เอกชนชิงเค้กดาต้าฯ32%

โพสต์ทูเดย์ - บอร์ดดีอีสรุปดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติ แบ่งเค้กให้เอกชนจัดเก็บได้ เฉพาะข้อมูลทั่วไป 32% ของข้อมูล ทั้งหมด
          นายอุตตม สาวนายน รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ได้สำรวจและจัดแบ่งประเภทข้อมูลหน่วยงานรัฐในโครงการเนชั่นแนล ดาต้า เซ็นเตอร์ ออกเป็น 3 ประเภท คือ 1.ข้อมูลความมั่นคงมีอยู่ 8% ของข้อมูลหน่วยงานรัฐทั้งหมด 2.ข้อมูลสำคัญมีสัดส่วน 60% และ 3.ข้อมูลทั่วไปมีทั้งหมด 32%
          คณะกรรมการเตรียมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ดีอี) จึงมีมติอนุมัติหลักการว่าตัวข้อมูลที่จัดอยู่ในระดับชั้นที่สำคัญให้เก็บไว้ในดาต้าเซ็นเตอร์ที่ภาครัฐพัฒนาขึ้นมาเอง ส่วนข้อมูลในระดับทั่วไปสามารถจัดเก็บในดาต้าของ ผู้ให้บริการเอกชนได้ แต่จะต้องทำกรอบข้อตกลงการให้บริการตามที่ภาครัฐต้องการให้เป็น
          "ในส่วนของภาคเอกชน เขาต้องการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์อยู่แล้ว เพียงแต่ภาครัฐจะเข้าไปใช้งานด้วย และสัดส่วนที่สามารถลงทุนจัดเก็บข้อมูลได้ 32% ก็ถือว่าเป็นปริมาณที่มากอยู่ และจะสามารถขยายสัดส่วนเพิ่มขึ้นได้อีกในอนาคต" นายอุตตม กล่าว
          นายอุตตม กล่าวว่า จากการสำรวจดาต้าเซ็นเตอร์ภาครัฐที่มีอยู่แล้วใน ปัจจุบัน พบว่ามีการใช้งานจริงเพียง 12% และมีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการปีละเกือบ 1 หมื่นล้านบาท และหากบูรณาการการใช้งานร่วมกันได้ก็จะลดการลงทุนที่ซ้ำซ้อน
          ทั้งนี้ ตามแผนจะเริ่มดำเนินการ ในปีนี้และดาต้าเซ็นเตอร์ภาครัฐจะต้องเสร็จภายใน 1 ปีครึ่ง-2 ปี ส่วนรายละเอียดงบประมาณ สถานที่ก่อสร้าง และรายละเอียดต่างๆ สำนักงานรัฐบาลอิเล็ก ทรอนิกส์จะดูแลในภาพรวม ส่วนการก่อสร้างนั้นบริษัท กสท โทรคมนาคมและบริษัท ทีโอที เป็นตัวเลือกในการดำเนินการเฟสแรก เพราะมีความพร้อมในเรื่องสถานที่ที่ดำเนินการได้อย่าง รวดเร็ว
          นายอุตตม ตามแผนงานเดิมจะมีการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์กระจายไปกว่า 20 แห่งทั่วประเทศ ต้องใช้เงินลงทุนในช่วง 1-2 ปีแรก ประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท แต่เมื่อมีการปรับนโยบายก็ต้องมาประเมินงบลงทุนใหม่อีกครั้ง