แนะธุรกิจติดอาวุธคลาวด์

ไอเอสเอสพีวิเคราะห์ปัจจัยหนุนจุดแข็งธุรกิจเอสเอ็มอีไทยปีนี้ ต้องนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะการใช้ คลาวด์มาเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตและสามารถแข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะตลาดอาเซียน
          บัณฑิต ว่องวัฒนะสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์เนต โซลูชั่น แอนด์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ หรือไอเอสเอสพี (ISSP) เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ความเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เต็มตัวผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี จำเป็นต้องวิเคราะห์การตลาดของ ประเทศ เพื่อกำหนดกลยุทธ์หรือทิศทางในการก้าว เข้าสู่การแข่งขันในตลาดที่ใหญ่กว่าในประเทศได้
          ทั้งนี้ จุดแข็งของประเทศไทยขณะนี้ คือ 1.เป็นฐานการผลิต 2.มีวัตถุดิบ 3.มีแรงงาน ที่มีฝีมือเฉพาะด้าน อาทิ ด้านบริการท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์ความงาม และงานฝีมือ เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ แต่สิ่งที่ขาดและจำเป็นต้องให้ความสำคัญ คือการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มมูลค่าของสินค้าหรือบริการ ซึ่งจะทำให้การแข่งขันกับประเทศต่างๆ ในอาเซียนเป็นเรื่องยาก
          "เมื่อเปิดเสรีอาเซียนแล้วทุกอย่างจะเข้ามาประเทศไทยได้หมด คนที่ได้เปรียบคือคนที่จัดการทุกอย่างได้ถูกและรวดเร็วที่สุด ซึ่งบริการคลาวด์จะช่วยเสริมธุรกิจของคนไทยที่พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง และนำไปสู่การแข่งขันในระดับภูมิภาคอาเซียน จากปัจจุบันที่ประเทศไทยส่งสินค้าไปขายในอาเซียนเพียง 18-19% จากกลุ่มคนกว่า 600 ล้านคน ซึ่งถือว่าน้อยมาก"
          ที่ผ่านมาประเทศไทยอาจได้เปรียบด้านฐานการผลิตที่ดี อยู่ในทำเลที่เป็นศูนย์กลางของด้านโลจิสติกส์ แต่การแข่งขันของธุรกิจในอนาคตจะเป็นเรื่องของออนไลน์ ความได้เปรียบดังกล่าวจึงไม่สำคัญเท่ากับการวางแผนเรื่องระบบปริหารจัดการข้อมูลที่ดี ซึ่งประเทศไทยค่อนข้างเสียเปรียบในเรื่องความรู้ความเข้าใจด้านไอที หากเทียบกับสิงคโปร์และมาเลเซีย
          สำหรับบริการคลาวด์จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถใช้เทคโนโลยี หรือซอฟต์แวร์เพื่อการบริหารจัดการผ่านบริการคลาวด์ โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีบุคลากรทางด้านไอที และสามารถเริ่มใช้งานได้อย่างง่ายและรวดเร็ว หากผู้ประกอบการไทยพร้อมที่จะปรับเปลี่ยน นำเทคโนโลยีคลาวด์มาอยู่ในทุกกระบวนการทางธุรกิจ จะทำให้สามารถแข่งขันในตลาดอาเซียนได้ไม่ยาก