"ยุทธศาสตร์ชาติ"ภัยคุกคามอีก20ปีข้างหน้า

 ทีมข่าวสืบสวนสอบสวน
          บางคนอาจคิดว่านี่เป็นการคิดแบบทหาร จึงได้มีความพยายาม ผลักดันให้มีกรอบยุทธศาสตร์ชาติในอีก 20 ปีข้างหน้า แต่หลายคนก็เชื่อว่า วิธีคิดแบบทหารอาจทำให้ประเทศไทยเดินไปในทิศทางที่ควรจะเป็น มากกว่าที่จะปล่อยให้นักการเมืองเข้ามากำหนดทิศทางเองตามใจชอบ โดยที่ไม่คำนึงถึงภัยคุกคามประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วตามเทคโนโลยีการสื่อสารที่ไร้ขีดจำกัด การเข้าโจมตีเว็บไซต์ของหน่วยราชการไทยของกลุ่มแฮกเกอร์ที่เรียกตัวเองว่า แฮกเกอร์นิรนาม หรือ annonymus จนทำให้เว็บไซต์ของ หน่วยงานราชการหลายแห่งไม่สามารถใช้งานได้ ไม่ว่าจะเกิดจากความไม่พอใจในนโยบายของรัฐบาล หรือเกิดจากความเชื่อทางศาสนา หรือการเมือง ในมุมของรัฐแล้ว นั่นคือภัยคุกคามที่จะต้องเตรียมการระวังป้องกัน ไม่ต่างจากภัยก่อการร้าย เจ้าหน้าที่จากข่าวกรองทหารให้ข้อมูลว่า เมื่อพูดถึงภัยคุกคาม เรามักจะพูดถึงภัยคุกคามแบบเก่า และภัยคุกคามแบบใหม่ ภัยคุกคามตามแบบ หรือแบบเก่านั้นจะหมายถึงการยกกำลังทหารขนาดใหญ่เข้าโจมตี อย่างกรณีไทยกับกัมพูชาเมื่อหลายปีก่อนนั่น ถือเป็นภัยคุกคามเก่า ซึ่งนักการทหารต่างก็มีมุมมองในทางเดียวกันว่า การต่อสู้ในลักษณะเช่นนั้นคงจะเกิดขึ้นได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อต่างฝ่ายต่างเห็นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ที่มีร่วมกัน ซึ่งก็คือแหล่งพลังงานใน อ่าวไทยที่อยู่ในพื้นที่เหลื่อมทับของทั้งสองประเทศ
          นั่นเป็นที่มาของ รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้ร่างกรอบ ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 เริ่มตั้งแต่ปี 2560-2579 โดยยุทธศาสตร์ชาติ กรอบการพัฒนาระยะยาวนั้น มีเป้าหมายที่จะทำให้ประเทศมีความ มั่นคง มั่งคั่ง เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นำไปสู่การพัฒนาให้คนไทยมีความสุข และตอบสนองต่อการบรรลุ ซึ่งผลประโยชน์แห่งชาติในการที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างรายได้ระดับสูงเป็นประเทศพัฒนาแล้ว และสร้างความสุขของคนไทย สังคมมีความมั่นคงเสมอภาค และเป็นธรรม ประเทศสามารถแข่งขันได้ในระบบเศรษฐกิจ
          ในร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ยังระบุถึงภัยคุกคามประเทศนับจากนี้ไป 5 ปี 10 ปี หรือ อีก 20 ปีข้างหน้าจึงมีแนวโน้มที่จะเกิดจากภัยคุกคามใหม่ หรือที่เรียกว่า ภัยคุกคามนอกแบบ ที่น่าจะเป็นประเภทเดียวกันกับที่เกิดขึ้นในขณะนี้ แต่แตกแยกย่อยออกไป
          ไม่ว่าจะเป็นภัยจากก่อการร้าย ที่แต่เดิมประเทศไทยยังไม่ใช่พื้นที่ขัดแย้งที่เป็นเป้าหมายของกลุ่มก่อการร้าย แต่การเปลี่ยนแปลงของกลุ่มก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและขยายตัวมากขึ้นตามการเติบโตของเทคโนโลยีและการสื่อสาร จนทำให้อาณาเขตของประเทศแทบจะไม่มีความหมายไปแล้ว ทำให้มีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อจะรับมือกับภัยคุกคามเหล่านี้ ที่อาจจะมาในรูปแบบการก่อวินาศกรรมหรือการโจมตีระบบข้อมูลข่าวสาร การสื่อสารเพื่อทำลาย การเชื่อมต่อหรือทำลายระบบเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังมีภัยคุกคามจาก โรคระบาด ที่ปัจจุบันมีโรคอุบัติใหม่เกิดขึ้นมากมาย เป็นอันตรายและแพร่ระบาดเป็นวงกว้างและรวดเร็ว เกินกว่ากำลังของพลเรือนที่จะเข้ามารับมือกับโรคร้าย รวมทั้งภัยที่เกิดจากการแย่งชิงทรัพยากร หรือการเข้าทำลายระบบเศรษฐกิจ ก็นับเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่
          แต่สิ่งบอกเหตุที่จะชี้ว่า เหตุการณ์หรือการกระทำนั้นๆ จะเป็นภัยคุกคามหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องใช้การสังเกต หรือการตรวจสอบที่ละเอียด เพราะบางอย่างเป็นการดำเนินชีวิตตามปกติ ดังนั้นจึงต้องดูที่เจตนา และดูว่ามีขีดความสามารถในการก่อเหตุหรือไม่ แต่หากเป็นกรณี สงครามไซเบอร์แล้ว ปริมาณอาจไม่ได้บอกว่ามีขีดความสามารถ
          นั่นเป็นเพราะสงครามไซเบอร์ เป็นสงครามที่เรียกว่า ไร้สมมาตรอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นจำนวน หรือสถานที่ที่ใช้ก่อเหตุ เพราะเพียงแค่คนคนเดียวก็อาจล่มระบบได้ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดจากการใช้จินตนาการ
          แต่หากดูบทคัดย่อของร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แล้วจะพบว่า ภัยคุกคามประเทศที่ผ่านมานั้น ส่วนใหญ่เกิดจากภายใน เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยกำหนดยุทธศาสตร์ประเทศมาก่อน การบริหารประเทศ แปรเปลี่ยนลื่นไหลไปกับการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลที่ใช้นโยบายของพรรคการเมืองเป็นหลัก เพราะเชื่อว่า นั่นคือเครื่องมือที่จะทำให้รัฐบาลได้รับคะแนนนิยม
          ยุทธศาสตร์ของประเทศจึงไม่เคยถูกรัฐบาลนำขึ้นมาพิจารณาอย่างจริงจัง แม้แต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก็เป็นเพียงสิ่งที่ต้องมี ไม่ใช่ สิ่งที่ต้องทำ