จับตาลดภาษีบูมสมาร์ทซิตี้ภูเก็ต จ้างที่ปรึกษาเทียบเพื่อนบ้าน-จ่อขยายเวลาเพิ่ม5ปีดึงรายใหญ่ลงทุน

โพสต์ทูเดย์ - ซิป้าสั่งศึกษาสิทธิประโยชน์ด้านไอทีของประเทศเพื่อนบ้าน วางกรอบ 6 เดือน ดึงนักลงทุนลุยสมาร์ทซิตี้ภูเก็ต
          แหล่งข่าวจากคณะกรรมการของสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า เปิดเผยว่า ขณะนี้ซิป้าได้มอบหมายให้บริษัทที่ปรึกษาไปรวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับการให้สิทธิประโยชน์แก่นักลงทุนด้านไอทีของประเทศเพื่อนบ้านว่ามีสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขการให้สิทธิเป็นอย่างไร โดยนำมาเปรียบเทียบกับสิทธิประโยชน์ของโครงการสมาร์ทซิตี้ใน จ.ภูเก็ต เพื่อดึงดูดบริษัทไอทีรายใหญ่ของโลกให้เข้ามาตั้งสำนักงาน
          ทั้งนี้ ซิป้าได้วางกรอบระยะเวลาการศึกษาไว้ 6 เดือน เมื่อมีผลการศึกษาออกมาชัดเจนแล้วจะได้วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนของโครงการ เพื่อปรับปรุงสิทธิประโยชน์ของไทยให้ดึงดูดนักลงทุนได้มากยิ่งขึ้น
          "ที่ผ่านมาก็มีการพูดว่าประเทศเพื่อนบ้านให้สิทธิประโยชน์ดีกว่าของไทยอย่างโน้นอย่างนี้ ดังนั้นเราจะไปดูเลยว่าแต่ละประเทศเป็นอย่างไร ต่อไปเวลาเราเปิดไพ่ขึ้นมาก็จะเป็นไพ่ที่มีการศึกษามาอย่างดีแล้ว" แหล่งข่าวเปิดเผย
          แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า จากการติดต่อนักลงทุนไอทีต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนในโครงการสมาร์ทซิตี้ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ขณะนี้มีกว่า 10 บริษัทที่สนใจจะเข้ามาลงทุนเพราะเห็นถึงศักยภาพในอนาคต บางบริษัทก็จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ ซึ่งจากการสอบถามนักลงทุนได้ข้อมูลว่าสิทธิประโยชน์ในการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ไม่แพ้ประเทศอื่น แต่อาจมีเรื่องบางอย่างที่ยังติดขัดอยู่บ้าง เช่น กระบวนการบางอย่างที่ใช้ระยะเวลานาน ความสะดวกในการติดต่อหน่วยงานรัฐ เช่น บีโอไอ มีสำนักงานอยู่ที่ กทม. และ จ.สุราษฎร์ธานี เวลาจะติดต่อต้องบินไปถึงสุราษฎร์ธานี เป็นต้น
          อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีรายงานว่า นายอุตตม สาวนายน รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กำลังหารือเรื่องมาตรการส่งเสริมการลงทุนกับทางบีโอไอเพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์มากขึ้นสำหรับผู้เข้ามาลงทุนในภูเก็ต สมาร์ทซิตี้ ด้วยการขอให้ขยายระยะเวลาการลดภาษีออกไปจาก 8 ปี แล้วต่อให้อีก 5 ปี เพื่อดึงคนมาลงทุน สร้างงานสร้างคนให้มีเทคสตาร์ทอัพเพิ่มจากที่มีอยู่แล้ว รวมถึงมีมาตรการด้านการขอวีซ่าที่อยู่ได้นานขึ้น
          สำหรับโครงการสมาร์ทซิตี้เป็นหนึ่งในโครงการเรือธงของซิป้า โดยกำหนดพื้นที่ไว้ 2 จังหวัด คือ จ.ภูเก็ต และเชียงใหม่ ซึ่งการดำเนินการในระยะนี้ ซิป้าจะเน้นไปที่ จ.ภูเก็ต ก่อน เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยวางงบประมาณไว้ 30 ล้านบาท สำหรับจัดตั้งศูนย์อินเวสต์เมนต์ จ.ภูเก็ต เพื่อแนะนำแนวทางการลงทุนแก่บริษัทไอทีต่างๆ รวมทั้งการ ติดตั้งเซ็นเซอร์และจัดทำแอพพลิเคชั่น เพื่อให้ผู้ที่อาศัยใช้งาน และโดยแอพพลิเคชั่นจะเชื่อมต่อข้อมูลต่างๆ กับระบบของเมือง
          ทั้งนี้ ที่ผ่านมากระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ศึกษา ข้อมูลพื้นฐานและวางแผนจัดทำโครงการ สมาร์ทซิตี้ นำร่องที่ จ.ภูเก็ต เนื่องจากภูเก็ตเป็นเมืองที่มีความสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติและมีชื่อเสียงระดับโลกด้านการท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวเข้ามากว่า 12 ล้านคน มีความเหมาะสมในการเป็นสถานที่ทำงาน โดยเฉพาะด้านไอที โดยภาครัฐจะสนับสนุนโครงสร้าง พื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อมุ่งไปสู่ "5 อี" ได้แก่ อี-โซไซตี้ อี-เลิร์นนิ่ง อี-ซิติเซ่น อี-เอดูเคชั่น และอี- คอมเมิร์ซ ด้วยการวางโครงข่ายไฟเบอร์ออปติกให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยทางบริษัท ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม จะเป็นผู้รับผิดชอบ