รัฐลุยไวไฟฟรีหมื่นจุด ยกระดับ"ดิจิทัลไทยแลนด์"หนุนค้าขายเอสเอ็มอี-กศน.

นายอุตตม สาวนายน รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการเตรียมการด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เห็นชอบร่างแผนแม่บทดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยตามแผนในช่วง 1 ปี 6 เดือนนี้ ซึ่งเป็นช่วงการวางรากฐานดิจิทัลของประเทศ จะจัดทำระบบฟรีไวไฟ 10,000 จุดทั่วประเทศ ด้วยการใช้เงิน 3,756 ล้านบาท จากโครงการจัดซื้อคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) มาใช้  โดยส่วนหนึ่ง 2,500 จุด จะจัดทำระบบฟรีไวไฟให้เข้าถึงชุมชน เพื่อช่วยพัฒนาการค้าขายของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในท้องถิ่น และที่เหลือเป็นการพัฒนาด้านการศึกษาของเครือข่ายการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
          "นายกฯ ได้เน้นย้ำว่าแผนแม่บทดังกล่าวต้องทำให้สอดรับกับแผนปฏิรูปทั้ง 6 ด้านของรัฐบาลที่ตั้งไว้ และขอให้ทุกกระทรวงนำแผนแม่บทที่ผ่านการเห็นชอบในครั้งนี้ ไปพิจารณาประกอบกับแผนของกระทรวงที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องดิจิทัลว่างานตรงไหนสามารถ บูรณาการร่วมกันได้ จะได้ลดความซ้ำซ้อน แล้วจากนั้นก็ให้รายงานที่ ครม. โดยเร็ว พร้อมกับให้ภาคเอกชนทั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและหอการค้าไทยไปดูแผนว่าสอดคล้องกับการขับเคลื่อนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี อย่างไร แล้วจากนั้นก็ให้รายงานผลมาเช่นเดียวกัน"
          ทั้งนี้ในขั้นตอนต่อไป กระทรวงไอซีทีจะไปเปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนควบคู่ไปกับการชี้แจงทำความเข้าใจ จากนั้นจึงนำมาพิจารณาปรับปรุงร่างให้สมบูรณ์ และเสนอให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาในเดือน มี.ค. คาดว่าจะเป็นช่วงเดียวกันกับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาในการประชุมของสภานิติ บัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ด้วย
          แผนแม่บทฉบับนี้ ถือเป็นแผนการยกระดับประเทศไทยไปสู่ดิจิทัลไทยแลนด์ หรือเป็นประเทศที่สามารถสร้างสรรค์ และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเต็มศักยภาพ โดยในช่วง 1 ปี 6 เดือนนี้ ซึ่งเป็นช่วงของการวางรากฐานของดิจิทัลของประเทศ กระทรวงไอซี ทีได้กำหนดแนวทางการทำงานไว้ 4 ด้าน คือ การขยายโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งการทำฟรีไวไฟ 10,000 จุดทั่วประเทศ การพัฒนาอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเข้าถึงทุกหมู่บ้าน และขยายความจุของเคเบิลใต้น้ำเป็น 2 เท่า
          ขณะที่ด้านเศรษฐกิจ ช่วยสนับสนุนเอสเอ็มอีให้ได้รับประโยชน์จากการทำธุรกิจ ด้วยการสร้างร้านค้าออนไลน์ชุมชนอย่างน้อย 10,000 ราย เอสเอ็มอีมีร้านค้าออนไลน์ครบวงจร 15,000 ราย สร้างเอสเอ็มอีในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเข้าถึงระบบออนไลน์ท่องเที่ยวกลาง ที่สร้างขึ้นใหม่ บ่มเพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ปีละ 1,500 ราย มีสมาร์ทซิตี้ ที่ จ.ภูเก็ต และเชียงใหม่
          ส่วนด้านสังคมจะพัฒนาระเบียนสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ส่วนบุคคลนำร่องก่อนใน 4 จังหวัดมีศูนย์ดิจิทัลชุมชนต้นแบบ 600 แห่งทั่วประเทศ และจะขยายไปทุกตำบลทั่วประเทศ ให้มีเกษตรกรมาใช้เทคโนโลยีดิจิทัล 1,600 ราย อบรมทักษะดิจิทัลให้ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ 4,000 คน มีระบบการเรียนการสอนออน ไลน์ในระบบเปิดสำหรับมหาชน
          พร้อมทั้งจะเปิดตัวโมบายแอพพลิเคชั่น สอนภาษาอังกฤษกับประชาชนที่นายกฯ สั่งการเร่งด่วนภายใน 1 เดือนนี้ สุดท้ายคือด้านบริการภาครัฐ มีบริการภาครัฐในรูปแบบสมาร์ทเซอร์วิส ตั้งเป้าหมายจะพัฒนาโครงข่ายอินเทอร์ เน็ตให้ครอบ คลุม กว่า 30,000 หมู่ บ้าน ที่ยังขาด แคลนโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในเดือน มี.ค. 60 นี้.