ไอซีที คลอดแผนพัฒนารัฐบาลดิจิตอล 26 ด้าน

ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที เปิดเผยว่า ปัจจุบันแผนพัฒนารัฐบาลดิจิตอลของประเทศไทยระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2559-2561) ซึ่งไอซีทีร่วมกับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ EGA ได้เข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานรัฐทั้งหมดแล้ว คาดว่าภายใน 3 เดือนนี้จะมีบทสรุป และนำไปสู่ภาคปฏิบัติได้ทันที
          ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลได้วางภาครัฐเป็นส่วนที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิตอล ด้วยการกำหนดให้เป็น Digital by Default หรือเริ่มจากระบบดิจิตอลตั้งแต่เริ่มต้น และยังกำหนดในยุทธศาสตร์ที่ 3 ในหัวข้อการส่งเสริมการสร้างบริการดิจิตอล ซึ่งเป็นการเร่งพัฒนารากฐาน และปฏิวัติรูปแบบบริการ ใหม่ให้แก่การทำงานและให้บริการในภาครัฐ มุ่งเน้นการลดเอกสารกระดาษในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน เพิ่มความสะดวก รวดเร็วและถูกต้องก่อให้เกิดความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้
          นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้เกิดความสร้างสรรค์หรือนวัตกรรมในงานด้านการบริการของภาครัฐให้มากยิ่งขึ้น โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนและภาคธุรกิจมีส่วนร่วมในการกำหนดและร่วมสร้างบริการ และการเข้าถึงข้อมูลของภาครัฐ เพื่อนำไปต่อยอดเพิ่มมูลค่าสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมต่อไป จึงจำเป็นที่ต้องมีแผนการพัฒนาและยกระดับในภาพรวมของประเทศ เป็นที่มาและความสำคัญของการพัฒนาแผนพัฒนารัฐบาลดิจิตอลของประเทศไทยในระยะ 3 ปีนี้
          ทางรัฐบาลจึงได้สั่งการให้หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยงานต้องมีวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องร่วมกัน หรือ Common Vision เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ซ้ำซ้อน ไม่ใช่การพัฒนาในลักษณะ "ต่างคนต่างทำ" ซึ่งทำให้งานและระบบต่างๆ ขาดมาตรฐานและไม่สามารถนำมาใช้ร่วมกันได้เหมือนที่เป็นมาในอดีต
          ด้าน ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์กรมหาชน) หรือ EGA  เปิดเผยว่า ร่างแผนพัฒนารัฐบาลดิจิตอลของประเทศไทยระยะ 3 ปี (พ.ศ.2559-2561) ได้กำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางในการพัฒนารัฐบาลดิจิตอลให้ตอบสนองต่อความต้อง การของภาคประชาชนและภาคธุรกิจ รวมถึงให้มีมาตรฐานเท่าเทียมกับระดับสากล ซึ่งในการจัดงานครั้งนี้ EGA ได้สำรวจความต้องการของภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้รับบริการหรือได้รับประโยชน์รวมถึงผลกระทบจากการมีรัฐบาลดิจิตอล และศึกษารูปแบบขีดความสามารถเชิงดิจิตอลของประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันด้านรัฐบาลดิจิตอลสูง (Leading Practices) เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนา รวมถึงจัดการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องในแต่ละด้าน เพื่อประเมินขีดความสามารถเชิงดิจิตอลของภาครัฐไทยในปัจจุบัน
          จากการร่างแผนพัฒนารัฐบาลดิจิตอลของประเทศไทยระยะ 3 ปี (พ.ศ.2559-2561) ที่อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นในขณะนี้ได้ระบุขีดความสามารถเชิงดิจิตอลของภาครัฐไทยออกเป็น 26 ด้าน โดยการจัดทำแผนพัฒนารัฐบาลดิจิตอลระยะที่หนึ่ง ครอบคลุมขีดความสามารถหลักทั้งหมด 18 จาก 26 ด้าน ได้แก่ การ บูรณาการข้อมูลภาครัฐเพื่อยกระดับบริการ, การยืนยันตัวตนและบริหารจัดการสิทธิ, การให้ข้อมูล, การรับฟังความคิดเห็น, โครง สร้างพื้นฐานการให้บริการอิเล็กทรอนิกส์, การพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐ, การให้ความช่วยเหลือ, การเพิ่มประสิทธิภาพแรงงาน, การเพิ่มประสิทธิภาพภาคการ เกษตร, การท่องเที่ยว, การลงทุน, การค้า (นำเข้า/ส่งออก), วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, ภาษีและรายได้, ความปลอดภัยสาธารณะ, การบริหารจัดการชายแดน, การป้องกันภัยธรรมชาติ และการจัดการในภาวะวิกฤติ