"พลิกคัมภีร์สื่อสาร ทันโลกยุคดิจิตอล" 5 กูรูแนะปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลง

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีการสื่อสารอันส่งผลทำให้รูปแบบการส่งสารและการรับสารของคนทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ขณะที่ผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ตามไม่ทันความเปลี่ยนแปลง ต้องเพลี่ยงพล้ำ เผชิญวิกฤติด้านข่าวสารบนโลกออนไลน์ ชั่วข้ามคืน รวมถึงพื้นที่สื่อที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผู้ผลิตสื่อจำนวนมากต้องเผชิญกับการแข่งขันอย่างรุนแรง
          คณะกรรมการทุน รศ.สดศรี เผ่าอินจันทร์ ซึ่งล้วนเป็นศิษย์เก่าคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงเห็นความจำเป็นและความสำคัญในการจัดกิจกรรมให้ความรู้ เพื่อจุดประกายแนวคิดและให้แนวทางการรับมือ ทั้งเชิงรุก-เชิงรับใหม่ๆ ด้วยการจัดการเสวนาหัวข้อ "พลิกคัมภีร์สื่อสาร ทันโลกทันสื่อ ยุคดิจิตอล" ท่ามกลางนักการสื่อสารมวลชนแขนงต่างๆ เข้าร่วมงานจำนวนมาก ทั้งนักการสื่อสารการตลาด นักโฆษณา นักประชาสัมพันธ์ นักวิชาการ และนักศึกษาด้านการสื่อสารมวลชน รวมถึงผู้สื่อข่าว
          รศ.ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด อดีตคณบดีคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สะท้อนสภาพการณ์ที่เป็นความท้าทายของนักการสื่อสารมวลชนทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ว่า จะต้องหันมาให้ความสำคัญ ทำความเข้าใจ เพราะผลกระทบของการสื่อสารในปัจจุบันนี้ ส่งผลต่อภาพลักษณ์ ชื่อเสียง ได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่มีคนโพสต์จุดประเด็น และมีคนนำมาแชร์ต่อๆ กัน ดังนั้นในฐานะของผู้ส่งสารมีความจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาจากการใช้สื่อออนไลน์ ซึ่งแม้จะไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด แต่การคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของผู้รับสารในโลกออนไลน์ก็จะช่วยให้เกิดแรงผลักดันการสื่อสารให้ประสบผลสำเร็จ
          "ความท้าทายบนโลกโซเชียลมีเดียอยู่ที่ว่า วันนี้มีทั้งคนที่รู้จักคุณและไม่รู้จักคุณ ทำให้เรื่องราวถูกแชร์ออกไปไกลเกินกว่าจะคาดคิด ไม่ใช่วันเดียวจบ ไม่สามารถจำกัดวงได้ในด้านภาพลักษณ์-ชื่อเสียงของบุคคล หรือองค์กร จึงเผชิญกับความเสี่ยงที่สูงกว่าเดิม ถามว่าจะปรับตัวรับการสื่อสารในวันนี้อย่างไร ก็คงจะต้องขอให้ทุกคนทำแต่เรื่องดีๆ เข้าไว้ อย่าไปทำเรื่องเสียหาย เพราะมันจะถูกแชร์ได้ในทันที จากคนที่ทั้งรู้จักคุณและไม่รู้จักพลังของโลก โซเชียลมีเดีย วันนี้มันมีมากมายจริงๆ อย่างที่เราได้เห็นกันมาแล้ว"
          ขณะที่ พงษ์ทิพย์ เทศะภู ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บยส.) สะท้อนภาพการทำงานของประชาสัมพันธ์ภาครัฐว่า จากนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งให้มีการสื่อสารไปยังประชาชนโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับสูงสุด คนทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ก็จะต้องรู้เท่าทัน และจะต้องรู้จักใช้โซเชียลมีเดียมา สนับสนุนการทำงาน จะเลือกใช้สื่อไหนมาสื่อสารก็จะต้องศึกษาให้ดี เรียกว่าต้องเข้าใจ ใช้ให้เป็น และใช้ให้มีประสิทธิภาพจะมัวตั้งรับแบบเชื่องช้า แบบเดิมๆ ไม่ได้อีกแล้ว แต่จะต้องรุกอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งคำนึงถึงความต้องการของผู้รับสารเป็นสำคัญ
          เช่นเดียวกันกับ วิสุทธิ์ คมวัชรพงศ์ ประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ กล่าวว่า ยุคนี้เป็นยุคที่ท้าทายมากจริงๆ เพราะผู้บริโภคสามารถเลือกรับสื่อได้มากมาย ดังนั้นคนทำสื่อจะต้องปรับตัวขนานใหญ่ โดยจะต้องเร่งหาความเก่งและจุดขายของตัวเองให้เจอ คนที่ทำในสิ่งที่เชี่ยวชาญก็จะโดดเด่นและอยู่รอด สื่อจึงต้องใส่ใจในคุณภาพเนื้อหาและการผลิต โดยต้องคำนึงถึงคุณธรรม-จริยธรรมให้มากกว่าที่ เป็นอยู่
          ด้าน อภิศิลป์ ตรุงกานนท์ ผู้ร่วมก่อตั้งสื่อออนไลน์ที่ทรงอิทธิพล Pantip.com  กล่าวถึงความสำคัญของการปรับตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกการสื่อสารว่า นักการสื่อสารยุคใหม่ต้องปรับตัวอย่างหนัก เพราะปัจจุบันใครๆ ก็มีสื่ออยู่ในมือ และพร้อมจะส่งสารที่เขาต้องการสื่อในทันที สำหรับผู้ที่มีอาชีพผลิตสื่อก็ต้องแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ และทำให้ลึก จะต้องตีโจทย์ให้แตก สร้างคอนเทนต์ให้น่าสนใจ ซึ่งจะต้องมีการเตรียมพร้อมทั้งหน้าบ้านหลังบ้าน และมีความรู้ความเข้าใจในการใช้สื่อออนไลน์แต่ละประเภทอย่างถูกต้อง
          "ความท้าทายคือ ปัจจุบันผู้ได้รับสารไม่ได้สนใจว่าผู้ส่งสารจะเป็นสื่อมืออาชีพหรือเป็นใคร แต่เขาสนใจว่า เรื่องนั้นน่าสนใจสำหรับเขาเพียงใด"
          ขณะที่ รศ.สดศรี เผ่าอินจันทร์ อดีตคณบดีคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ฉายภาพผลกระทบของผู้ผลิตสื่อที่หากไม่มีการปรับตัวรับกับความเปลี่ยนแปลงหรือปรับไม่ทันว่า อาจจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ ดังที่เคยเกิดขึ้นกับผู้ผลิตสื่อหลายรายมาแล้ว ขณะที่ในรายที่ปรับตัวได้ทันก็ยังสามารถยืนหยัดได้ แต่การปรับตัวนั้นก็จะต้องไม่ลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เนื้อหา เพื่อก่อให้เกิดความสนใจและเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง
          "ปัจจุบันต้องยอมรับว่า การแข่งขันบนโลกของการสื่อสารนั้นสูงและรวดเร็วมาก วันนี้พฤติกรรมการรับสารและรับสื่อของคนรุ่นใหม่ได้เปลี่ยนไปแล้ว แต่ละคนต้องการเสพสื่อที่สามารถตอบสนองความรวดเร็ว สามารถดูได้เดี๋ยวนั้น หรือสามารถเรียกดูได้อีก รวมถึงดูได้จากทุกสื่อ อย่างไรก็ตามไม่ว่าเทคโนโลยีจะปรับเปลี่ยนไปอย่างไร หัวใจสำคัญก็คือ เนื้อหา ซึ่งผู้ผลิตจะต้องสามารถสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพสร้างสรรค์ ตอบสนองความอยากรู้ และเป็นที่ต้องการของผู้รับสาร นอกจากนี้จะต้องเฟ้นหาแพลตฟอร์มใหม่ๆ ที่เหมาะสม เป็นที่ต้องการ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะต้องคำนึงถึงความน่าเชื่อถือ"
          อย่างไรก็ตามสำหรับนักวิชาการและนักวิชาชีพการสื่อสารมวลชนทั้ง 5 ท่าน เห็นตรงกันว่า ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวไปรวดเร็วขนาดไหน องค์กรต่างๆ จะต้องมีการอบรมให้ความรู้บุคลากรให้รู้ทันสื่อ รู้จักใช้สื่ออย่างมีประสิทธิภาพ และสิ่งที่ผู้ผลิตสื่อจะต้องตระหนักให้มากขึ้นในสังคมออนไลน์ก็คือ การคำนึงถึงคุณธรรม จริยธรรม ความโปร่งใส และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งในรายที่ย่อหย่อนและหลงลืมสิ่งเหล่านี้ไป ก็มักจะพาตนเองหรือองค์กรไปสู่วิกฤติ สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและต่อธุรกิจ
          อนึ่ง ทุนโครงการ รศ.สดศรี เผ่าอินจันทร์ เป็นโครงการที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อสืบสานความมุ่งมั่นของ รศ.สดศรี เผ่าอินจันทร์ อดีตคณบดีคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่อยากเห็นบัณฑิตที่จบการศึกษาจากสถาบันแห่งนี้ ได้มาร่วมกันทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งด้านวิชาการสื่อสารมวลชน และต่อคณะ ด้วยการมอบทุนสนับสนุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และให้แก่กลุ่มนักศึกษาที่ได้ร่วมกันทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและส่วนรวม สำหรับกรรมการทุนล้วนเป็นศิษย์เก่าที่ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียง เป็นนักสื่อสารมวลชนที่มีคุณภาพและประสบความสำเร็จ โดยมี นงค์นาถ ศรีสกุล ห่านวิไล เป็นประธานคณะกรรมการทุน และมี รศ.สดศรี เผ่าอินจันทร์ เป็นประธานที่ปรึกษา