เอ็นฟอร์ซฯสบช่องแอพโตผนึกคู่ค้ารายใหญ่เสริมทัพ

 ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ          
          แม้ภาพรวมการลงทุนของภาคธุรกิจจะดูไม่สดใสเท่าใดนัก แต่ในมุมของผู้จำหน่ายระบบรักษาความปลอดภัยสัญชาติไทย อย่าง เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว ยังคงรักษาการเติบโตของธุรกิจในปีที่ผ่านมาได้ตามเป้าที่วางไว้ และเชื่อว่าปีนี้จะสามารถโตต่อเนื่องได้อย่างน้อย 10-15%
          นักรบ เนียมนามธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว ผู้จัดจำหน่ายระบบรักษาความปลอดภัยครบวงจรในประเทศไทย กล่าวว่า เทรนด์ไอทีที่คาดการณ์สำหรับปี 2559 นั้น สำหรับประเทศไทยยังคงช้ากว่าประเทศอื่นๆ 2 ปี ดังนั้นปัจจัยด้านการใช้จ่ายของภาครัฐและการพัฒนาไอทีขององค์กรขนาดใหญ่ จะช่วยให้ธุรกิจในกลุ่มรักษาความปลอดภัยมีโอกาสที่จะสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง
          จากแนวโน้มดังกล่าว เอ็นฟอร์ซฯ จึงเพิ่มหมวดเอ็นฟอร์ซ เน็ตเวิร์ก เข้ามาเสริมด้านความปลอดภัยแก่องค์กรที่มองเรื่องการลงทุนพัฒนาแอพให้ปลอดภัยจากการใช้งาน
          "องค์กรต่างๆ ต้องการจะเข้าถึงระบบงานหรือลูกค้าให้ง่ายขึ้นผ่านอุปกรณ์โมบิลิตี้จึงพัฒนาแอพพลิเคชั่นทั้งในด้านการทำงานและสื่อสารองค์กรขึ้นมา แต่การพัฒนาหรือเข้าใช้งานอย่างปลอดภัยยังเป็นสิ่งที่ทุกบริษัทควรตระหนักถึง ดังนั้นการจับมือกับคู่ค้าใหม่ 3 ราย คือ หัวเว่ย เอฟฟิเชียนไอพี และเอ็กซ์ตราฮอพ จะเข้ามาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า กลุ่มนี้"
          แนวโน้มเทคโนโลยีไอทีซีเคียว ริตี้ในปี 2559 จะมีความต้องการในเรื่องป้องกันการเข้าใช้งานผ่านอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์และ สมาร์ทแมชีน เพื่อรักษาข้อมูลไม่ให้สูญหาย เพราะการใช้งาน คลาวด์สาธารณะย่อมต้องการความปลอดภัยอย่างมาก ซึ่งจะมี ภัยคุกคามพุ่งเป้าโจมตีระบบคลาวด์และสร้างเครือข่ายแฮ็กกิ้ง ขึ้นมาเพื่อให้การเข้าใช้งานคลาวด์มีปัญหา ซึ่งเกิดขึ้นได้ทุก องค์กร
          "ยิ่งมีการเชื่อมโยงข้อมูลส่วนตัวกับสมาร์ทดีไวซ์ หรือ IAM (Identity Acquire Management) มากเท่าไร ภาคองค์กรยิ่งต้องวางระบบความปลอดภัยในการเข้าถึงของพนักงานองค์กรให้มากขึ้น ซึ่งขณะนี้บริษัทกำลังอยู่ในช่วงพัฒนาแพลตฟอร์มกลางสำหรับนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นในกลุ่มเอนเตอร์ไพรส์ให้สามารถเขียนระบบได้อย่างถูกต้อง เชื่อมต่อกับคลาวด์และปลอดภัยจากปัญหาภัยคุกคาม เชื่อว่าจะเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก" นักรบ กล่าว
          ปัจจุบัน เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว มีสินค้าในมืออยู่ประมาณ 22 ตัว แบ่งเป็น 3 ธุรกิจ คือ เน็ตเวิร์ก ซีเคียวริตี้ แอพพลิเคชั่นและงานบริการ โดยรายได้ส่วนใหญ่ 65% มาจากกลุ่มเน็ตเวิร์ก รองลงมา 25% มาจากแอพพลิเคชั่น ส่วนที่เหลือมาจากด้านงานบริการ"บริษัทตั้งเป้าโตอย่างน้อยเป็นตัวเลข 2 หลักในทุกกลุ่ม เพราะเห็นการลงทุนจากภาครัฐ อุตสาหกรรมโทรคมนาคมและเอนเตอร์ไพรส์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มหลักนี้มีการลงทุนเยอะที่สุด ส่วนสถาบันการเงินทั้งรายใหญ่และรายย่อยก็ยังคงมีการลงทุนด้านความปลอดภัยอยู่ต่อเนื่อง แต่ไม่มากเท่ากับ 3 กลุ่มหลักข้างต้น"
          นอกจากนี้ บริษัทเชื่อว่าจะมีการแข่งขันทั้งด้านสินค้าและราคาในกลุ่มซีเคียวริตี้เพิ่มมากขึ้น จะมีรายใหม่เข้ามาอย่างน้อย 10 ราย ถือว่าเป็นเรื่องดีต่อผู้บริโภค นั่นแสดงว่าโครงสร้างพื้นฐานของประเทศดี ทำให้ทิศทางโดยรวมของตลาดไอทีของประเทศไทยมีแนวโน้มที่ดี
          "บริษัทยังเชื่อมั่นกลยุทธ์ใจถึงและพึ่งได้ ว่าจะสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการสินค้าด้านระบบรักษาความปลอดภัย แม้ทีมงานของเราไม่เยอะมาก แต่จะคอยสนับสนุนและให้คำปรึกษา ด้วยความเป็นทีมวิศวกร แม้จะมีบุคลากรไม่เยอะแต่ความรู้ของพนักงานจะตอบโจทย์ความต้องการและช่วยแก้ปัญหาลูกค้าอย่างแน่นอน" นักรบ กล่าว