เทรนด์สื่อสารของเอเชีย 2016 แข่งขันก้าวกระโดดต่อเนื่อง

ผลการวิจัยเรื่องเทรนด์ด้านการสื่อสารของปี 2016 โดยเทเลนอร์กรุ๊ป ชี้ว่า เนื่องจากเอเชียเป็นภูมิภาค ซึ่งมีคนอยู่ 60% ของประชากรโลก และมีผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของโลก เป็นจุดรวมความสนใจในฐานะตลาดเกิดใหม่ที่มีความแข็งแกร่ง จะได้รับผลกระทบอย่างมากจากเทรนด์ใหม่ในยุคดิจิทัล ที่จะมีการพัฒนาทั้งในด้านเครื่องจักรอัจฉริยะ การมีส่วนร่วมของลูกค้าในการสร้างสรรค์บริการใหม่ๆ การนำข้อมูลมาใช้เพื่อประโยชน์ของสังคม และการมีบทบาทสำคัญของซอฟต์แวร์
          ในชีวิตประจำวัน ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์จากสังคมที่เปลี่ยนไปสู่การกลายเป็นดิจิทัลในหลายด้าน ตั้งแต่การซื้อตั๋วรถโดยสารผ่านโทรศัพท์มือถือ ไปจนถึงการตรวจดูอัตราการเต้นของหัวใจ หรือการใช้จีพีเอสเป็นเครื่องมือบอกพิกัด ทั้งหมดนี้สามารถทำได้ผ่านทาง   สมาร์ทโฟน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนมากกว่า 1,000 ล้านคน
          การแปลงไปสู่ความเป็นดิจิทัล จะเปลี่ยนทิศทางของอุตสาหกรรมสื่อสารในทุกด้าน โดยผู้บริโภคจะมีความเชื่อมั่นและใช้โมบายล์เทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น และศูนย์วิจัยเทเลนอร์ได้ระบุถึง 6 เทรนด์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในปี 2016 ไว้
          บียอร์น ทัลเล แซนด์เบิร์ก หัวหน้าศูนย์วิจัยของ เทเลนอร์กล่าวว่า เราเชื่อว่าปี 2016 จะเป็นปีที่น่าตื่นเต้นสำหรับโทรคมนาคมในเอเชียที่มีลักษณะเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดด เพราะต้องเตรียมรับมือกับความคาดหวังที่เปลี่ยนไปของลูกค้า สภาวะการแข่งขัน กฎระเบียบข้อบังคับ และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี เทรนด์เหล่านี้อาจไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียว แต่เป็นสิ่งที่เราจะนำมาปรับและประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมเพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้มากขึ้น
          สำหรับเทรนด์ของปี 2016 นั้น 1.ลูกค้าร่วมคิด และสร้างสรรค์บริการใหม่ๆ โดยลูกค้าเป็นผู้มีความรอบรู้ด้านดิจิทัลมากขึ้น เรียกร้อง และแสดงอำนาจในการตัดสินใจเพิ่มขึ้น สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้บริษัทต่างๆ พัฒนา เพื่อมอบบริการดิจิทัลที่เหนือกว่า ตรงความต้องการ และสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ในปีนี้สิ่งที่จะเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นคือ การเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่บริษัทเป็นผู้กำหนดรูปแบบของบริการ ไปสู่การที่ลูกค้าแสดงความเห็น และระบุถึงสิ่งที่ตนเองต้องการให้ตลาดได้รับรู้
          2.การจัดการข้อมูลเพื่อประโยชน์ของสังคม ชุดข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big data จะถูกนำมาใช้มากยิ่งขึ้นในปีนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการช่วยเหลือสังคม ในขณะที่ข้อมูลมีการเติบโต ศักยภาพในการนำข้อมูลไปใช้เพื่อประโยชน์ด้านต่างๆ เช่น สุขภาพ และความปลอดภัย ก็ได้ถูกพัฒนาไปพร้อมกัน จึงมีการคิดค้น Big data ขึ้น เพื่อเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาลที่จะถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ
          3.การถูกปรับเปลี่ยนเป็นซอฟต์แวร์ในการเชื่อม โยงเครือข่าย ซอฟต์แวร์จะมีบทบาทสำคัญมากกว่าฮาร์ดแวร์ เนื่องมาจากเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็นโซลูชั่นบนโครงสร้างของระบบโดยการสร้างโลกเสมือน (Network Function Virtualization : NFV) และเครือข่ายที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์ (Software Defined Networking : SDN) จะช่วยสร้างวิธีการใหม่ในการออกแบบ และจัดการเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
          4.การฝึกฝนคอมพิวเตอร์ด้วยวิธี Deep Learning  เมื่อถูกโปรแกรมให้ทำงานร่วมกับอุปกรณ์ เพื่อให้บริการด้านดิจิทัลที่หลากหลาย คอมพิวเตอร์จะสามารถเข้าใจเนื้อหาที่เป็นดิจิทัลมากขึ้น เราจะสามารถสร้างแนวทางการใช้งานใหม่ๆ ให้กับคอมพิวเตอร์ได้มากมาย ทั้งการให้ความช่วยเหลือด้านดิจิทัล การค้นหาข้อมูล และการให้คำแนะนำ
          5.บริการ Internet of Things ในอนาคต อุปกรณ์ซึ่งรองรับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมต่ออุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ (Internet of Things : IoT) ในอนาคตจะมีต้นทุนต่ำ และประหยัดพลังงาน ซึ่งการเชื่อมโยงเครือข่ายในบริเวณกว้างโดยใช้พลังงานต่ำ (Low Power Wide Area : LPWA) จะช่วยเสริมการพัฒนาไปสู่สังคมแห่งเทคโนโลยี ที่จะมีบริการและแพลตฟอร์มใหม่ๆ ทางด้าน IoT เกิดขึ้นอีกมากมาย
          6.สร้างโอกาสที่เท่าเทียมกันสำหรับทุกคน ปีนี้รัฐบาลและหน่วยงานควบคุมกฎระเบียบต้องเตรียมรับมือกับการปรับเปลี่ยนกรอบการใช้กฎหมาย เพื่อให้พร้อมสำหรับการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในสภาพแวดล้อมและเศรษฐกิจยุคดิจิทัล
          ทั้งนี้ เทรนด์สำหรับเอเชีย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ถูกจับตา หน่วยงานทั้งรัฐและเอกชนกำลังร่วมสร้างการแข่งขันที่เท่าเทียมให้เกิดขึ้น เทคโนโลยีดิจิทัลจะช่วยสร้างโอกาส ทักษะความเชี่ยวชาญให้กับทุกอุตสาหกรรม และเทเลนอร์กรุ๊ปจะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่ดูแลตลาดเอเชีย รวมไปถึงการนำแนวทางปฏิบัติที่ได้ผลจากทั่วโลกมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับตลาดมากที่สุด
          ในขณะที่เอเชียยังคงเป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากภัยทางธรรมชาติมากที่สุดของโลก ด้วยอัตราการเกิดเกือบครึ่งหนึ่งของภัยพิบัติที่มีการรายงาน การแปลงไปสู่ความเป็นดิจิทัล และ Big data จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกัน เพื่อลดหายนะที่จะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจและชุมชน โดยการกำหนดตำแหน่งแน่ชัดในการส่งความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุขึ้น.