สูตร3ปีสำหรับITยุค2016

  พงศ์วุฒิ ไพรไพศาลกิจ
          จากปัจจัยด้านเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองในปัจจุบัน ทำให้เรามักได้ยินข่าวการลดจำนวนบุคลากรในองค์กรเป็นประจำ อีกทั้งปัจจัยด้านงบประมาณที่ถูกจำกัดสำหรับหน่วยงานไอที ทำให้รูปแบบการทำงานของระบบไอทีปัจจุบันที่ใช้งานอยู่เดิมอาจต้องปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลง ด้วยเหตุผลเหล่านี้ในองค์กรทั่วไปเริ่มมองหาทางออกโดยคัดคนจากแผนกที่ไม่ได้ทำรายได้ออกก่อน และไอทีก็เป็นหนึ่งในแผนกที่มักถูกมองเสมอว่าไม่ได้ก่อให้เกิดรายได้ ซึ่งหากมองลงไปในความเป็นจริงขององค์กรแล้วจะพบได้ว่าการมีเทคโนโลยีที่เหมาะสมถือว่าเป็นหนึ่งในหลายๆ ปัจจัยที่จะส่งเสริมให้องค์กรสามารถเติบโตท่ามกลางเศรษฐกิจฝืดเคืองได้
          ดังนั้นคำถามเลยย้อนกลับมาว่าแล้วเทคโนโลยีอะไรที่จะมาตอบโจทย์ IT ในยุค 2016 โดยใน 3 ปีต่อจากนี้ไปหากจะมองลงไปในภาคธุรกิจทั่วๆ ไปแล้วนั้นคงจะหนีไม่พ้น 3 เรื่องนี้แน่นอน Big Data and Business Analytic, Datacenter Transition, Security
          เรื่องแรกหนีไม่พ้นเรื่องเทคโนโลยีที่จะนำมาช่วยให้การบริหารจัดการและการทำงานขององค์กรคล่องขึ้นโดยไม่ได้ลดบทบาทคนไอทีลง แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพให้องค์กรอย่างเหลือเชื่อ ภาพรวมองค์กรที่ควบคุมข้อมูลสำคัญเชิงธุรกิจที่มาจากอินเทอร์เน็ตได้ก็จะทำให้องค์กรนั้นได้เปรียบ เนื่องจากทุกวันนี้มีการใช้อินเทอร์เน็ตแพร่หลาย และข้อมูลในอินเทอร์เน็ตมักสะท้อนความต้องการที่แท้จริงต่อผลิตภัณฑ์นั้นมากกว่าการวิจัยใดๆ แต่ต้อง คัดกรองข้อมูลเพื่อผลลัพธ์ที่ถูกต้อง ดังนั้นการนำเอาเทคโนโลยี Big Data และ Business Analytic มาใช้จะช่วยให้องค์กรสามารถขยายการทำงานตนเองออกไปอย่างไม่น่าเชื่อ และมีข้อมูลสำคัญให้ธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
          ถัดมาคือการบริหารศูนย์คอมพิวเตอร์แบบเดิมๆ มีแนวโน้มถูกยกเลิก และเปลี่ยนเป็นการเช่าใช้แทนแทบทั้งสิ้น (Datacenter Transition) ทำให้ค่าใช้จ่ายดูแลบำรุงรักษาทั้งทางด้าน Hardware อุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายแอบแฝงอื่นๆ ที่มีค่าใช้จ่ายสูง ลดลงได้ อีกทั้งการใช้งานไปช่วงเวลาหนึ่งก็ต้องวางแผนจัดหาอุปกรณ์ทดแทน เมื่อถึงเวลาบำรุงรักษาอุปกรณ์ และอุปกรณ์ที่หมดสภาพก็จะเหลือเป็นสินทรัพย์หมดสภาพรอจำหน่ายได้
          สุดท้ายคือมาตรการรักษาความปลอดภัยในองค์กรและการประเมินความเสี่ยงเพื่อให้การโจมตีต่างๆ ลดลงไปจากในองค์กร ซึ่งส่วนใหญ่มักหาวิธีป้องกันโดยการซื้ออุปกรณ์มาติดตั้งเพื่อป้องกัน แต่ลืมไปว่าการออกแบบ Application ให้สอดคล้องกับความปลอดภัยต่างหากที่เป็นการป้องกัน ที่ราคาถูก และเพิ่มความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นได้ ดังนั้นการเพิ่มทักษะของบุคลากรไอทีก็เป็นปัจจัยให้การวางระบบ IT Security สำเร็จได้