ADVANCลูกค้า2Gไม่ทิ้ง อัพสู่3จี5ล้านเลขหมาย

DVANC โชว์ตัวเลขลูกค้าเอไอเอส 2G อัพเกรดมาสู่ 3G แล้วกว่า 5 ล้านเลขหมาย จากทั้งหมด 12 เลขหมาย พร้อมตั้งเป้าลูกค้า 4G ทะลุ 10 ล้านเลขหมาย จากล่าสุด 4.4 ล้านเลขหมาย ประกาศขยายการลงทุนปีนี้ 40,000 ล้านบาท
          นางสาวนัฐิยา พัวพงศกร ผู้อำนวยการสำนักนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เปิดเผยว่า ล่าสุดลูกค้าเอไอเอส ระบบ  2G (จากคลื่น 900 MHz เดิม) ย้ายมาสู่ระบบ 3G แล้วประมาณ 5 ล้านเลขหมาย จากทั้งหมด 12 ล้านเลขหมาย พร้อมตั้งเป้าหมายจะมีลูกค้า 4G ในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านเลขหมาย จากปัจจุบันประมาณ 4.4  ล้านเลขหมาย โดยมาจากลูกค้า 3G ที่เปลี่ยนมาใช้และลูกค้าใหม่ ทำให้บริษัทเชื่อว่ารายได้จากการบริการ (ไม่รวม IC) ปี 2559 จะอยู่ในระดับทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนที่อยู่ที่ 1.2 แสนล้านบาท
          โดยประมาณการอัตรา EBITDA margin ปีนี้ลดลงมาอยู่ที่ 37-38% จากปีก่อนอยู่ที่ 45.6% เป็นผลมาจากได้รับผลกระทบระยะสั้น จากการปิดโครงข่าย 2G ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการดูแลลูกค้า 2G และค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในการดูแลลูกค้าดังกล่าว มาจากการออกแคมเปญเปลี่ยนเครื่องมือถือ 2G เป็น 3G เพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาด โดยบริษัทใช้ทั้งการตลาดแบบตรงและประชาสัมพันธ์วงกว้าง รวมถึงมีค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจากการโรมมิ่งที่ได้ร่วมมือกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC
          พร้อมกันนี้บริษัทมีค่าใช้จ่ายการเป็นพันธมิตรธุรกิจกับทีโอที ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) สรุปขั้นสุดท้าย โดยบริษัทจะมีการร่วมใช้คลื่นความถี่ 2100 MHz จำนวน 15 MHz เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้น
          อีกทั้งการเช่าใช้เสาโทรคมนาคมและอุปกรณ์เครือข่าย ที่เป็นการใช้สินทรัพย์เพื่อสร้างประโยชน์และช่วยให้แผนการใช้เงินลงทุนมีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยจะมีการเซ็นสัญญาร่วมกันกับทีโอทีได้ภายในปีนี้ โดยวางงบลงทุนทั้งหมดนี้ไว้ราว 8,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันจะได้รับผลดีจากค่าธรรมเนียมและส่วนแบ่งรายได้ลดลง
          ส่วนงบการลงทุนปีนี้วางไว้ประมาณ 40,000 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนโครงข่าย โดยเดือนก.พ.นี้จะขยายเครือข่าย 4G ครอบคลุมเพิ่มอีก 17 จังหวัด รวมเป็น 59 จังหวัด และครอบคลุมทั่วประเทศ 77 จังหวัดภายในเดือนพ.ค.นี้ ขณะที่แบ่งเงินลงทุนบางส่วนประมาณ 7,000 ล้านบาท มาใช้พัฒนาอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและดิจิตอลคอนเทนต์ หรือ AIS Fiber เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่บริการกว้างขึ้น จากปัจจุบันครอบคลุมแล้ว 12 จังหวัด และจะขยายเพิ่มเป็น 24 จังหวัด ตั้งเป้าชิงส่วนแบ่งตลาดเพื่อเป็นผู้เล่นรายหลักภายใน 3 ปีจากนี้
          “ความท้าทายปีนี้ คือ การแข่งขันที่รุนแรง และปัจจัยจากผลกระทบในระยะสั้นของการปิดเครือข่าย 2G แต่เราสามารถปลดล็อกคลื่นความถี่ไปได้ และพร้อมเดินหน้าให้บริการมากขึ้น เรียกความเชื่อมั่นลูกค้ากลับมา ขณะที่ระยะกลาง EBITDA จะฟื้นตัวหลังจากการปิดเครือข่าย 2G และเป็นผู้นำ ecosystem ในด้านดิจิตอลเพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ รวมถึงอุตสาหกรรมโทรคมนาคมจะมีคลื่นความถี่เพิ่มขึ้น ส่วนในระยะยาวเราจะเป็นผู้ที่มีความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน มีทีมบริหารมืออาชีพ และมีการเติบโตอย่างยั่งยืน” นางสาวนัฐิยา กล่าว
          ขณะที่นางสาวทมยันตี คงพูลศิลป์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสำนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH  ระบุว่า รายได้ INTUCH ปีนี้จะเติบโตประมาณ 3-5% จากการรับรู้รายได้จากบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ  THCOM เป็นหลักที่คาดรายได้รวมจะเติบโตได้ 4-5% และรายได้จากธุรกิจดาวเทียมเติบโตได้ 5-6% หลังรับรู้รายได้ดาวเทียมไทยคม 7 เข้ามาเต็มปี และมีแผนปล่อยดาวเทียมไทยคม 8 ขึ้นสู่วงโคจรช่วงกลางปีนี้ จากปัจจุบันมีผู้เช่าใช้ช่องสัญญาณแล้ว 17% และก่อนยิงขึ้นสู่วงโคจรจะมีผู้เช่าใช้ช่องสัญญาณราว 40-50% ในช่วงปีนี้