงอิ่มตัว เพราะภาครัฐ, องค์กร และผู้บริโภคต่างมีสิ่งจำเป็นในการเดินหน้าดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ตั้งแต่ภาครัฐช่วยขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านอินเทอร์เน็ต, เชื่อมต่อระบบกับเอกชน, อุตสาหกรรมต่าง ๆ นำเทคโนโลยีไปใช้งาน ผู้บริโภคมีการใช้ดีไวซ์และแอปพลิเคชั่น อย่างแพร่หลาย
          "อวาย่า" มองว่าการที่รัฐบาลไทยเตรียมใช้นโยบายสมาร์ทซิตี้กับจังหวัดภูเก็ต เป็นเรื่องที่ดี เพราะภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ซึ่งคุ้นเคยกับระบบสมาร์ทซิตี้ เช่น ชำระค่าสินค้าผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือการค้นหาสถานที่ ท่องเที่ยวจึงจะเป็นอีกจุดที่ดึงดูดนัก ท่องเที่ยวได้
          นอกจากนี้ เมืองภูเก็ตยังมีขนาดที่เหมาะสม สำหรับการลงทุนติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานและระบบต่าง ๆ ใช้เวลาไม่นาน ซึ่งบริษัทพร้อมเข้าไปช่วยเหลือรัฐบาลในการขับเคลื่อน โครงการนี้
          "อวาย่ามีโซลูชั่นที่ตอบโจทย์สมาร์ทซิติ้ได้ทุกแง่มุม ตั้งแต่ความปลอดภัย, โซลูชั่นเกี่ยวกับการศึกษา, การเชื่อมต่อระหว่างรัฐกับเอกชน และระบบวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประมวลผลการสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ ที่สำคัญประเทศไทยเป็นตลาดที่สำคัญของบริษัท เพราะองค์กรต่าง ๆ เริ่มต้องการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นมากขึ้น และยิ่งภาครัฐยังเดินหน้านโยบายดิจิทัลอีโคโนมี รวมถึงผลักดันการเกิดดิจิทัลอีเพย์เมนต์ ทำให้ธุรกิจเกี่ยวกับการเงินการธนาคารลงทุนเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ทำให้โอกาสเติบโตของการทำธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มขึ้นเช่นกัน"