7เทรนด์เทคโนโลยี

เน็ตแอพ เผยเทรนด์เทคโนโลยีในปี 2559 ซึ่งจะเป็นปีที่มุ่งสู่ความเรียบง่ายในการทำงานด้านไอที โดยผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นจะตอบสนองความต้องการของตลาดด้วยระบบการจัดการที่ง่าย ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าและสามารถจัดการข้อมูลได้ครบวงจร
          วีระ อารีรัตนศักดิ์ กรรมการผู้จัดการประจาประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เน็ตแอพ กล่าวว่า ในปี 2559 มี 7 เทรนด์สำคัญที่น่าสนใจ ได้แก่ 1.โครงสร้างพื้นฐานสำเร็จรูปแบบครบวงจร (Converged Infrastructure) ซึ่งจะช่วยลดการทำงานที่ซับซ้อนของฮาร์ดแวร์ต่างๆ ลดอุปสรรคในการจัดการข้อมูลบนดาต้า เซ็นเตอร์ ทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกับนวัตกรรมใหม่ของซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบไอทีแก่องค์กรต่างๆ ให้รวดเร็วขึ้น ในขณะที่ลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลง
          2.เสริมทัพความเรียบง่ายและรวดเร็วในการทำงาน ด้วยระบบปฏิบัติการแบบครบวงจร (Converged) ซึ่งจะเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่เติบโตเร็วที่สุดในโครงสร้างพื้นฐานไอทีของแต่ละองค์กร เพราะจะสามารถแก้ปัญหาลำดับต้นๆ ที่หลายองค์กรเผชิญอยู่ นั่นคือ การขาดแคลนพื้นฐานและทักษะความเชี่ยวชาญด้านไอที
          3.รูปแบบศูนย์ข้อมูลแบบ All-Flash จะถูกนำไปใช้งานจริง ข้อมูลจาก ไอดีซีเผยให้เห็นการเติบโตของตลาด Flash ทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นถึงกว่า 4 แสนล้านบาท ในปี 2557 ขณะที่ Flash Storage เติบโตสูงถึงขึ้นต่อเนื่อง 4.การใช้งานบน Flash จะขยายตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าการเลือกใช้ระบบงานที่ให้ความเร็วสูง (Performance Applications) เพราะการใช้ Flash ทำให้ระบบงานรวดเร็วขึ้น โลกไอทีจะมุ่งหน้าสู่ Flash ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ อันเนื่องมาจากราคาที่ถูกกว่านั่นเอง
          5.การบริหารจัดการข้อมูลจะเปิดเส้นทางใหม่สู่การใช้งานบนไฮบริดคลาวด์ ซึ่งกระบวนการเข้าสู่โครงสร้างของไฮบริดคลาวด์นั้น การส่งผ่านข้อมูลระหว่างไพรเวทคลาวด์และพับลิกคลาวด์อย่างไร้รอยต่อถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด 6.บทบาทหน้าที่ของสตอเรจจากที่เคยเป็นที่เก็บข้อมูลจะเปลี่ยนไปสู่การเป็นผู้ควบคุมดูแลข้อมูลทั้งหมดที่อยู่บนไฮบริดคลาวด์ และ 7.นวัตกรรมการจัดการข้อมูล จะขจัดปัญหาความปลอดภัยบนคลาวด์และข้อกังวลเรื่องอำนาจในการจัดการข้อมูล ซึ่งเป็นผลจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี