ITดึงพันธมิตรลุยดาต้าเซ็นเตอร์ เล็งประมูลงานรัฐหมื่นล้าน คาดได้ 40-50%

  “AIT” ดึงพันธมิตรในตลท.ร่วมให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ มูลค่าลงทุนกว่า 400 ล้านบาท เตรียมชงบอร์ดอนุมัติไม่เกินเม.ย.นี้ ขณะที่เล็งเข้าประมูลงานภาครัฐ มูลค่ารวม10,000 ล้านบาท คาดซิวงาน 40-50%
          นายศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทเจรจาเพื่อร่วมกันจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัทที่ประกอบธุรกิจด้านไอซีที และบริษัทที่ประกอบธุรกิจด้านโลจิสติกส์ โดยทั้งสองบริษัทจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อร่วมกันดำเนินธุรกิจให้บริการศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งจะนำเรื่องเสนอให้คณะกรรมการบริษัทอนุมัติไม่เกินเดือนเมษายนนี้ โดยจะใช้งบลงทุน 400 ล้านบาท
          โดยโครงการให้บริการศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ ที่จะร่วมมือกับพันธมิตรทั้ง 2 รายนั้นจะได้ข้อสรุปจากคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) และคาดว่าจะสามารถจัดตั้งให้บริการกับลูกค้าได้ภายในปี 2559 ซึ่งกลุ่มลูกค้าองค์กรภาครัฐและเอกชนมีความจำเป็นต้องใช้ระบบไอทีในการเป็นศูนย์ข้อมูล และจัดเก็บฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อนำมาวิเคราะห์ติดต่อสื่อสาร และจัดทำข้อมูลเพื่อนำเสนอสินค้า และบริการไปยังลูกค้าผ่านโลกออนไลน์
          ขณะที่ยังมีกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่มีความต้องการใช้ดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อลดต้นทุนด้านไอทีลง อีกทั้งจะเป็นการช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ ดังนั้น จึงเป็นโอกาสให้บริษัทจะรุกขยายธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์
          สำหรับธุรกิจบริการออกแบบและรับเหมาวางระบบโครงข่าย ภายในปี 2559 จะมีงานในระบบที่จะออกมาให้ประมูลรวมประมาณ 10,000 ล้านบาท โดยบริษัทจะเข้าร่วมประมูลทั้งหมด และคาดหวังว่ามีโอกาสจะได้งานประมาณ 40-50% ของมูลค่าที่เข้าร่วมประมูล โดยเบื้องต้นจะมีงานประมูลของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) มูลค่าโครงการรวม 6,000 ล้านบาท และงาน ERP ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มูลค่ารวม 2,000 ล้านบาท
          ทั้งนี้ บริษัทประเมินว่าการประมูลงานในปี 2559 จะเริ่มฟื้นตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากที่ภาครัฐมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการลงทุนด้านไอทีเพิ่มขึ้น คาดจะมีมูลค่าการลงทุนด้านไอทีเกิดขึ้นรวมกว่า 40,000 ล้านบาท จากโครงการลงทุนขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ
          นายศิริพงษ์ กล่าวอีกว่า ภายในปี 2559 บริษัทตั้งเป้ารายได้รวม 5,700 ล้านบาท หรือเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากปี 2558 ที่มีจำนวน 5,134 ล้านบาท โดยจะโตจากธุรกิจหลักด้าน SI หรืองานวางระบบเทคโนโลยี การขายงานโครงการ ขยายฐานลูกค้ามากขึ้น โดยจะเน้นงานโครงการมากขึ้น การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ โมบายแอพพลิเคชั่น การลงทุนด้านเทคโนโลยีในประเทศเพื่อนบ้าน หรือสมาร์ทคันทรีเทคโนโลยี (SCT)