4ค่ายเล็กมือถือผนึกกำลังผุดตั้ง"ชมรมเอ็มวีเอ็นโอ"

 หวังเพิ่มอำนาจต่อรอง ลดรายจ่ายค่าซิม-เช่าเสา
          เอ็มวีเอ็นโอรายย่อยในอุตสาหกรรมโทรคม4 รายผนึกกำลังตั้งชมรม"ไทยแลนด์เอ็มวีเอ็นโอ" พันธกิจแรกพร้อมเจรจา กสทช. ร่วมประสานภาครัฐผลักดันตลาดให้เติบโตอย่างเสรี ระบุ ในฐานะรายเล็กไม่แข่งโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าเฉพาะบนเน็ตเวิร์ค กสท คลื่น 850 ที่ปัจจุบันมีสถานีฐานแล้วกว่า 14,500 แห่ง เผยรองรับคาปาซิตี้ที่เหลือจากกลุ่มทรูได้ 4 ล้านเลขหมาย
          นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ ประธานชมรมไทยแลนด์เอ็มวีเอ็นโอคลับ กล่าวว่า หลังจาก บมจ.กสท โทรคมนาคม เปิดให้เอกชนที่สนใจทำธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3จีบนคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ในรูปแบบผู้ให้บริการบนเครือข่ายเสมือน (เอ็มวีเอ็นโอ) จึงได้ชักชวนผู้ประกอบการรายอื่นที่สนใจเข้าร่วมในชมรม เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และให้มีบทบาทอย่างเป็นรูปธรรมในการประสานงานภาครัฐ
          ทั้งนี้ เพื่อร่วมวางนโยบายกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับเกี่ยวกับการให้บริการเอ็มวีเอ็นโอในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทย สำหรับบนคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ มีความจุโครงข่าย ที่เหลือให้แก่เอ็มวีเอ็นโอรายย่อยทำตลาดได้ 4 ล้านเลขหมาย
          ชมรมไทยแลนด์เอ็มวีเอ็นโอคลับ ประกอบด้วย 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท ไอ-โมบายพลัส จำกัด ผู้ให้บริการไอ-โมบาย 3จีเอ็กซ์ ซึ่งเดิมได้ทำตลาดให้แก่บมจ.ทีโอที บนคลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิรตซ์ โดยปัจจุบันมีลูกค้า 3 แสนราย บริษัทดาต้าซีดีเอ็มเอ คอมมูนิเคชั่น จำกัด ผู้ให้บริการมายเวิลด์ 3จี เปิดให้บริการมา ตั้งแต่เดือนม.ค.ที่ผ่านมา มีลูกค้าแล้ว 1,000 ราย บริษัท 168 คอมมูนิเคชั่น จำกัด ผู้ให้บริการ "168" เพิ่งเปิดให้บริการ ปัจจุบันมีลูกค้าหลักร้อยราย และบริษัทเดอะไวท์สเปซ จำกัด ซึ่งจะเปิดให้บริการวันที่ 1 มี.ค.นี้
          "งานแรกในส่วนของชมรมเอ็มวีเอ็นโอนี้ เราอยากจะเข้าพบคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพราะจะได้ทราบถึงนโยบายในการผลักดันอุตสาหกรรมต่อไปว่า กสทช. มีทิศทางอะไร อย่างไรบ้าง โดยชมรมเองพร้อมที่จะสนับสนุนเต็มที่ เพื่อให้อุตสาหกรรมไทยเกิดการแข่งขันได้อย่างเสรีและผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายให้แก่ตัวเองมากขึ้น เหมือนอย่างที่ธุรกิจเอ็มวีเอ็นโอประสบความสำเร็จในสหรัฐอเมริกา แคนาดา รัสเซีย ออสเตรเลีย เป็นต้น"
          นายวัฒนชัย กล่าวในฐานะของกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มสามารถว่า โอกาสการเติบโตของเอ็มวีเอ็นโอมีมากขึ้นจากเมื่ออดีตที่กลุ่มสามารถไอ-โมบายเป็นคนทำตลาด เพราะในขณะนั้นต้องยอมรับว่าสถานีฐานโครงข่ายของทีโอทีที่ให้เอกชนร่วมทำตลาดเพียงแค่ 5,320 แห่ง ทำให้สัญญาณไม่ครอบคลุม ซึ่งถือเป็นเรื่องยากที่จะจูงใจให้ผู้บริโภคมาใช้บริการ แม้จะคิดอัตราค่าบริการถูกกว่ารายใหญ่ในตลาด
          สามารถไอ-โมบาย ทำตลาดมา 5 ปีมีลูกค้าเพียง 3 แสนรายเท่านั้น แต่เมื่อตลาดเปิดมากขึ้น และไอ-โมบายหันมาทำตลาดเป็นเอ็มวีเอ็นโอ ให้แก่บมจ.กสท โทรคมนาคม ซึ่งปัจจุบันมี สถานีฐานมากกว่า 14,536 แห่งจึงมั่นใจว่าการตลาดและโอกาสทางธุรกิจจะสดใสกว่าเดิม แข่งขันและอยู่รอดได้มากขึ้น
          ขณะที่นายชัยยศ จิรบวรกุล ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร เดอะไวท์สเปซ เสริมว่า แนวโน้ม การเติบโตทางธุรกิจของเอ็มวีเอ็นโอมีช่องให้ทำตลาดมากขึ้น เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคเริ่มรู้จักเทคโนโลยี รู้จักว่า เอ็มวีเอ็นโอคือใคร ดังนั้น ในเมื่อมารวมกันตั้งเป็นชมรมขึ้นก็จะช่วยเพิ่มบทบาทและการแข่งขันของเอ็มวีเอ็นโอ รายย่อยๆ ในตลาดให้มากขึ้น ซึ่งชมรมได้ เปิดรับเพื่อนผู้ประกอบการมาเข้าร่วมทั้งหมด ไม่ปิดกั้น เพียงแต่ขอให้เป็นผู้ประกอบการที่มีความตั้งใจเปิดให้บริการจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่มีใบอนุญาตจาก กสทช. เท่านั้น
          อย่างไรก็ดี นายชัยยศ เห็นว่า การรวมตัวกัน ของชมรม นอกจากจะเป็นการส่งเสริมให้ ผู้ประกอบการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน เพื่อลดการลงทุนซ้ำซ้อน แต่จะช่วยเอ็มวีเอ็นโอ รายใหม่ในตลาดให้เช่าใช้เสา หรือลดรายจ่ายเรื่องค่าธรรมเนียมซิมการ์ดที่จะชำระให้แก่ กสทช. ด้วย รวมทั้งยังแชร์รายจ่ายเรื่องระบบไอทีหลังบ้าน คอลล์ เซ็นเตอร์ และระบบบิลลิ่ง ทำให้ใช้ทรัพยากรคลื่นความถี่ที่มีมูลค่าสูงให้เกิดประโยชน์สูงสุด
          นายนิพนธ์ ชูเชิด กรรมการผู้จัดการ บริษัทดาต้า ซีดีเอ็มเอ เสริมว่า แม้บริษัทเพิ่งจะเปิดตัวได้เมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา แต่เป้าหมายการทำตลาดปีนี้พยายามจะหาลูกค้าให้ได้ 1 ล้านราย ซึ่งจะจับกลุ่มลูกค้าที่เน้นการนำซิม 3จีไปใช้กับอุปกรณ์อื่นๆ เช่น เป็นจีพีเอสในรถ หรือใส่ให้กล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี)
          นายนิพนธ์ ระบุว่า การทำตลาดเพื่อแข่งกับรายใหญ่จะมีโอกาสประสบความสำเร็จต่ำ ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทได้ยื่นขอเลขหมายจาก กสทช. แล้ว 2 แสนเลขหมาย และเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมายื่นขอไปเพิ่มเติมอีก 8 แสนเลขหมาย