"5จี"เปลี่ยนโลก สุดยอดเทคโนโลยีไร้สาย

  แม้การประมูลเครือข่ายโทรศัพท์ระบบ 4จี ในไทยจะยังไม่มีการใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ แต่เทคโนโลยีไร้สายยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด โลกได้รู้จักกับเทคโนโลยีที่เรียกว่า "5จี" ซึ่งมีการยืนยันแล้วว่า 5จี จะเป็นเครือข่ายมือถือที่มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลได้รวดเร็วที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมสื่อสารไร้สาย
          ซีเอ็นเอ็นระบุว่า ระบบ 5จี จะทำให้การเชื่อมโยงเครือข่ายมือถือรวดเร็วขึ้นกว่าระบบ 3จี หรือ 4จี และวงการอุตสาหกรรมไร้สายคาดว่าระบบ 5จี จะสามารถเริ่มให้บริการได้ภายในปี 2020 นี้อย่างแน่นอน
          โนเกีย เน็ตเวิร์ก ผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายรายใหญ่ของโลก เปิดเผยว่า ระบบ 5จี สามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วกว่า 4จี ถึง 1,000 เท่า โดยความเร็วสูงสุดในการรับส่งข้อมูลของ 5จี อยู่ที่ 30 กิกะบิต/วินาที ซึ่งทำให้สามารถดาวน์โหลดภาพยนตร์ความละเอียดสูงสุดได้เสร็จภายในระยะเวลาเพียงเสี้ยวนาที
          โนเกียยังคาดการณ์ว่า นอกจากระบบ 5จี จะช่วยเพิ่มความเร็วสำหรับเครือข่ายไร้สายแล้ว ยังช่วยให้ระบบรถยนต์มีความปลอดภัยมากขึ้นสำหรับการขับขี่ และศัลยแพทย์สามารถทำการผ่าตัดผ่าน หุ่นยนต์ไร้สายได้
          2จี เริ่มใช้ครั้งแรกในปี 1991 ซึ่งสามารถทำได้เพียงรับส่งข้อความเท่านั้น ต่อมาในปี 1998 มีการพัฒนาระบบ 3จี ขึ้น เพื่อให้เข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ต หลังจากนั้นในปี 2008 ระบบ 4จี ก็ทำให้เข้าถึงทั้งการส่งข้อความ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และการใช้งานวิดีโอ
          ทว่า ท่ามกลางยุคสมัยที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้ จึงมีการพัฒนาระบบ 5จี เพื่อให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงทั้งการส่งข้อความ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การเข้าถึงวิดีโอความคมชัดสูงสุด และระบบบ้านอัจฉริยะ (สมาร์ทโฮม) ซึ่งคือการใช้เทคโนโลยีควบคุมอุปกรณ์ภายในบ้านผ่านมือถือ
          นอกจากนี้ ซีเอ็นเอ็นยังชี้ให้เห็นถึงการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ได้จากระบบ 5จี ได้แก่
          วิดีโอ มัลติแคสติ้ง คือ การส่งสัญญาณภาพและเสียงไปหลายผู้รับได้ในครั้งเดียว เช่น การถ่ายทอดสด ซึ่งต้องใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ค่อนข้างเร็ว ดังนั้นระบบ 5จี จะช่วยให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงวิดีโอ มัลติ แคสติ้ง ได้ โดยจะสามารถเปลี่ยนมุมกล้องหรือเล่นวิดีโอซ้ำได้ตามที่ต้องการ และความคมชัดถึง 3,840x2,160 พิกเซล
          สำหรับยานยนต์ไร้คนขับนั้นปฏิบัติการผ่านเครือข่ายไร้สาย แต่ปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นคือ ระยะเวลาแฝง หรือความล่าช้าของระบบปฏิบัติการระหว่างเซ็นเซอร์ของรถกับศูนย์ควบคุม ดังนั้นการใช้งานยานยนต์ไร้คนขับจึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในทันทีเพื่อให้ยานยนต์สามารถรับส่งข้อมูลกับศูนย์ควบคุมได้ในทันที
          ในส่วนของหุ่นยนต์ผ่าตัด ซีเอ็นเอ็นระบุว่า หุ่นยนต์ผ่าตัดจำเป็นต้องมีการตอบสนองแบบเรียลไทม์รองรับ เพื่อให้ตอบสนองต่อคำสั่งที่มีความซับซ้อนสูงของแพทย์
          สำหรับ โลกเสมือนจริง (วีอาร์) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีกระแสหลักในยุคปัจจุบัน การทำงานของ 5จี จะช่วยเพิ่มความเร็วในการใช้งานวีอาร์ ไม่เพียงเฉพาะระหว่างผู้ใช้งานกับระบบเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการออนไลน์ระหว่างผู้ใช้งานกับผู้ใช้งานด้วยกันเองให้มีความเหมือนจริงมากขึ้น เสมือนราวกับอยู่ในสถานที่ทางกายภาพเดียวกัน
          มาร์คัส เวลดอน หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีของโนเกีย ระบุว่า ระบบ 5จี จะพลิกโฉมหน้าขีดความสามารถของมนุษย์ และมีความเป็นไปได้สูงที่จะนำเครื่องจักรกลเทคโนโลยีมาใช้แทนมนุษย์
          "เทคโนโลยีเครื่องจักรกลจะมีความอัจฉริยะและไร้สายมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้เกิดธุรกิจและการบริการใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยให้มนุษย์มีเวลาว่างมากขึ้น" เวลดอน กล่าว