"TRUE"อัดฉีดงบก้อนโตเปิดเกมชิงมาร์เก็ตแชร์

ทันหุ้น - TRUE เล็งจ่ายค่าใบอนุญาต 4G งวดแรกและวางแบงก์การันตีในอีก 1-2 สัปดาห์ หลังได้แบงก์พาณิชย์ 6 แห่งหนุนการเงินพร้อมตั้งงบ 3 ปีไว้ที่ 5.7 หมื่นล้านบาท ลงทุนด้านโครงข่ายและติดตั้งอุปกรณ์รองรับบริการ 4G หวังเบียด DTAC ขึ้นอันดับ 2 ด้านแผนเพิ่มทุน TSR คาดเข้าซื้อขายปลายเดือนพฤษภาคมนี้ พร้อมมั่นใจไชน่า โมบาย ใช้สิทธิเต็มจำนวน
          นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เปิดเผยว่า บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น (TUC) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ TRUE จะมีการชำระเงินค่าใบอนุญาต 4G บนคลื่นความถี่ 900 MHz งวดแรก พร้อมวางแบงก์การันตีงวดที่เหลือได้ภายในอีก 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า หลังจากได้มีการลงนามสัญญากับธนาคารพาณิชย์จำนวน 6 แห่ง ในการเป็นผู้สนับสนุนด้านการเงิน
          ทั้งนี้ TUC ได้มีการลงนามกับธนาคารพาณิชย์ 6 แห่งคือ ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ICBC (Thai) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB และธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) หรือ KKP เพื่อออกหนังสือค้ำประกันวงเงินถึง 73,036.06 ล้านบาท
          แบงก์จ่ายงวดแรก
          โดยธนาคารไอซีบีซี (ไทย) เป็นผู้สนับสนุนวงเงินหนังสือค้ำประกันสูงสุดถึงเกือบ 50% ของมูลค่าวงเงินทั้งหมด เพื่อนำไปยื่นพร้อมการชำระค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 MHz งวดแรกเป็นเงิน 8,040 ล้านบาท ที่ TUC ชนะการประมูลเมื่อเดือนธันวาคม 2558 ให้กับทางสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.
          "เราจะจ่ายเงินค่าไลเซ่นส์ 4G งวดแรกพร้อมวางแบงก์การันตีในอีก 1-2 สัปดาห์ข้างหน้าตามแผน ซึ่งเราไม่ได้รอดู JAS แต่เราดูฤกษ์ของเรา ส่วนกรณีที่ JAS ยังไม่มีความคืบหน้าในการชำระค่าไลเซ่นส์ ส่วนตัวเชื่อว่า กสทช.จะไม่อนุมัติให้ JAS ผ่อนชำระค่าไลเซนส์งวดแรก เนื่องจากจะไม่เป็นธรรมกับผู้ที่แพ้ประมูล" นายศุภชัยกล่าว
          ทั้งนี้ บริษัทจะเริ่มติดตั้งระบบโครงข่ายคลื่น 900 MHz ทันทีในเดือนมีนาคมนี้ และคาดว่าจะครอบคลุมทั่วประเทศภายในเดือนพฤษภาคม 2559 โดยได้ตั้งงบลงทุนสำหรับพัฒนาโครงข่าย 4G ในช่วง 3 ปีข้างหน้าไว้ที่ประมาณ 5.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นการลงทุนในปี 2559 นี้ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท โดยจะเป็นการลงทุนด้านโครงข่ายคลื่น 900MHz มูลค่าประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะติดตั้งอุปกรณ์เพื่อรองรับทุกระบบทั้ง 2G, 3G และ 4G ได้จำนวน 1.6 หมี่นสถานีฐานภายในเดือน และคาดว่าจะครอบคลุมทั่วประเทศภายในเดือนพฤษภาคม 2559 และเพิ่มเป็น 20,000 สถานีฐานภายในปลายปี 2559
          ลงทุนเสา 4 พันล้าน
          นอกจากนี้ บริษัทจะมีการลงทุนเพิ่มเสาโครงข่ายคลื่น 1800 MHz ระบบ 4G อีกประมาณ 4 พันล้านบาท โดยติดตั้ง 6,000 สถานีฐานภายใน พฤษภาคม 2559 ซึ่งบริษัทตั้งเป้าหมายจากการลงทุนดังกล่าวว่าจะมีรายได้จากส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) สัดส่วน 33% ของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ หรือประมาณ 33% จากปัจจุบันอยู่ที่ 21% และมี EBITDA Margin ไม่ต่ำกว่า 40% จากปัจจุบันอยู่ที่ 30%
          อย่างไรก็ตาม บริษัทมั่นใจว่าภายในปี 2560 จะสามารถทำกำไรและจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้ หลังจากปีนี้ยังมีความไม่แน่นอน เพราะต้องรับภาระการลงทุนโครงข่ายจำนวนมาก โดยเฉพาะการให้บริการ 4G ทำให้มีภาระต้นทุนสูง ส่วนอัตราการเติบโตรายได้ปีนี้คาดว่าจะรักษาให้ใกล้เคียงหรือมากกว่าปีก่อนที่มีการเติบโต 17.3%
          สำหรับประเด็นที่บริษัทได้ปรับเปลี่ยนแผนจากการเพิ่มทุนจำนวน 1.5 หมื่นล้านหุ้น มาเป็นการออกใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ หรือ TSR เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ถือหุ้นที่ไม่ต้องการใส่เงินเพิ่มทุน รวมทั้งยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายอื่นที่ต้องการใส่เงินเพิ่มทุนให้บริษัท ซึ่งคาดว่า TSR จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ภายในปลายเดือนพฤษภาคม 2559 นี้ โดยราคาใช้สิทธิจะมีส่วนลด 10% จากราคาซื้อขายบนกระดานเฉลี่ยวันที่ 3-31 มีนาคม 2559
          นอกจากนี้ บริษัทยังมั่นใจว่ากลุ่มไชน่า โมบาย ซึ่งถือหุ้นใหญ่ราว 18% จะใช้สิทธิเพิ่มทุนเต็มจำนวน เนื่องจากทางไชน่า โมบายมีความมั่นใจต่อการดำเนินธุรกิจของ TRUE และโอกาสที่จะเติบโตในอนาคต ซึ่งไชน่า โมบายถือเป็นเป็นผู้วางโครงข่ายรายใหญ่ที่สุดกว่า 1.5 ล้านสถานีฐานในประเทศจีน
          ธนาคารหนุนการเงิน
          นายจื้อกัง หลี่ ประธานกรรมการ ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ไอซีบีซี (ไทย) กล่าวว่า การเข้ามาสนับสนุนทางด้านการเงินให้กับกลุ่ม TRUE ครั้งนี้ เนื่องจากเชื่อมั่นต่อแผนธุรกิจของกลุ่ม TRUE ที่ต้องการเป็นผู้นำของตลาด 3G และ 4G รวมถึงการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับธุรกิจโทรคมนาคม ขณะที่ธนาคารมองเห็นศักยภาพการเติบโตของธุรกิจโทรคมนาคมในประเทศไทย ซึ่งธนาคารได้เป็นผู้สนับสนุนวงเงินหนังสือค้ำประกันสูงสุดเกือบ 50% ของมูลค่าวงเงินทั้งหมด หรือประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท
          ขณะที่นายชาญศักดิ์ เฟื่องฟู กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL กล่าวว่า ธนาคารมีความมั่นใจว่า TRUE จะประสบความสำเร็จในการขยายธุรกิจบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และจะสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้
          ส่วนกรณีของบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS นั้น ปัจจุบัน JAS ยังไม่ได้มีการจัดส่งแผนธุรกิจมาให้ธนาคารพิจารณา ซึ่งธนาคารจะพิจารณาให้วงเงินโดยขึ้นอยู่กับ 3 เรื่องสำคัญคือ คำขอของผู้กู้ ท่าทีของ กสทช. และแผนธุรกิจของ JAS ซึ่งทั้ง 3 ข้อนี้ธนาคารต้องพิจารณาให้ครบ แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุได้ว่าทาง JAS จะส่งหนังสือมาเมื่อไหร่